AREA ประเมินปี 61 อสังหาฯ จะฟูสูงสุดในรอบ 24 ปี คาดมูลค่ารวม 5.2 แสนล้าน โต 18%
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA เปิดเผยว่า โครงการที่อยู่อาศัยในปี 2561 น่าจะเกิดขึ้นมากเป็นพิเศษ โดยใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2561 เทียบกับปี 2560 มี จำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดใหม่รวม 319 โครงการ ลดลง -1%
มีจำนวนหน่วยขายรวม 86,694 หน่วย ลดลงประมาณ -3% แต่มีมูลค่าโครงการรวม 386,706 ล้านบาท เพิ่ม 17% และมีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มจาก 3.667 ล้านบาทเป็น 4.461 ล้านบาท หรือเพิ่ม 22%
โดยกลุ่มที่อยู่อาศัยที่เปิดขายมากสุด คืออาคารชุด 52,277 หน่วย สัดส่วน 60% รองลงมา คือ ทาวน์เฮ้าส์ 21,100 หน่วย สัดส่วน 24% และอันดับ 3 คือ บ้านเดี่ยว 8,587 หน่วย สัดส่วน 10% ของตลาดรวม
เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัย พบโครงการเปิดใหม่ 302 แห่ง มีจำนวน 84,455 หน่วย มูลค่ารวม 372,462 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 4.41 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากคาดการณ์จากการเปิดตัวในช่วง 9 เดือนแรก โดยใช้ค่าเฉลี่ยของแต่ละเดือนจะพบว่า ปีนี้น่าจะมีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดมใหม่ 403 แห่ง ลดลง -2%) จำนวนหน่วย 112,607 หน่วย ลดลง -2% เช่นกัน แต่มูลค่าการพัฒนาเพิ่มเป็น 496,616 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นถึง 12% ส่วนราคาเป็น 4.41 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14%
และหากพิจารณาจำนวนที่สำรวจรายเดือนนี้ยังอาจน้อยกว่าที่ควรมีจริงราว 5% และจำนวนหน่วยในช่วงไตรมาส 4/61 ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องแต่อาจลดลงกว่าค่าเฉลี่ย 5% แต่มูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วยไม่ได้ลดลง ก็จะคาดการณ์ได้ว่า จำนวนหน่วยอาจเพิ่มเป็น 116,759 หน่วย เพิ่มขึ้น 2% มูลค่าจะกลายเป็น 521,447 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18% ส่วนราคาขายเป็น 4.466 ล้านบาท
การที่แนวโน้มมูลค่าโครงการเพิ่มขึ้นถึง 18% นี้จึงถือเป็น “ฟองสบู่” อย่างชัดเจน ตลอดช่วง 24 ปีที่สำรวจมานั้น ปี 2561 นี้จะเป็นปีที่มูลค่าการพัฒนาสูงที่สุด แต่จำนวนหน่วยไม่มากนัก เพราะขณะนี้เน้นของที่มีราคาสูง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะ 20% ของหน่วยขาย มีการขายให้กับนักเก็งกำไรทั้งระยะสั้นและระยะยาว (นักลงทุน) และอีกราว 20% ขายให้กับนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะจีน
“การเกิดภาวะฟองสบู่ในกลุ่มสินค้าราคาสูงนั้น มีความเสี่ยงมาก หากไม่มีการโอน ก็อาจทำให้กระแสเงินสดของโครงการสะดุดได้ สถาบันการเงินและนักพัฒนาที่ดินจึงพึงติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิดและให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ” ดร.โสภณกล่าว
+++