เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

“ธีรพงศ์” MFA Forum SeaChange ความสำเร็จของ TU

25 ก.ย. 2561 | 08:30น.

ในงาน “MFA CEO Forum” ที่จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป แสดงวิสัยทัศน์ “นวัตกรรมและความยั่งยืนในด้านการประมง” ซึ่งได้ตอกย้ำเป้าหมายการสร้างรายได้ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2020 โดยโฟกัสที่การสร้างนวัตกรรมแปรรูปอาหารทะเล เพื่อสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจเป็นหัวใจสำคัญ ควบคู่กับรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

เพิ่มบทบาทนวัตกรรม

นายธีรพงศ์กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยนให้ความสำคัญกับการวิจัยเพื่อการพัฒนามาก โดยจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้ศูนย์นวัตกรรมที่ตั้งขึ้นมาแห่งแรกร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งเน้นพัฒนาและวิจัยสินค้าและวิธีการใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีในปัจจุบัน เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับลูกค้าของบริษัท ซึ่งมี 12 ประเทศ 5 ทวีป ทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรป แอฟริกา กลุ่มทวีปออสเตรเลียและเอเชีย ซึ่งจะสร้างการเติบโตและผลกำไรที่ยั่งยืนของเราด้วย โดยปัจจุบันศูนย์นวัตกรรมนี้ มีนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรทั้งหมด 120 คน จากมหาวิทยาลัย 15 แห่ง จบการศึกษาระดับปริญญาเอกถึง 36 คน

“การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ใช่การทำงาน CSR สำหรับผม แต่เป็นการจัดการอย่างจริงจังในเรื่องทรัพยากรและการประมงที่ถูกต้อง และให้ถูกกฎหมายด้วย ซึ่งมันสำคัญมากต่อธุรกิจ รวมถึงใส่ใจกับการปฏิบัติต่อแรงงาน ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์และการสร้างความแตกต่างให้กับบริษัทในเวทีโลกได้” ซีอีโอไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าว

“พันธกิจ” หัวใจธุรกิจ

ในปัจจุบันไทยยูเนี่ยนมีพันธสัญญาร่วมกับองค์กรนานาชาติมากมาย รวมถึงกลุ่ม NGOs ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศด้วย ตัวอย่างเช่น การสร้างความยั่งยืนของ “ปลาทูน่า” ตามนโยบาย “SeaChange” เพื่อให้วัตถุดิบปลาทูน่าที่ใช้ในทุกผลิตภัณฑ์ของเรา มาจากการจัดหาด้วยวิธีการแบบยั่งยืน 100% ตามมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานสินค้าประมง (Marine Stewardship Council : MSC) หรือมาจากโครงการพัฒนาการประมงที่ไทยยูเนี่ยนได้จัดตั้งขึ้น ด้วยมูลค่าลงทุน 90 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งพัฒนาเพื่อให้ได้การรับรองตามมาตรฐาน MSC

นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังได้ลงนามเป็นพันธมิตรกับ “กรีนพีซ” ก็เพื่อผลักดันอาหารทะเลที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม อีกทั้งการกล่าวคำมั่นสัญญาต่อที่ประชุม World Economic Forum ในนครนิวยอร์ก เรื่องการตรวจสอบย้อนหลังแหล่งที่มาของปลาทูน่า ภายในปี 2020 (Tuna 2020 Traceability Declaration) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN)

ผลลัพธ์นับตั้งแต่ต้นปี 2018 ผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าที่จำหน่ายโดยบริษัทไทยยูเนี่ยน มากกว่า 90% มีการระบุแหล่งที่มาของการทำประมงที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน MSC  ขณะเดียวกัน ไทยยูเนี่ยนยังสามารถเจรจาเพื่อเพิ่มการส่งออกไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ 

ซีอีโอไทยยูเนี่ยนยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้บริษัทกำลังสนใจไลน์ธุรกิจ “อาหารสำหรับเด็ก” จากเดิมที่มีการผลิตสินค้าใน 6 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ปลาทูน่า กุ้ง อาหารสุนัขและแมว แซลมอน ซาร์ดีน และอาหารพร้อมรับประทาน

ผมมองว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเพิ่มความใส่ใจให้มากขึ้น ส่วนใหญ่เด็ก ๆ มักเลือกทานอาหารที่มีรสชาติอร่อย แต่คุณค่าทางโภชนาการอาจจะไม่ครบตามที่ร่างกายต้องการ ที่ผ่านมาไทยยูเนี่ยนเคยจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปในไทย ซึ่งจะเสริมสร้างความรู้ให้กับเด็ก ๆ เช่น เมนูที่ใช้ในการเวิร์กช็อป ได้แก่ ข้าวผัดปลาซาร์ดีน เบอร์เกอร์ปลาทูน่า และเบอร์เกอร์ปลากะพง เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทกำลังศึกษาและเพิ่มการลงทุนสำหรับ “ปลาไขมันต่ำ” เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้ที่รักสุขภาพและต้องการลดน้ำหนัก และคาดว่าจะเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในประเทศยุโรปก่อน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในตลาดอื่น

ปลดล็อกใบเหลืองได้ 

อย่างไรก็ตาม นายธีรพงศ์ระบุว่าประเทศไทยมีการทำการประมงค่อนข้างเยอะ แต่กุญแจที่จะทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารทะเลประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องเพิ่มพันธกิจกับองค์กรทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อพิสูจน์ว่าสินค้าของเรานั้นสอดคล้องตามหลักธรรมาภิบาลของโลก

กรณีที่การประมงไทยถูก “ใบเหลือง” จาก IUU ก็เพราะขาดการป้องกันและยับยั้งการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมที่จริงจัง แต่เมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศในเอเชียที่อยู่ในลิสต์ เราสามารถปลดล็อกใบเหลืองได้ง่ายกว่ามาก หากเรามุ่งมั่นที่จะแก้ไขและปรับส่งเสริมการร่วมรับผิดชอบต่อโลกจริง ๆ

ทั้งผู้บริโภคและธุรกิจในต่างประเทศให้ความสำคัญกับการรายงาน เพื่อความโปร่งใสมากเป็นอันดับต้น ๆ รวมถึงการทำงานอย่างใกล้ชิดกับแรงงานและซัพพลายเชน ดังนั้น การที่เราเข้าร่วมกับพันธสัญญาต่าง ๆ นั้นถือเป็นการยืนยันเพื่อให้สามารถต่อยอดธุรกิจได้ไกลขึ้นในเวทีโลก

ที่ผ่านมา บริษัทมีกิจกรรมมากมายที่สามารถช่วยให้ความรู้ แลกเปลี่ยน หรือถ่ายทอดกลยุทธ์ทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กของไทย แต่ความน่ากังวลก็คือ ผู้ประกอบการไทยไม่สนใจและไม่ทำตามคำแนะนำของเรา

“ผมไม่ได้บอกว่า ไทยยูเนี่ยนนั้นมีกลยุทธ์ที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยการแชร์ไอเดีย หรือแนวทางเพื่อให้เป้าหมายทางธุรกิจสำเร็จเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไทยยูเนี่ยนต้องการทำ เราอยากเห็นธุรกิจไทยดังไกลถึงต่างแดนมากขึ้น ไม่ใช่แค่เจ้าใหญ่ ๆ เท่านั้น” นายธีรพงศ์กล่าว