เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปลี่ยน “เอสเอ็มอี” ของคุณ ให้ “สมาร์ท” ด้วย “บล็อกเชน”

28 ก.ย. 2561 | 15:26น.

คอลัมน์ Smart SMEs

โดย ดร.รุจิกร ภาวสุทธิไพศิฐ ทีเอ็มบี

การเกิดปรากฏการณ์ “ความคลั่งบิตคอยน์” หรือ Bitcoin mania ซึ่งทำให้ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นจากระดับราคาประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐต่อ 1 บิตคอยน์เมื่อต้นปีที่แล้ว มาพีกที่ 17,000 เหรียญในเดือนธันวาคม ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจในเทคโนโลยี “บล็อกเชน” (blockchain) มากขึ้น

สาเหตุเนื่องมาจากบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่ทำให้ธุรกรรมบิตคอยน์เกิดขึ้นได้ บล็อกเชนถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เมื่อคนขี้อายคนหนึ่งที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนจริงให้โลกรู้ แต่ใช้นามแฝงว่า “ซาโตชิ นากาโมโต” นำเสนอหลักการของบล็อกเชนผ่านบทความที่เผยแพร่ในโลกอินเทอร์เน็ต อีก 3 เดือนต่อมาซาโตชิได้เขียนซอร์ซโค้ดซึ่งเป็นรากฐานของระบบการชำระเงินด้วยบิตคอยน์ โดยพัฒนามาจากเทคโนโลยีบล็อกเชน หลังจากนั้น เขาได้ส่งมอบรหัสเข้าซอร์ซโค้ดให้โปรแกรมเมอร์กลุ่มหนึ่งให้ช่วยพัฒนาระบบบิตคอยน์ต่อ ส่วนซาโตชิเองได้หายตัวไป และไม่เคยมีใครทราบความเคลื่อนไหวของเขาอีกเลย

แต่มรดกที่ซาโตชิทิ้งไว้ให้โลกเราอย่างเทคโนโลยีบล็อกเชน ได้ถูกนำไปประยุกต์เป็นโซลูชั่นในด้านต่าง ๆ อีกมากมาย ถามว่าบล็อกเชนคืออะไร ?

อธิบายให้คนทำธุรกิจเข้าใจแบบไม่ลงเทคนิคมาก บล็อกเชนเป็นฐานข้อมูลที่เปิดกว้างให้บุคคลต่าง ๆ เข้ามาใช้งานได้ แต่ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีต และฐานข้อมูลนี้ไม่มีเซิร์ฟเวอร์กลางที่เก็บข้อมูล รวมทั้งไม่มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นเจ้าของ ซึ่งบล็อกเชนจะเหมาะแก่การประยุกต์ใช้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อทำธุรกรรมในโลกดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรืออีบุ๊กขาย ธุรกรรมที่เราต้องการให้เกิดก็คือ ลูกค้าที่เป็นผู้อ่าน จ่ายเงินค่าอีบุ๊กมาให้คนเขียนเพื่อแลกกับการที่ผู้เขียนจะเปิดสิทธิให้ลูกค้าเข้าอ่านอีบุ๊ก แต่จะเกิดปัญหาว่าคนอ่านอาจกลัวว่าถ้าโอนเงินก่อน คนเขียนจะไม่เปิดสิทธิให้เข้าอ่าน และจะเชิดเงินไปเลย ส่วนคนเขียนก็กลัวว่า ถ้าเปิดให้คนอ่านก่อน คนอ่านอาจจะไม่จ่ายเงินเมื่ออ่านจบ ซึ่งเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่เชื่อใจกัน ธุรกรรมอีบุ๊กก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ บล็อกเชนถูกนำเข้ามาตอบโจทย์ ทำให้ธุรกรรมบนโลกดิจิทัลเกิดขึ้นได้เนื่องจากโดยสถาปัตยกรรมของบล็อกเชน ทุกธุรกรรมสามารถถูกตรวจสอบได้โดยผู้ใช้งานทุกคนที่อยู่บนบล็อกเชน

ที่ผ่านมามีการใช้บล็อกเชนประยุกต์กับธุรกิจขององค์กรขนาดใหญ่ ทั้งประกันภัย, การแพทย์และโรงพยาบาล, ธุรกิจค้าปลีก, อสังหาริมทรัพย์, การพลังงาน ไปจนถึงงานในโรงงานอุตสาหกรรมแต่ในปัจจุบันเริ่มมีการนำบล็อกเชนเข้ามาประยุกต์ใช้กับธุรกิจเอสเอ็มอีมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่พึ่งพาการผลิตแบบห่วงโซ่หรือซัพพลายเชนหลายทอด โดยบล็อกเชนจะช่วยสร้างระบบมอนิเตอร์การผลิตบนห่วงโซ่ตลอดทั้งสาย ทำให้แบรนด์สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าหรือการบริการของตนได้ดีขึ้น ถึงแม้ว่าต้องจ้างซัพพลายเออร์หลายเจ้า

…หรือการทำแคมเปญการตลาดที่ให้คูปองของรางวัล หรือใช้ระบบสะสมแต้ม บล็อกเชนจะช่วยป้องกันการทุจริต รวมถึงประหยัดต้นทุนที่ใช้จ้างบริษัทคนกลางมาพัฒนาระบบ

นอกจากนี้ บล็อกเชนสามารถนำมาประยุกต์ ทำให้เอสเอ็มอีสามารถเก็บข้อมูลจากลูกค้ามาวิเคราะห์ได้โดยตรง ไม่ผ่านคนกลาง สามารถสร้างฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าของตัวเองได้อย่างรวดเร็วด้วยต้นทุนที่ต่ำ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบโมบายแอป และผ่านเว็บไซต์ เอสเอ็มอีที่สนใจใช้บล็อกเชน สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ทันที หลายเจ้าให้ลองใช้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเอสเอ็มอีที่คิดจะใช้บล็อกเชนก็คือ…”อย่าบ้าเทคโนโลยี”…ให้นำเทคโนโลยีเฉพาะที่จำเป็นมาใช้ตอบโจทย์ธุรกิจของท่านให้ตรงจุด และท่านจะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างเต็มที่โดยไม่เสียเวลามาก