เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เน็ตฟลิกซ์กวาดเรียบ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2030
Biz Movement เน็ตฟลิกซ์กวาดเรียบ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2030
ครม. อุ้ม ‘นายจ้าง-ลูกจ้าง’ ชะลอเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ 3 เดือน พิษน้ำท่วม-เศรษฐกิจซบ
Politics ครม. อุ้ม ‘นายจ้าง-ลูกจ้าง’ ชะลอเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ 3 เดือน พิษน้ำท่วม-เศรษฐกิจซบ
สตง. ตรวจสอบ Thai PBS พบอะไรบ้าง สรุปข้อสังเกต-คำชี้แจง 2 ฝ่าย
News สตง. ตรวจสอบ Thai PBS พบอะไรบ้าง สรุปข้อสังเกต-คำชี้แจง 2 ฝ่าย
‘แอมเนสตี้’ จี้ หยุดใช้คดีอาญาขู่ประชาชน! อัดปม ‘อนุทิน’ ฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ สวนทางกฎหมาย SLAPPs
Politics ‘แอมเนสตี้’ จี้ หยุดใช้คดีอาญาขู่ประชาชน! อัดปม ‘อนุทิน’ ฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ สวนทางกฎหมาย SLAPPs
‘ไทยเครดิต’ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ก.ล.ต. ดัน ‘ตังค์โต Know-how’ ปูพรหมสร้างภูมิคุ้มกันการเงินฐานราก
Biz Movement ‘ไทยเครดิต’ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ก.ล.ต. ดัน ‘ตังค์โต Know-how’ ปูพรหมสร้างภูมิคุ้มกันการเงินฐานราก
Bangkok Blueprint  “โอนเงินข้ามประเทศ” วางระบบป้องกันสแกมเมอร์ก่อน “เส้นเลือดใหญ่” ติดเชื้อ
World Bangkok Blueprint “โอนเงินข้ามประเทศ” วางระบบป้องกันสแกมเมอร์ก่อน “เส้นเลือดใหญ่” ติดเชื้อ
คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
Finance คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
ดูทั้งหมด

คอนเทนต์ออนดีมานด์เดือด กว้านซื้อหนังปั้นพริวิเลจหยุดดัมพ์ราคา

30 พ.ย. 2561 | 11:42น.

คอนเทนต์ออนดีมานด์ยังเดือด ผู้เล่นพลิกเกมงัดกลยุทธ์ชิงมาร์เก็ตแชร์ ทุ่มงบฯซื้อคอนเทนต์กระหน่ำ ดันค่าลิขสิทธิ์พุ่ง พร้อมเล็งปั้นออริจินอลคอนเทนต์สร้างความต่าง ฟาก “ไอฟลิกซ์” ย้ำชัดหมดยุคดัมพ์ราคาต้องเน้นคุ้มค่า ขณะที่ HOOQ ลุยจับมือพันธมิตรใช้พริวิเลจดึงลูกค้า “MonoMax” กว้านซื้อเอ็กซ์คลูซีฟสกัดคู่แข่ง “ดูนี่” ปั้นโมเดลดูฟรี-เปิดรายการช็อปปิ้ง

นางสาวอาทิมา สุรพงษ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอฟลิกซ์ จำกัด (ประเทศไทย) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดไทยเติบโตได้ดีมาก ด้วยปัจจัยที่เอื้อทั้งการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มากขึ้น การถูกลงของทั้งค่าบริการอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทดีไวซ์ โดยไอฟลิกซ์ถือเป็นเบอร์ 2 ในตลาดคอนเทนต์ออนดีมานด์ในไทย หากไม่รวมไลน์ ทีวี กับยูทูบ และถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตสูง โดยโตถึง 200% จากปีก่อน

“สงครามราคาในตลาดไทยยังมีเรื่อย ๆ แต่จากนี้จะไม่เห็นการแข่งกันดัมพ์ราคาอีก แต่ทุกรายจะเน้นทำสงครามคอนเทนต์ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ามากที่สุด”

ปัจจุบันค่าบริการอยู่ที่ 100 บาทต่อเดือน มีผู้ลงทะเบียนใช้งานในไทยกว่า 2 ล้านราย ใช้ประจำราว 1 ล้านราย คาดว่าสิ้นปีนี้จะไม่ต่ำกว่า 2 ล้านราย เพราะโตเป็นเท่าตัวทุกปี ยิ่งเร็ว ๆ นี้ได้โซนให้ดูฟรีในบางกลุ่มคอนเทนต์

“การสร้างออริจินอลคอนเทนต์ เป็นคีย์หลักที่จะทำให้บริการของตัวเองโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งไอฟลิกซ์ได้เริ่มทำแล้วใน 3 ประเทศคือ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี ในไทยก็พร้อมจะลงทุนสร้าง แต่ยังไม่เจอทีมและพลอตเรื่องที่โดนใจ จึงเน้นไปที่การเจรจาซื้อคอนเทนต์ที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ไอฟลิกซ์มาเสริมให้มากขึ้น นอกเหนือจากคลังคอนเทนต์ที่มีกว่า 40,000 ชั่วโมงที่เป็นจุดเด่นแล้ว”

ขณะที่ราคาคอนเทนต์ในตลาดที่ผู้ให้บริการแต่ละรายต้องไปเจรจาซื้อลิขสิทธิ์มานั้น ปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลาย ทำให้ค่าลิขสิทธิ์ยังไม่พุ่งสูง แต่ไม่สามารถเปิดเผยงบฯลงทุนด้านคอนเทนต์ของบริษัทได้ แต่เพิ่มขึ้นทุกปี

HOOQ ลุยพริวิเลจ

ด้านนายอาร์ม เจริญศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฮุค ดิจิตอล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์ของ HOOQ เน้นจับมือกับพันธมิตรให้โตไปพร้อมกัน โดยอาศัยความได้เปรียบจากการที่บริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกาเป็นบริษัทร่วมทุนของ 3 ยักษ์ใหญ่ระดับโลก คือ SingTel, Warner Bros. และ Sony Pictures เช่น เข้าไปฝังตัวในกล่องรับสัญญาณ AIS Play หรือสร้างพริวิเลจให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งแต่ละปีมีงบประมาณด้านการตลาดราว 70-80 ล้านบาท ส่วนงบประมาณด้านคอนเทนต์ไม่สามารถเปิดเผยได้

“การแข่งราคาซาไประยะหนึ่งแล้ว แต่ทุกรายแข่งกันหาคอนเทนต์ที่โดดเด่น สร้างจุดยืนที่แตกต่าง ซึ่ง HOOQ ได้เปรียบจากผู้ถือหุ้นทำให้ 70% ของคอนเทนต์จากฮอลลีวูดมาอยู่ที่เรา และดีลมาฉายได้ทันทีภายใน 3 เดือนหลังออกจากโรงหนัง เพื่อย้ำจุดยืนของ HOOQ คือ เร็ว สด ใหม่ ใหญ่ ซึ่งตอนนี้ผู้ให้บริการคอนเทนต์ ทั้งออนไลน์และทีวีดิจิทัลเอง ก็แข่งขันไปดีลดึงคอนเทนต์ดี ๆ มาออกอากาศในแพลตฟอร์มตัวเอง ทำให้ตอนนี้ค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นกว่า 20% ทุกปี”

ส่วนการลงทุนสร้างออริจินอลคอนเทนต์เอง น่าจะเริ่มราวปี 2563 เนื่องจากยังอยู่ในจุดที่ต้องสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้มากขึ้น อย่างตอนนี้ลูกค้ารับรู้แล้วว่า HOOQ มีคลังโลคอลคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุด ด้วยมีพันธมิตรค่ายหนังไทยเยอะ อย่าง GDH ซึ่งเริ่มจัดกิจกรรมมีตแอนด์กรี๊ดร่วมกันเพื่อสร้าง brand love ดึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด

MonoMax กว้านซื้อเอ็กซ์คลูซีฟ

นายนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) กล่าวว่า ฐานลูกค้าบริการคอนเทนต์ออนดีมานด์ “MonoMax” ปัจจุบันที่มีฐานสมาชิกในไทยราว 1 แสนราย ด้วยค่าบริการราว 250 บาทต่อเดือน มีคลังคอนเทนต์กว่า 20,000 ชั่วโมง และตั้งเป้าปี 2562 ไว้ที่ 2-3 แสนราย พร้อมขยายไปให้บริการทั้งตลาดอาเซียน ตั้งเป้าสมาชิกทั้งอาเซียนไว้ 1 ล้านรายในเร็ว ๆ นี้

“ยังชูจุดเด่นให้ทุกช่องทางของโมโนกรุ๊ป มีหนังดีมากที่สุด โดยจะเป็นดีลเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อให้ได้หนังที่สดใหม่มาฉาย และกันไม่ให้คู่แข่งได้สิทธิ์ไปฉายด้วย และสร้างออริจินอลคอนเทนต์มากขึ้น เพื่อให้ก้าวขึ้นเป็นที่ 1 ในตลาดได้ ซึ่งแต่ละปีจะใช้เงินลงทุนคอนเทนต์ของทั้งเครือโมโนราว 1,000 ล้านบาท เพื่อให้ได้สิทธิ์ออกอากาศครอบคลุมทุกช่องทางและทั้งอาเซียน ซึ่งค่าลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในตลาดก็สูงขึ้นต่อเนื่องปีหนึ่งราว 30%”

“ดูนี่” เพิ่มโซนดูฟรี

นายจตุพล สุธีสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ ดูนี่ (DOONEE) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผู้ประกอบการทุกรายเจอกับปัญหาเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เล่นแต่ละรายจึงไม่ได้เน้นแข่งขันกันเองมากนัก แต่จะจับมือหาทางแก้ปัญหาเว็บผี โดยเตรียมตั้งสมาคมของผู้ให้บริการ OTT (over the top) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ไขปัญหา

ขณะที่ “ดูนี่” ปีนี้ได้ปรับกลยุทธ์เป็นโทเทิ่ลโซลูชั่น นำคอนเทนต์กระจายไปออกอากาศในหลายแพลตฟอร์ม อาทิ กล่องเซตท็อปบอกซ์ เช่น PSI, GMMZ, AIS Play Box ช่องฟรีทีวี เช่น 3 แฟมิลี่และช่อง 9 MCOT และบนแพลตฟอร์มดูนี่ ส่งผลให้มียอดผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 5 หมื่นเป็น 1 แสนราย และสิ้นปีรายได้จะอยู่ที่ราว 200 ล้านบาท แต่ยังไม่ถึงเป้าหมาย 300 ล้านบาทที่วางไว้

ปี 2562 จะเพิ่มโมเดลการให้บริการ โดยจัดกลุ่มคอนเทนต์ที่ให้ลูกค้าดูฟรี และหารายได้จากการโฆษณามาเสริม เพราะเห็นแนวโน้มว่าทำแล้วค่อนข้างได้ผล รวมถึงเพิ่มธุรกิจใหม่ ๆ อย่างทำรายการช็อปปิ้ง เพื่อให้รายได้รวมถึง 300 ล้านบาทตามที่ตั้งเป้าไว้ และมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเท่าตัว

“จุดแข็งคือ รายการวาไรตี้ เช่น ร้องเพลง ทำอาหาร และซีรีส์อินเดียที่กำลังฮิตมากในกลุ่มแม่บ้าน มีเอ็นเกจเมนต์สูงมาก”

สำหรับค่าลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่ต้องลงทุนนั้น ในช่วงหลังจะเพิ่มขึ้นราว 5-10% ทุกปี เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเข้ามาซื้อคอนเทนต์เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนถูกกว่าผลิตเอง แต่ในส่วนของดูนี่ไม่ได้มีผลกระทบ เพราะซื้อเหมาเป็นชั่วโมง เพื่อกระจายไปสู่ช่องทางต่าง ๆ โดยมีงบฯลงทุนปีละ 100 ล้านบาท