เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
Columns ‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 650 บาท รูปพรรณบาทละ 67,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 650 บาท รูปพรรณบาทละ 67,200 บาท
ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
Politics ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
Finance หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
News ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
ทองคำเดือนตุลาคมจะลงต่อเป็นเดือนที่ 2 หรือกลับมาขึ้นแรง
Finance ทองคำเดือนตุลาคมจะลงต่อเป็นเดือนที่ 2 หรือกลับมาขึ้นแรง
5 ทศวรรษ ‘ปรีชา กรุ๊ป’ กางโรดแมปปั๊มรายได้ 1,000 ล้าน
Real Estate 5 ทศวรรษ ‘ปรีชา กรุ๊ป’ กางโรดแมปปั๊มรายได้ 1,000 ล้าน
หนุนเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท สั่งทำหลักเกณฑ์ให้โปร่งใส ก่อนชง ครม.
Politics หนุนเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท สั่งทำหลักเกณฑ์ให้โปร่งใส ก่อนชง ครม.
พร้อมแจง ‘ฝ่ายค้าน’ ชี้ข้อกล่าวหาเลื่อนลอย ยันเป็นนั่งร้านประเทศ-ไม่อุ้ม ภท.
Politics พร้อมแจง ‘ฝ่ายค้าน’ ชี้ข้อกล่าวหาเลื่อนลอย ยันเป็นนั่งร้านประเทศ-ไม่อุ้ม ภท.
ดูทั้งหมด

นับถอยหลังรับสังคม “สูงวัย” แก่ไป…ใครดูแล?

19 ต.ค. 2561 | 20:30น.
เกษียณ-ผู้สูงวัย

เมื่อเร็วๆ นี้ ค่ายรถยนต์รายใหญ่อย่างโตโยต้า ประกาศโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ โดยให้สิทธิ์พนักงานตั้งแต่อายุ 45 ปี จะได้รับเงินตอบแทนสูงสุด 54 เดือน ในมุมหนึ่งคืออิสระที่รวดเร็วทันใจในวันที่สุขภาพยังดีอยู่ แต่อาจจะต้องแลกกับความมั่นคงด้านหน้าที่การงานและเงิน ปัจจัยหลักที่ยากจะปฏิเสธว่ามีความจำเป็นไม่มากก็น้อย

ข้อเสนอเออร์ลี่ รีไทร์ที่ว่านั้นจึงอยู่ที่การวางแผนและตัดสินใจของแต่ละบุคคลว่าจะเลือกเกษียณ “ช้า” หรือ “เร็ว”

แต่ท้ายที่สุดการเกษียณเป็นสิ่งที่ต้องมาถึงก็จำเป็นต้องวางแผนรับมือการเกษียณ และนั่นจึงเป็นคำถามถัดมาว่า “แล้วจะอยู่อย่างไร?” ลูกหลาน ชุมชน รัฐบาล หรือ ตัวคุณเอง?

แต่ก่อนที่ “ประชาชาติธุรกิจ” จะพาไปหาคำตอบว่า “แล้วใครกันจะดูแลคุณเมื่อเกษียณ” เราขอพาคุณย้อนกลับไปมองภาพสังคมไทยและการเปลี่ยนผ่านของสังคมในเชิงครอบครัวและประชากร เพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาและปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงเมื่อคำถาม “สูงวัย…ใครดูแล” ผุดมาในหัวของคุณครั้งต่อไป

ลูกไม่ได้พึ่งพา…หลานยังต้องเลี้ยง

รศ.ดร.วัฒนา สุกัณศีล

“รศ.ดร.วัฒนา สุกัณศีล” อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เล่าย้อนถึงภาพสังคมไทยว่า แต่เดิมสังคมไทยเป็นแบบครอบครัวขยายที่มีคนอย่างน้อย 3 รุ่นอาศัยอยู่ร่วมกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปตามยุคสมัย คนหนุ่มสาวเลือกออกจากบ้านไปสู่โรงเรียน ที่ทำงาน เกิดการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานห่างไกลจากสถานที่ซึ่งเกิดและเติบโต เป็นผลให้หนุ่มสาวอยู่ห่างจากครอบครัวในรุ่นพ่อแม่ และรุ่นปู่ย่าตายาย

ทั้งนี้ แต่เดิมที่ผู้หญิงมีบทบาทดูแลพ่อแม่ แต่เมื่อผู้หญิงไปเรียนหนังสือและทำงาน รวมทั้งไปมีครอบครัวและมีลูกในถิ่นฐานอื่น ด้วยปัจจัยการทำงาน คนหนุ่มสาวจึงมักฝากลูกไปให้ตายายช่วยเลี้ยง จนกระทั่งเด็กโตพอที่จะพึ่งพาตัวเองในระดับหนึ่งจึงเปลี่ยนไปอยู่กับพ่อแม่

นอกเหนือจาก “ผู้สูงวัย” จะขาดคนดูแลในวัยเกษียณแล้ว ยังต้องรับภาระ “หลาน” มาดูแลเพิ่ม วลีที่ว่า “มีลูกหวังพึ่งพายามแก่เฒ่า” จึงอาจจะใช้ไม่ได้ในยุคสมัยนี้ เพราะเมื่อสังคมเปลี่ยนไปเช่นนี้ โอกาสที่ผู้สูงวัยจะอาศัยใครก็น้อยลง

คน

ส่องสวัสดิการรัฐของไทย…ตอบโจทย์?

เมื่อหน่วยครอบครัวซึ่งเป็นหน่วยเล็กที่สุดในสังคมไม่อาจเป็นแหล่งพึ่งพิงได้ “รัฐ” ในฐานะตัวแทนผู้ดูแลสังคมจึงอาจจะเป็นตัวเลือกที่เราหันกลับมามองว่า จะสามารถเป็นที่พึ่งพาให้ผู้สูงวัยได้มากน้อยเท่าใดและอย่างไร

“อย่าลืมว่าผู้สูงวัยก็คือคน เขาเคยเป็นอดีตแรงงานที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติมาก่อน” อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวและต่อว่า แม้ว่ารัฐจะมีการดูแล เช่น การให้เบี้ยยังชีพรายเดือน แต่ในภาพใหญ่ เรื่องรัฐกับการดูแลผู้สูงวัยในประเทศยังเป็นเรื่องที่ไม่มีการพูดถึงอย่างจริงจัง

กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้นิยามคำว่า ผู้สูงอายุคือ บุคคลที่มีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย โดยระบุให้ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การแพทย์และสาธารณสุข, การศึกษา การศาสนา และข้อมูลข่าวสาร, การประกอบอาชีพ ฝึกอาชีพที่เหมาะสม, การลดหย่อนค่าโดยสารและการอํานวยความสะดวกในการเดินทาง และด้านการช่วยเหลือด้านที่พักอาศัย อาหารและเครื่องนุ่งห่มให้ตามความจําเป็นอย่างทั่วถึง เป็นต้น

ทั้งนี้ ยังรวมถึงการช่วยเหลือทางการเงินในรูปแบบของ “เบี้ยยังชีพ” ซึ่งรัฐสั่งแบ่งจ่ายรายเดือนตลอดชีพตามช่วงอายุแบบขั้นบันได คือ อายุ 60-69 ปี จะได้รับเดือนละ 600 บาท, อายุ 70-79 ปี จะได้รับเดือนละ 700 บาท, อายุ 80-89 ปี จะได้รับเดือนละ 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับเดือนละ 1,000 บาท

ทั้งนี้ รศ.ดร.วัฒนา เสนอให้มีการ “เก็บภาษี” ตามอัตราก้าวหน้า เพื่อที่รัฐจะมีเงินสำรองสำหรับคืนกลับมาเป็นรัฐสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ ในรูปแบบที่ดีพร้อมเฉกเช่นประเทศฝั่งตะวันตก

รัฐสวัสดิการกับความเปราะบางสังคมสูงวัยญี่ปุ่น

หากจะมองหาโมเดลต้นแบบเพื่อเตรียมรับสังคมสูงวัย “ญี่ปุ่น” อาจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่หลายคนนึงถึง เพราะเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีประชากรสูงวัยมากที่สุดในโลกมานับทศวรรษ โดยปัจจุบันมีผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ ทั้งรัฐบาลเองยังให้ความสำคัญกับมาตรการความมั่นคงทางสังคมมากขึ้น

ทว่างานวิจัยของ “เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรัม” (WEF) กลับจี้ปมปัญหาสังคมญี่ปุ่นที่ใครหลายคนอาจจะยังไม่รู้ นั่นคือผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นหลายรายเลือกที่จะก่ออาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ แลกกับการที่ได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำ เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำหรับบ้านพักคนชราในญี่ปุ่นค่อนข้างสูงและตัวเลือกที่สามารถอยู่ได้ก็เป็นเพียง “บ้านพักเกรดล่าง” ไม่สะดวกสบายอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับเรือนจำในญี่ปุ่นที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบครัน

ข้อมูลสถิติ ระบุว่า มากกว่าร้อยละ 50 ของผู้สูงอายุในเรือนจำไม่มีบ้านและขาดรายได้ ขณะที่ร้อยละ 40 ขาดปฏิสัมพันธ์จากเครือญาติทำให้บ้านไม่ใช่บ้านตามอย่างที่คาดหวัง

เงินออม

เงินออม : กับดักทุนนิยม

ในฐานะนักวิชาการด้านผู้สูงวัย และเจ้าของมูลนิธิบ้านอารีย์ “ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา” ชี้ว่า ไอเดียของการเก็บออมเงินคือกับดักทุนนิยมที่ทำให้คนยึดติดตัวชี้วัดความมั่นคงยามเกษียณด้วย “เงิน” ที่มี

ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา“โดยประมาณว่ากันว่าต้องเก็บเงินออม 4-7 ล้านบาท หากเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี และมีชีวิตโดยเฉลี่ยที่ 81-83 ปี บางทฤษฎีบอกว่า 40-50 ปี แต่จริงๆ แล้วนั้นไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะความมั่นคงจริงๆ แล้วไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงิน เงินต้องไม่ใช่ตัวชี้วัด

คนเราต้องการปัจจัยสี่เท่านั้น ลองคิดดูว่าในอนาคตถ้าเงินเฟ้อขึ้นมา มีเงินเท่าไหร่ก็อาจจะรู้สึกไม่มั่นคง แต่หากคุณมีปัจจัยสี่ เริ่มจากอาหาร ลองปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกสมุนไพรไว้เป็นยารักษาโรค มีที่อยู่ตั้งแต่ก่อนเกษียณ มีเสื้อผ้าเพียงพอต่อความจำเป็น คนที่ทำได้สำเร็จเท่านี้จะรู้สึกมั่นคงจริงๆ” ผศ.ดร.วีรณัฐ กล่าว

สังคมสวัสดิการแห่งอนาคต

นักวิชาการด้านผู้สูงวัย ระบุว่า สังคมสวัสดิการ (Society welfare) จะเป็นภาคส่วนที่สำคัญในยุคต่อไป เนื่องจากในอดีตรัฐถือครองทรัพยากรและดำเนินการจัดสรร แต่ต่อไปคือภาคส่วนประชาสังคม

“ต่อไปพื้นที่เล็กลงเรื่อยๆ การบริหารต้องเล็กลง แต่รัฐนั้นใหญ่เกินไป ภาคชุมชนจึงต้องปรับขึ้นมามีบทบาทแทน เพราะชุมชนมีขนาดเล็ก สามารถจัดแบ่งกลุ่มเพื่อให้ตรงกับความชื่นชอบ ความสนใจ และความต้องการของแต่ละกลุ่มคนได้ง่าย” ผศ.ดร.วีรณัฐ กล่าว

อัตราเกิดต่ำ-สูงวัยล้นเมือง

ผศ.ดร.ศุทธิดา ชวนวัน นักวิจัยสถาบันประชากรศาสตร์และสังคม เผยว่า อัตราการเกิดเปลี่ยนแปลงไปทำให้โครงสร้างครอบครัวจึงเปลี่ยนแปลงตาม คาดการณ์ว่าปี 2562 จะมีจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าจำนวนเด็กเป็นครั้งแรก เนื่องจากอัตราการเจริญพันธุ์รวมบุตรต่อสตรี 1 คนอยู่ที่ 1.55 คน หรือหมายความว่า คนนิยมมีลูก 1-2 คน ในขณะที่ภาวะเจริญพันธุ์ทดแทนคือ ขั้นต่ำของประชากรที่จะมีลูก 2 คนเพื่อทดแทนพ่อแม่ 2 คนที่จะจากไปในอนาคต

ทั้งนี้ นักประชากรศาสตร์ยังคาดการณ์ว่า ปี 2564 สังคมไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์(Completed aged society) และจะเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด(Super aged society)ในปี 2574 เนื่องด้วยสัดส่วนประชากรสูงวัยที่มีขนาดมากกว่าประชากรกลุ่มอื่นในสังคม

โอกาสทองแรงงานวัยเกษียณ

เจ้าของมูลนิธิบ้านอารีย์ มองว่า แนวโน้มอัตราการเกิดที่ต่ำลงนั้น กลับเป็นผลให้ภาคธุรกิจต้องการแรงงานสูงอายุ ประกอบกับกระแสแรงงานวัยแอคทีฟหันไปทำอาชีพอิสระอย่างงานขายของออนไลน์มากขึ้น ช่องว่างแรงงานในภาคส่วนบริการก็อาจจะเป็นโอกาสทองให้กับกลุ่มผู้สูงวัยที่ยังมีศักยภาพและประสิทธิภาพมากพอ แล้วจึงให้มีการอบรมสั้นๆ ก่อนการทำงานอีกครั้งก็เพียงพอ

ที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ บรรดาบริษัทต่างเปิดโอกาสให้กับแรงงานสูงวัยที่ยังแข็งแรงและมีใจรักงานบริการให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งงานบริการ อาทิ “ซีเอ็ดบุ๊ค” ร้านหนังสือและผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ และ “อิเกีย” แบรนด์ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดน

สูงวัย

ดังนั้น เมื่อ “ลูกหลาน” ก็อยู่ห่างไกลจากพ่อแม่ด้วยเพราะรูปแบบสังคมที่เปลี่ยนไป จะไปหวังพึ่ง “รัฐ” ก็อาจจะยังไม่พร้อมดูแลอย่างเป็นระบบ มองไปยัง “ชุมชน” ที่เหมือนว่าจะลงตัว ก็กลับกลายเป็นว่ามองไปทั้งชุมชนก็อาจจะมีแต่ผู้สูงวัยด้วยกัน แต่หากจะมองกลับมายัง “ตัวเอง” ก็กลับกลายเป็นว่าต้องวางแผนทางการเงินและความมั่นคงทั้งทางกาย-ใจให้ดี!

จนเมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้ ก็ดูเหมือนจะยังไร้ซึ่ง “คำตอบ” ที่ชัดเจนว่า “ใครจะดูแลเรายามเกษียณ”

นับถอยหลังรับสังคม “สูงวัย” จึงไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้เฉพาะตัวบุคคล แต่เพราะทุกอย่างล้วนเกี่ยวพันสอดคล้องต่อกัน ทั้งจำนวนประชากร กำลังแรงงาน ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ตลอดจนภาคประชาสังคม… คำตอบสำหรับคำถามข้างต้น จึงต้องมีการพูดคุยเพื่อหาคำตอบร่วมซึ่งกันและกัน

 

ไม่ว่าวันใดวันหนึ่งคำว่า “เกษียณ” ก็ต้องมาเยี่ยมเยือนคุณอยู่ดี!