เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“อนุพงษ์” เข้าใจความลำบากกลุ่ม “หาบเร่แผงลอย” ยันเร่งแก้-หาแนวทางช่วยเหลือ

13 พ.ย. 2561 | 11:01น.

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 เวลา 8.30 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ ถึงกรณี กลุ่มเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่รวมตัวกว่า 100 คน เข้าทวงถามความคืบหน้าจากการตัดระเบียบแผงลอยทั่วกรุงเทพฯ

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เข้าใจในเรื่องความลำบากของประชาชน ความเดือดร้อนของผู้ค้าขาย ว่าไม่สามารถทำมาหากินได้ และไม่มีที่ทำมาหากินจึงมาใช้ทางเท้า โดยนายกฯ ได้ถามถึงปัญหาดังกล่าว และย้ำให้หาทางช่วยเหลือ

“ในการที่จัดระเบียบกรุงเทพฯ มันมีประเด็นที่สังคมจะต้องทราบก่อนว่า “ทางเท้า” มีไว้สำหรับให้คนสัญจร ถ้าให้คนเข้าไปค้าขายบนทางเท้า ปัญหาแรกที่จะเกิดขึ้น คือ ในเรื่องของกฎหมายเรื่องที่สอง เมื่อไปใช้พื้นที่บนทางเท้าขายของแล้วจะต้องมีคนเดือดร้อน เรื่องที่สาม จะเป็นในส่วนของภาพลักษณ์ของ กทม. ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาก็ได้นำเนินตามนโยบายของรัฐบาล คือ การไปหาพื้นที่ให้ค้าขาย โดยปัญหาที่พบ เมื่อย้ายไปแล้วกลับค้าขายไม่ได้ ซึ่งก็ต้องมาแก้ปัญหาต่อไปว่าจะหาทางช่วยเหลืออย่างไร” พล.อ. อนุพงษ์ กล่าวและว่า

เนื่องจาก กทม. เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย จึงทำให้ถนน-ทางเท้าบางสายจำเป็นต้องให้มันเรียบร้อย ทั้งในเรื่องของความสะอาด การจราจร และในเรื่องของผู้ที่ได้รับผลกระทบในการค้าขายบนทางเท้าด้วย ซึ่งถ้ากฎหมายอนุญาตให้สามารถค้าขายได้ ก็จะมีข้อมาตรการผ่อนผันให้สามารถทำได้ เพรามันเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแลอยู่

นอดจากนี้ มท.1 ระบุว่า กรณีนี้ใช้คำว่าเยียวยาไม่ได้ เพราะ การเยียวยาฝ่ายรัฐต้องเป็นฝ่ายที่ผิด โดยในกรณีให้ใช้ว่าช่วยเหลือก็พอ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าการที่ทำอย่างนี้จะไปขัดกับสโลแกนที่ว่า “ประเทศไทยเป็นเมืองสตรีทฟู้ด” หรือไม่นั้น พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า ไม่ไปขัดกับสโลแกนเพราะ สตรีทฟู้ด ไม่ได้ให้ไปตั้งบนข้างถนนทุกแห่ง มีบางคนเห็นว่าสตรีทฟู้ดควรจะทำเป็นร้าน ที่ไม่ใช่ภัตตาคารเป็นร้านข้างทางที่อยู่ข้างถนน แต่จะต้องไม่อยู่บนฟุตบาท

“ถ้าผมถามต่อไปว่า คนที่ทำกับข้าวพวกเขาเข้าห้องน้ำที่ไหน ล้างมืออย่างไร ล้างจานยังไง มีสุขอนามัยเป็นอย่างไร ตอบได้ไหม? สตรีทฟู้ดจำเป็นจะต้องมีที่มาที่ไปให้ดี ส่วนข้อพิจารณาที่เตรียมไว้ คือ ต้องดูว่าสุขอนามัยเป็นอย่างไร โดยเฉพาะของกิน ของที่มาขายมีละเมิดลิขสิทธิ์ไหม แต่เข้าใจนะว่าคนที่มาขายยากจน ต้องการเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว แต่การค้าขายก็จะต้องอยู่บนข้อพิจารณาต้องมีหลักเกณฑ์” มท.1 กล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา