ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
มือกฎหมายรัฐบาล ขอให้มองเออร์ลี่รีไทร์ ขรก.เป็นการทำเพื่ออนาคตประเทศ ชี้งบประจำกว่า 70% ทำงบพัฒนาเหลือน้อย ย้ำเงินก้อนมีสูตรสัมพันธ์กับอายุราชการที่เหลือ ไม่ใช่คูณเงินเดือนสุดท้ายตามข่าวโซเชียล
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสรุปมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement หลังมีกระแสว่าอาจสูงถึง 18 เท่า ว่า อยากให้มองเป็นเรื่องการทำเพื่ออนาคตของประเทศ เพราะแต่ละปีใช้งบประมาณจำนวนมาก สิ่งที่เราขาดไปคือการพัฒนาประเทศ งบที่ทุ่มให้กับรายจ่ายประจำประมาณ 70% ทำให้งบพัฒนาเหลือน้อยเต็มที
ส่วนเหตุที่ข้าราชการไม่ได้ขึ้นเงินเดือนมานาน เพราะไม่มีเงินจะขึ้น หรือหากขึ้น เนื่องจากมีจำนวนมากก็จะได้คนละไม่กี่บาท เพราะต้องเฉลี่ยและมีตัวหารมาก จึงไม่เป็นประโยชน์ต่อราชการ เพราะฉะนั้นเรื่องจะได้กี่เท่า จึงอยากให้มองว่าเป็นการจากกันด้วยดี ไม่ได้มุ่งเอาประโยชน์ว่าจะได้เงินเท่าใด เพราะสุดท้ายเมื่อออกไปแล้ว ทุกคนยังต้องประกอบอาชีพ ไม่มีใครใช้เงินเกษียณอยู่ได้ ต้องมีความสามารถในการทำงาน
นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่กำหนดจะยึดพื้นฐานเดิมที่เคยทำ ประมาณ 15 เท่า ยืนยันว่ามีสูตรคำนวณ ไม่ใช่นำ 15 ไปคูณเงินเดือนสุดท้ายอย่างที่มีข่าวในโซเชียล ซึ่งตนเห็นแล้วก็ตกใจ สูตรจะสอดคล้องกับอายุราชการที่เหลือของผู้เข้าร่วมโครงการ ไม่ใช่นำไปคูณเลย เพราะจะสร้างความเข้าใจผิดและความคาดหวังที่ไม่ถูกต้อง
เมื่อถามว่า มีโอกาสถึง 18 เท่าหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า จะพยายามทำให้เต็มที่
เมื่อถามย้ำว่า หากเหลืออายุราชการเพียง 1–2 ปี อาจไม่ได้มากขนาดนั้นใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ถูกต้อง
เมื่อถามว่า จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อใด นายปกรณ์ กล่าวว่า จะพยายามให้ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน ขณะนี้สำนักงาน ก.พ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ หรือ คปร. กำลังพิจารณาจัดทำรายละเอียด โดยจะนำหลักการเข้าคณะรัฐมนตรีก่อน เพราะต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งในการดำเนินโครงการ