นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ย.2561 ไทยได้ตกลงขายข้าวให้กับรัฐบาลจีนและรัฐบาลฟิลิปปินส์ในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ปริมาณรวม 1.8 แสนตัน โดยข้าวที่ขายให้กับจีนเป็นข้าวล็อตที่ 7 ปริมาณ 1 แสนตันภายใต้สัญญาจีทูจี 1 ล้านตัน โดยเป็นการขายข้าวขาว 5% ฤดูกาลผลิตใหม่ มีกำหนดส่งมอบปลายเดือน พ.ย.-ธ.ค.2561 ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้เห็นชอบการตกลงราคาขายไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2561 ที่ผ่านมา ส่วนการขายให้ฟิลิปปินส์ เป็นการชนะการประมูลนำเข้าข้าวขาว 25% ฤดูกาลผลิตใหม่ ของหน่วยงาน National Food Authority (NFA) ซึ่งเป็นหน่วยงานซื้อข้าวของฟิลิปปินส์ ปริมาณ 8 หมื่นตัน เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2561 มีกำหนดส่งมอบภายในเดือนธ.ค.นี้
ทั้งนี้ ยังมีคำสั่งซื้อข้าวของภาคเอกชน ที่ชนะการประมูลนำข้าวเป็นการทั่วไปของฟิลิปปินส์อีก 1.44 แสนตัน เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2561 จากปริมาณที่เปิดประมูลนำเข้าข้าวขาว 25% ปริมาณ 5 แสนตัน โดยมีกำหนดส่งมอบเดือน ธ.ค. 2561-ม.ค. 2562
“รวมทั้งหมด ไทยต้องเตรียมข้าวสำหรับการส่งออกทั้งหมด 3.24 แสนตัน เริ่มส่งมอบตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย.- ธ.ค. และส่งทั้งหมดไม่เกินเดือน ม.ค.2562 ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับชาวนาและตลาดข้าวไทย เพราะมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศปริมาณมากมารองรับผลผลิตข้าวนาปีที่กำลังออกสู่ตลาดในช่วงสิ้นปีนี้ เพราะผู้ส่งออกข้าวจะต้องซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาเพื่อส่งมอบ และการส่งออกข้าวปริมาณมากในระยะเวลาเวลาสั้น จะช่วยให้การระบายข้าวฤดูกาลผลิตใหม่เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลดี ทำให้ชาวนาขายข้าวเปลือกได้ในราคาดี และมีเสถียรภาพมากขึ้น และยังส่งผลดีต่อการค้าข้าวไทยทั้งระบบ”นายอดุลย์กล่าว
นอกจากนี้ ผลจากการมีคำสั่งซื้อข้าวเข้ามา จะช่วยผลักดันให้การส่งออกข้าวของไทยในปี 2561 ที่ตั้งไว้ที่ 11 ล้านตัน เป็นไปตามเป้าหมายอย่างแน่นอน เพราะการส่งออกข้าวในช่วงเกือบ 11 เดือนของปี 2561 (1 ม.ค.-27 พ.ย.) ส่งออกได้แล้วปริมาณ 9.89 ล้านตัน มูลค่า 161,384 ล้านบาท และยังมีคำสั่งซื้อข้าวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากประเทศผู้นำเข้า เช่น กลุ่มประเทศในแอฟริกาที่จะนำเข้าก่อนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส