ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากความกังวลว่าอุปทานน้ำมันดิบจะปรับตัวเพิ่มขึ้น
– ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงมากกว่าร้อยละ 1 จากความกังวลว่าอุปทานน้ำมันดิบจะปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียและรัสเซียส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มปริมาณการผลิต นอกจากนี้ คาดว่าเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มจะถูกกดดัน จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังคงยืดเยื้อ
– นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันพฤหัสนี้ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกับเป็นสัปดาห์ที่หก หลังซาอุดิอาระเบียและรัสเซียส่งสัญญาณที่จะเพิ่มปริมาณการผลิต
– ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซีย สหรัฐฯ และซาอุดิอาระเบีย ในเดือน ก.ย. 61 แตะระดับ 33 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งสามประเทศสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำมันได้ถึง 1 ใน 3 ของความต้องการใช้น้ำมันดิบโลก
-/+ สำนักงานพลังงานสากล (IEA) รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบที่ระดับสูงกำลังส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน อย่างไรก็ตาม นายไบรอล ผู้อำนวยการบริหารของ IEA คาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันจะยังคงขยายตัวต่อไป แม้ว่าจะมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันอากาศยานและอุตสาหกรรมพลาสติกยังคงเติบโตได้ดี

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันเบนซินยังคงถูกกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาด หลังจีนประกาศโควต้าการส่งออกน้ำมันเบนซินเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินปรับตัวลดลง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อจากเวียดนามที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 65-70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 74-79 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดิอาระเบียประกาศว่า ซาอุดิอาระเบียจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากกำลังการผลิตเดิมที่ระดับ 10.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อชดเชยอุปทานที่หายไปจากประเทศอิหร่านและเวเนซูเอลล่า และพร้อมที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1-2 ล้านบาร์เรล หากอุปทานไม่เพียงพอต่ออุปสงค์ของโลก
การเติบโตของความต้องการน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังได้รับแรงกดดันจากอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงปัญหาทางเศรษฐกิจในแถบยูโรโซนและตลาดเกิดใหม่
ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากประเทศอิหร่านคาดจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังประเทศต่างๆ ปรับลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านก่อนวันกำหนดการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในวันที่ 4 พ.ย. 61
