ธนาแลนด์เร่งปิดยอดคอนโด 10% สุดท้าย “ธนา แอสโทเรีย” ปิ่นเกล้า เริ่ม 2.9 ล้าน
นายโกวิทย์ สุวาณิชย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดอีเวนต์ Thank you Party ให้กับลูกค้าในโครงการ “ธนาแอสโทเรีย ปิ่นเกล้า” ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2561
รายละเอียดธนาแอสโทเรีย มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท ดีไซน์เป็นห้องชุดไฮไรส์ 23 ชั้น รวม 497 ยนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 90% เหลือขายแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 29-33 ตารางเมตร ราคา 2.9 ล้านบาท, กับ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำเหลือ 2-3 ยูนิต กับ 2 นอน 1 ห้องน้ำอีก 10 กว่ายูนิต
โดยโครงการธนาแอสโทเรียเปิดขายเมื่อปี 2559 ราคาเฉลี่ย 60,000 บาท/ตารางเมตร ปัจจุบันปรับขึ้นเป็น 94,000 บาท/ตารางเมตร เทียบกับราคาตลาดเกิน 1 แสนบาท/ตารางเมตร
“ปัจจุบันทำเลเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โดยซัพพลายแนวถนนจรัญสนิทวงศ์ 5,000 ยูนิต ราคา 97,000-100,000 บาท/ตารางเมตร เหลือขาย 40% 2,000 ยูนิต โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงมีแผนเปิดตัวต่อเนื่อง”
นายโกวิทย์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ธนาแลนด์พัฒนาแล้ว 10 โครงการ แต่เน้นคอนโดฯ เป็นหลัก แผนธุรกิจนับจากนี้ไปเพิ่มบทบาทโครงการแนวราบให้มีสัดส่วน 40% ภายในปี 2562 โดยมีแลนด์แบงก์อยู่ในทำเลลาดพร้าว-รัชดาภิเษก
แผนธุรกิจปี 2562 เตรียมเปิดตัวโครงการทาวน์โฮมราคาเริ่ม 10 ล้านบาท ทำเลสาธุประดิษฐ์ มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท และช่วงปลายปีเปิดคอนโดโลว์ไรส์ กำลังตัดสินใจระหว่างทำเลลาดพร้าวกับซอยอารีย์ มูลค่า 300 ล้านบาท จำนวน 70 ยูนิต
บริษัทมียอดขายปี 2560 จำนวน 440 ล้านบาท แผนธุรกิจปี 2561 ตั้งเป้าเติบโต 10% อยู่ที่ 500 ล้านบาท และตั้งงบจัดซื้อที่ดินปีละ 300-500 ล้านบาท
นางอังคณา อุทัยแสงชัย กรรมการฝ่ายออกแบบสถาปัตยกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาแอสโทเรียใส่ใจในรายละเอียดการออกแบบและก่อสร้าง โดยอาคารตั้งใจให้ลูกค้าพักอาศัยได้เป็น 100 ปี
ตัวอย่างความใส่ใจของธนาแลนด์ อาทิ ห้องชุดซิงเกิลคอร์ริดอร์,ใช้น้ำยาแอร์ R-32 ไม่ทำลายชั้นโอโซน, ใช้ไฟ LED ทั้โครการ, ระบบบำบัดน้ำเสียมาใช้รดต้นไม้, สีทาอาคารภายนอกใช้คุณสมบัติกัน UV, ใช้กระจกตัดแสงลดความร้อน และงานระบบมีจุด EV Charger สำหรับชาร์จไฟให้กับรถยนต์ไฟฟ้า
“การออกแบบที่ดีจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ควบคู่กับความงามที่เหนือระดับ”
นายวีระพันธุ์ ภู่ประดิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมี 5 กลยุทธ์หลักในการทำธุรกิจ เริ่มจาก 1.การสร้างแบรนด์สู่สาธารณชนมากขึ้น จากเดิมลูกค้ารู้จักในวงจำกัดแบบ word of mouth 2.กิจกรรม below the line โฟกัสทุกเทศกาลให้เป็นอีเวนต์สำคัญของลูกบ้านในโครงการด้วย
3.Social Network จุดเน้นอยู่ที่การใช้สื่อออนไลน์เต็มรูปแบบ ควบคู่การสื่อสารผ่านช่องทางสื่อออฟไลน์ 4.แคมเปญโปรโมชัน โดยมีความคิดสร้างสรรค์ในกิจกรรมที่จัดขึ้นมา และ 5.ซีเอสอาร์ บริษัททำกิจกรรมการตลาดตั้งแต่ก่อนลูกค้าซื้อโครงการ ตลอดจนดูแลไปถึงบริการหลังการขาย
สำหรับการจัดอีเวนต์ Thank you Party วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ห้องชุดเหลือขายอีก 10% มีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่มาลงทะเบียนและจองซื้อในงาน รับส่วนลดเงินสด 3 รายการมูลค่าสูงสุด 150,000 บาท
+++