เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
Finance ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,800 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
Politics นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
Economic ‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
Finance CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
Economic ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
Politics ‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
Politics ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
ดูทั้งหมด

FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนลท. 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น 1.24% เหตุ ศก.ไทยโตแข็งแกร่ง

10 ก.ย. 2561 | 19:34น.
FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ก.ย.61 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน อยู่ในโซนทรงตัวเป็นเดือนที่ห้า ด้านนักลงทุนเชื่อมั่นการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่นโยบายกีดกันทางการค้าและทิศทางเงินทุนไหลเข้าออกระหว่างประเทศฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือนกันยายน 2561 ว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว (Neutral) เป็นเดือนที่ห้าติดต่อกัน จากผลสำรวจนักลงทุนมีความเชื่อมั่นภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน เป็นตัวหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะที่นักลงทุนกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าและการลงทุน และการไหลเข้าออกของเงินทุน เป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน”

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือนกันยายน 2561 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

– ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (พฤศจิกายน 2561) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” (Neutral) (ช่วงค่าดัชนี 80 – 120) โดยเพิ่มขึ้น 1.24% อยู่ที่ระดับ 109.45

– ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศลดลงเล็กน้อยจากการสำรวจเดือนก่อน ยังคงอยู่ที่ Zone ร้อนแรง (Bullish)

– ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ และกลุ่มนักลงทุนรายบุคคลปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลง โดยทั้งสามกลุ่มแต่ยังคงอยู่ใน Zone ทรงตัว (Neutral)

– หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดธนาคาร (BANK) หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ (MEDIAS)

– ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

– ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

“ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ เดือนสิงหาคม มีการเคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัวในช่วงระหว่าง 1680-1720 จุด ภายหลังจากที่ดัชนีฟื้นตัวขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคม โดยดัชนีฯช่วงปลายเดือนมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1720 จุด จากแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศที่ลดลงเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน นับจากที่มียอดขายสุทธิสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม ตัวเลขเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาส 2 และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2 เป็นที่น่าพอใจ

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ผลสำรวจชี้ว่าทิศทางการลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทย ทั้งนี้นักลงทุนยังคงเฝ้าติดตามทิศทางการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า ภายหลังจากที่มีนโยบายกีดกันทางการค้าและปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกัน ว่าจะมีทิศทางผ่อนคลายหรือมีทางออกในการเจรจาในลักษณะใด รวมถึงการประเมินผลกระทบที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ Emerging Market เช่นตุรกี อาร์เจนติน่า ที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีและค่าเงินที่ปรับตัวลดลงมาก โดยหากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศรุนแรงขึ้นจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง นอกจากนี้ ประเด็นหลักที่ต้องพิจารณาคือ ทิศทางนโยบายทางการเงินของสหรัฐที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจจีนและยุโรปส่งสัญญาณชะลอตัวลง ทิศทางนโยบายทางการเงินของธนาคารยุโรปที่มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยตลอดปีนี้ ทิศทางนโยบายทางเศรษฐกิจของจีนที่มีต่อสงครามทางการค้า รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่จะมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาค

ด้านนางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนกันยายน 2561 พบว่า ผลจากดัชนีคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทรงตัวที่ระดับ 1.50% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และ 10 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ปัจจัยหลักมาจากการคาดการณ์การขยายตัวที่ดีทางเศรษฐกิจของไทยและแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง. รอบเดือนกันยายนนี้ อยู่ที่ระดับ 56 เป็นการปรับตัวสูงสุดในรอบปีที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดว่า กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% ในการประชุมที่จะถึงนี้ โดยปัจจัยที่มีผลต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของกลุ่ม Bond Dealers และกลุ่ม Fund Managers มีความแตกต่างกันใน 2 อันดับแรก โดยกลุ่ม Bond Dealers ให้น้ำหนักกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก ในขณะที่กลุ่ม Fund Managers ให้ความสำคัญกับ Fund Flow และทิศทางดอกเบี้ยในตลาดโลกมากกว่า

ดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปี และ 10 ปี ในช่วงประชุม กนง. รอบเดือนพฤศจิกายน 2561 (ประมาณ 11 สัปดาห์ข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 94 และ 91 ตามลำดับ ซึ่งดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปี ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 93 ในขณะที่รุ่นอายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากจาก 87 โดยดัชนีทั้งสองยังอยู่ในระดับที่สะท้อนถึงทิศทางการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั้ง 5 ปี และ 10 ปี ซึ่งกลุ่ม Bond Dealers และกลุ่ม Fund Managers ให้ความสำคัญกับปัจจัยต่างๆ คล้ายคลึงกัน โดยปัจจัยที่ให้ความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้ คือ อุปสงค์และอุปทานในตลาดตราสารหนี้ ส่วนปัจจัยที่ให้ความสำคัญรองลงมา ได้แก่ Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน นักลงทุน หุ้น