ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 19 ธันวาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/12) ที่ระดับ 32.70/72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (18/12) ที่ระดับ 32.74/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงแตะจุดต่ำสุดรอบใน 1 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะชะลอความเร็วในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หลังจากการประชุมกำหนดนโยบายในครั้งนี้ (18-19/12) รวมถึงเฟดอาจจะปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐสำหรับปี 2019 ด้วย โดยปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนคาดการณ์เป็นผลจากตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐในระยะนี้และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในยูโรโซนและจีน
สำหรับปัจจัยในประเทศที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จากระดับ 1.50% มาสู่ระดับ 1.75% ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงด้านเสถียภราพระบบการเงิน รวมทั้งเพื่อสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินสำหรับอนาคต ส่วนกรรมการ 2 ท่านเห็นว่าปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากต่างประเทศปรับสูงขึึ้น และอาจส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปจึงควรรอประเมินความชัดเจนของผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ขณะเดียวกัน กนง.มีการปรับลดการคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของปี 2018 ลง จากระดับ 4.4% เป็น 4.2% และของปี 2019 จากระดับ 4.2% เป็น 4.0% โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.68-32.72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.70/32.72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/12) ที่ระดับ 1.11381/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/12) ที่ระดับ 1.1384/86 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในช่วงตลาดเงินนิวยอร์กค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนคาดความวิตกเรื่องเศรษฐกิจจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลออัตราการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ขณะเดียวกันวานนี้ (18/12) สถาบันเศรษฐกิจ IFO รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีลดลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน 101.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ระดับ 101.8 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1361-1.1406 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1395/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/12) ที่ระดับ 112.44/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/12) ที่ 112.35/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเช้าวันนี้มีการเปิดเผยตัวเลขการส่งออกญี่ปุ่นออกมาชะลอตัวในเดือน พ.ย. เนื่องจากยอดส่งออกไปยังสหรัฐและจีนลดลงอย่างรุนแรง จากผลกระทบข้อพิพาทการค้าจีน-สหรัฐ ทั้งนี้การส่งออกของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือน พ.ย. ลดลงจากที่เพิ่มขึ้น 8.2% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี และต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.8% ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 12.5% ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ที่ 11.5% ส่งผลให้ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลการค้า 7.373 แสนล้านเยน ขณะเดียวกันตลาดจับตาดูผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน (19-20/12) โดยมีการคาดการณ์ว่า BOJ จะคงมาตรการผ่อนคลายการเงินไว้ เนืื่องจากเงินเฟ้อของประเทศยังอยู่ที่ระดับต่ำและเศรษฐกิจยังมีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 112.20-112.60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่่ระดับ 112.36/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารรกลางสหรัฐ (19/12) การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (20/12) การประชุมนโยบายเงินของธนาคารอังกฤษ (20/12) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (20/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.8/-2.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.25/-0.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ