‘RS Music X’ การกลับมาของอาร์เอส กับเกมธุรกิจเพลงยุค AI
หากพูดถึง ‘อาร์เอส (RS)’ หลายคนคุ้นเคยในฐานะบริษัทบันเทิงชั้นนำที่เริ่มต้นจากงานด้านเสียงเพลง ก่อนจะเติบโตไปในด้านธุรกิจบันเทิง โทรทัศน์ และการขายสินค้า แล้วลดโฟกัสงานด้านธุรกิจเพลงไประยะใหญ่
กระทั่งปี 2566 ที่ผ่านมา RS กลับมาลุยงานเพลงอีกครั้ง โดยการดึงศิลปินดังต่างค่าย มาร้องเพลงฮิตในความทรงจำ ผ่านโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ทั้ง “RS Music Uprising EP.1: RS Music X” และ โปรเจ็กต์ “DUCK REWINDS”
ล่าสุด RS สร้างแรงกระเพื่อมในวงการอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว 6 ศิลปิน “Artist Icon” ซึ่งเป็นศิลปินที่สร้างสรรค์จาก ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นการพัฒนาศิลปินภายใต้หน่วยธุรกิจใหม่ของ RS อย่าง “RS Music X”
RS Music X คือใคร ?
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา บมจ.อาร์เอส แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เรื่อง การจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ ‘บริษัท อาร์เอสมิวสิค-เอ็กซ์ จำกัด’ (RS Music X) เพื่อดำเนินธุรกิจเพลงแบบครบวงจร ครอบคลุมการผลิตและนำเสนอผลงานเพลง เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจเพลง รวมถึงเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและพัฒนาธุรกิจเพลงแบบครบวงจร โดย บมจ.อาร์เอส ถือหุ้นจำนวน 9,998 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 99.98 ของทุนจดทะเบียน
ขณะที่ข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า บริษัทดังกล่าว จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท
ใช้ AI สร้างสรรค์งานเพลง
ในเดือนเดียวกัน RS ได้มีการเปิดตัวโปรเจ็กต์ RS Music Reimagined ซึ่งเป็นการนำเพลงดังในอดีต เช่น ไม่อาจเปลี่ยนใจ, แอบมีเธอ, นิ้วก้อย, ดูมั้ย มาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยการใช้ AI

จากนั้นต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา RS Music X เปิดตัวโปรเจกต์ “Artist Icon” โดยเปิด 6 ศิลปิน ที่สร้างขึ้นจาก AI ซึ่งพัฒนาและสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดการนำเสนอเอกลักษณ์ทางดนตรีและคาแรกเตอร์ที่แตกต่าง
RS Music X ระบุว่า โปรเจกต์ Artist Icon สะท้อนแนวทางในการพัฒนาศิลปินรูปแบบใหม่ที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน ทั้งด้านบุคลิก แนวดนตรี และเรื่องราวที่ต้องการสื่อสาร โดยแต่ละศิลปินได้รับการออกแบบให้มีความเฉพาะตัว เพื่อเข้าถึงผู้ฟังในหลากหลายกลุ่ม และสร้างความเชื่อมโยงผ่านบทเพลงที่สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์พฤติกรรมการฟังเพลงของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล
อีกทั้งสะท้อนความมุ่งมั่นในการนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ RS ที่มีในธุรกิจเพลง มาพัฒนาศิลปินรูปแบบใหม่ ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ผลงานเพลง พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมดนตรีไทย

ข้อถกเถียง AI และงานสร้างสรรค์
ภายหลังการเปิดตัวโปรเจ็กต์ “Artist Icon” ของ RS Music X ก็เกิดข้อถกเถียงบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะการทำงานเพลงจาก AI ซึ่งหลายคนมองว่า การถ่ายทอดอารมณ์ของเพลง ยังทำได้ไม่เท่ากับการใช้นักร้องจริง และทำให้ประเด็นเรื่องการนำ AI มาใช้กับงานสร้างสรรค์ กลับมาเป็นที่ถกเถียงของสังคมอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน มีผู้คนบางส่วนในโลกออนไลน์ ที่นึกเสียดายสมบัติของ RS ในยุครุ่งเรือง โดยเฉพาะเพลงต่าง ๆ ที่เป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าของบริษัท รวมถึงตั้งคำถามต่อ RS ถึงการพัฒนาศิลปินว่า ทำไมถึงไม่พัฒนาศิลปินที่เป็นมนุษย์ ซึ่งอยู่ในค่ายของบริษัทเอง
ทั้งนี้ ในกลุ่มธุรกิจเพลงของ RS ตามข้อมูลรายงานผู้ถือหุ้น ปี 2568 ระบุว่า มีสถานีวิทยุ COOL Fahrenheit และค่ายเพลง 2 ค่าย คือ BRIQ และ RSIAM รวมถึงธุรกิจด้านการดูแลลิขสิทธิ์เพลง ภายใต้ชื่อ “บจก.จัดเก็บลิขสิทธิ์ไทย (TCC)”
ขณะที่โครงสร้างปัจจุบันของ RS มีธุรกิจเพลง 2 กลุ่มใหญ่ คือ บจก.อาร์เอส มิวสิค แอนด์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ และ บจก.อาร์เอสมิวสิค-เอ็กซ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่

ร่วมทุน UMG บริหารลิขสิทธิ์เพลง
ในแง่ของลิขสิทธิ์เพลง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา อาร์เอส มิวสิค (ธุรกิจในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป) ร่วมทุนกับ ยูนิเวอร์แซล มิวสิค กรุ๊ป (UMG) ค่ายเพลงชั้นนำระดับโลก โดยจัดตั้งบริษัทในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) เพื่อร่วมกันบริหารจัดการลิขสิทธิ์เพลงเก่าของอาร์เอสกว่า 10,000 เพลง รวมถึงคอนเทนต์ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น มิวสิควิดีโอ เนื้อเพลง บทประพันธ์ และรูปภาพต่าง ๆ
โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,600 ล้านบาท และมีสัดส่วนการถือหุ้น คือ ยูนิเวอร์แซล มิวสิค จะถือหุ้นในสัดส่วน 70% และ อาร์เอส มิวสิค ถือหุ้น 30%
ส่องผลประกอบการ RS
สำหรับผลประกอบการของ RS ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีรายได้รวมกว่า 1,875 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจคอมเมิร์ซ และธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม RS ยังมีปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไข คือ การผิดนัดชำระหนี้สถาบันการเงิน เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ กลุ่มบริษัทจึงยังไม่สามารถดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้ ส่งผลให้กระแสเงินสดหมุนเวียนในกิจการของทั้งกลุ่มบริษัทขาดสภาพคล่องชั่วคราว
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังอยู่ในระหว่างการเจรจาเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ที่ครบกำหนดแล้วกับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง จึงเป็นเหตุให้เกิดการผิดนัดชำระตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวนรวม 317.37 ล้านบาท ซึ่งรายการดังกล่าวได้บันทึกเป็น “เงินกู้ยืมระยะสั้น” จากสถาบันการเงิน และดอกเบี้ยค้างจ่ายไว้ในงบฐานะการเงินรวม และเฉพาะบริษัทแล้ว
RS ระบุความเคลื่อนไหวสำคัญเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 กลุ่มบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเงื่อนไขการชำระคืนกับสถาบันการเงินที่เป็นผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว ซึ่งผู้บริหารของกลุ่มบริษัทเชื่อว่าจะสามารถเจรจากับสถาบันการเงินดังกล่าวได้สำเร็จภายในระยะเวลาอันใกล้นี้
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของกลุ่มบริษัทยังคงเร่งการดำเนินงานตามกลยุทธิ์ทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการแก้ไขกลยุทธ์ทางการเงิน เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่ากลุ่มบริษัทจะมีสภาพดล่องอย่างเพียงพอและมีความสามารถในการชำระหนี้เมื่อครบกำหนด และดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
