เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปิดด่านเมียวดี หนุนค้าไทย-เมียนมาฟื้น จับตา Import License กดดันครึ่งปีหลัง

16 มิ.ย. 2569 | 11:21น.

กรมการค้าต่างประเทศชี้เมียนมากลับมาเปิดด่านเมียวดี ตรงข้ามสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 แม่สอด เป็นสัญญาณบวกต่อการค้าชายแดน หลังปิดฝ่ายเดียวตั้งแต่ 18 ส.ค. 2568 คาดหนุนส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และสินค้าอุตสาหกรรมฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 2569 แต่ยังต้องจับตาระบบ Import License-Export Earning Matching เป็นตัวแปรสำคัญ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมียนมาได้กลับมาเปิดทำการด่านเมียวดี ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 หลังจากปิดด่านฝ่ายเดียวตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568

การกลับมาเปิดด่านดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการค้าชายแดนไทย-เมียนมา เนื่องจากเส้นทางแม่สอด-เมียวดีเป็นประตูการค้าสำคัญที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจหลักของเมียนมา

ทั้งนี้ การเปิดด่านจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวด้านโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยกลับมาฟื้นการส่งออกสินค้าไปยังตลาดเมียนมา โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และอุปกรณ์ รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมที่ยังมีความต้องการสูง

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของการค้าชายแดนยังขึ้นอยู่กับมาตรการควบคุมการนำเข้าของเมียนมา โดยเฉพาะระบบการขอใบอนุญาตนำเข้า หรือ Import License ซึ่งเชื่อมโยงกับรายได้จากการส่งออก หรือ Export Earning ของผู้นำเข้า

ภายใต้ระบบดังกล่าวผู้ประกอบการจะต้องมีวงเงิน Export Earning หรือได้รับการจับคู่กับผู้ที่มีวงเงินเพียงพอ เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติการนำเข้าสินค้า ส่งผลให้ขั้นตอนดำเนินการใช้เวลานานขึ้น และสินค้าบางประเภทต้องได้รับการอนุมัติเป็นรายกรณี

นางอารดากล่าวว่า แม้ข้อจำกัดด้านการขนส่งจะเริ่มคลี่คลายลงหลังเปิดด่านเมียวดี แต่ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบการนำเข้า การบริหารเงินตราต่างประเทศ และระบบ Export Earning Matching ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจนำเข้าสินค้าและกำลังซื้อของภาคเอกชนเมียนมา

ปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการค้าชายแดนไทย-เมียนมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ภาพรวมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา และการค้าชายแดนผ่านด่านศุลกากรแม่สอดในช่วงปี 2568-2569 โดยเฉพาะเดือนมกราคม-เมษายน 2569 พบว่ามูลค่าการค้าผ่านด่านแม่สอดลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนและมาตรการควบคุมการนำเข้าของเมียนมา

อย่างไรก็ดี การกลับมาเปิดด่านเมียวดีคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของการค้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม ยา สินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง เชื้อเพลิง และสินค้าอุตสาหกรรมที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและภาคการผลิตของเมียนมา

นางอารดากล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าต่างประเทศจะเดินหน้าผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างไทยและเมียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะหยิบยกประเด็นดังกล่าวหารือกับกระทรวงพาณิชย์ของเมียนมาในการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า หรือ Joint Trade Committee (JTC) ไทย-เมียนมา ที่กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีกำหนดจัดขึ้นภายในปีนี้

เป้าหมายสำคัญคือการหาแนวทางผ่อนคลายอุปสรรคทางการค้า และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ Export Earning เพื่อให้การอนุมัติการนำเข้าสินค้ามีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์การเปิดด่านเมียวดี มาตรการการค้า และนโยบายบริหารเงินตราต่างประเทศของเมียนมาอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลกระทบจากมาตรการควบคุมสินค้าตามแนวชายแดนของกระทรวงกลาโหม ซึ่งกำหนดให้อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นหนึ่งในพื้นที่ควบคุมการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เพื่อป้องกันและปราบปรามธุรกิจสแกมเมอร์

กรมจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ลดอุปสรรคในการส่งออกของผู้ประกอบการไทย และผลักดันการค้าชายแดนไทย-เมียนมาให้กลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป