แบงก์เปลี่ยนสนามรบ ผนึกยักษ์ดิจิทัลลุย “สินเชื่อออนไลน์”
30 ธ.ค. 2561 | 15:55น.
“กรุงศรี” ควง “ลาล่ามูฟ”
นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันแลนด์สเคปของแบงก์เปลี่ยนไป ทำให้แต่ละแบงก์ต้องพยายามให้บริการทางการเงิน beyond banking มากขึ้น โดยเฉพาะการทำสินเชื่อดิจิทัล เพื่อขยายฐานลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายใหม่ ซึ่งในอดีตแบงก์ไม่สามารถปล่อยกู้กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ได้ เพราะไม่มีฐานข้อมูล โดยขณะนี้ธนาคารได้เข้าไปจับมือบรรดาเหล่าสตาร์ตอัพใหม่ ๆ เช่นที่ผ่านมากรุงศรี ออโต้ ได้ร่วมมือกับบริษัท ลาล่ามูฟ ประเทศไทย จำกัด (LALAMOVE) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นขนส่งสินค้าแบบออนดีมานด์รายใหญ่ในไทย เพื่อให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต สินเชื่อผ่อนชำระ รวมถึงสินเชื่อรถจักรยานยนต์ให้กับผู้ลงทะเบียนขับขี่รถจักรยานยนต์ในเครือข่ายของลาล่ามูฟ ที่ปัจจุบันมีกว่า 8 หมื่นราย
ถือเป็นมิติใหม่ในโลกธุรกิจที่เทคโนโลยีเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการทางการเงิน และวิธีการอนุมัติสินเชื่อ จากการดูข้อมูลทางการเงิน มาเป็นการใช้ข้อมูลในการทำงานมาประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ (information-based lending) โดยเชื่อมจากแอปพลิเคชั่นของลาล่ามูฟ เช่น ข้อมูลการรับงานของผู้ขับขี่ และจำนวนรายได้ที่ได้รับจริงในแต่ละเดือนมาประกอบการพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระมากขึ้น
เฟสแรกบริษัทจะให้บริการสินเชื่อกับกลุ่มที่มีผลงานดีเยี่ยมที่มีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 30,000 บาทต่อเดือน ปัจจุบันมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ประมาณ 5,000-6,000 ราย ซึ่งจะเริ่มต้นปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล (บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์) คิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 28% ต่อปี หากมีพฤติกรรมการจ่ายที่ดีอาจปรับลดดอกเบี้ยลง ซึ่งได้เริ่มทดลองปล่อยสินเชื่อได้ตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา และเฟสถัดไปจะเป็นการขยายสู่บริการอื่น ๆ เช่น บริการเงินฝากและลงทุน รวมถึงหักชำระสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มลาล่ามูฟ ที่คาดว่าจะเริ่มได้ไตรมาส 1/62
“กสิกร ไลน์” ขยายสินเชื่อรายย่อย
นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า โจทย์ในการขยายธุรกิจต่อไปของธนาคารคือ การร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้ร่วมลงทุนกับบริษัทไลน์ จัดตั้งบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ โดยเฉพาะการขอสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล ที่เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในปี 2562 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องระบบหลังบ้าน ซึ่งก่อนที่จะเปิดให้บริการสินเชื่อในระยะเริ่มต้นก็จะต้องให้ลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากที่ผูกกับทางไลน์ก่อน
ธนาคารมองว่าการร่วมมือกันครั้งนี้ทำให้เกิดข้อมูลที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งจากพฤติกรรมลูกค้าธนาคารและลูกค้าไลน์มารวมกัน ทำให้สามารถเอามาพิจารณาการปล่อยสินเชื่อได้ ทั้งยังเป็นการลดต้นทุนการจัดการของธนาคารอีกด้วย
“ตลาดสินเชื่อดิจิทัลจะท้าทายตรงที่ว่าสินเชื่อภายใต้กำกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีข้อกำหนดที่ว่า ลูกหนี้ที่มีเงินเดือนระดับหนึ่งจะก่อหนี้ได้ไม่เกินกี่สัญญา ดังนั้นบริษัทมาทำในจังหวะที่ลูกค้ามีหนี้ตั้งต้นอยู่แล้ว แต่ถ้าทุกคนใหม่หมด ตรงนี้ก็วิ่งแข่งไม่ยาก ดังนั้นจึงต้องใช้ข้อมูลในรูปแบบใหม่ ช่องทางใหม่ เพื่อเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นสินเชื่อเล็ก ให้ง่าย ๆ ผ่านไลน์” นายวีรวัฒน์กล่าว
นายวีรวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า การร่วมมือกับพันธมิตรในการให้บริการสินเชื่อดิจิทัล ถือเป็นการลดต้นทุนการจัดการเรื่องคน รวมถึงไม่ต้องมีต้นทุนกระดาษ ทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่าบริหารจัดการเองโดยตรง ทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อวงเงินน้อย ๆ ได้ และต่างฝ่ายต่างต้องการข้อมูลของกันและกันด้วย
หลักเกณฑ์ในการให้สินเชื่อผ่านช่องทางใหม่จะมีความเหมือนกับสินเชื่อปกติ คือจะพิจารณาทั้งความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อให้วงเงินที่เหมาะสมในการให้สินเชื่อ และวินัยทางการเงินโดยการนำข้อมูลลูกค้าที่มาจากช่องทางใหม่มาใช้วิเคราะห์
ในส่วนของสินเชื่อดิจิทัลของธนาคารที่ปล่อยผ่านแอปพลิเคชั่น K-Plus ได้ปล่อยไปแล้วราว 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเสนอสินเชื่อให้กับลูกค้าโดยตรง หรือ targeted offer ผ่านการประมวลผลข้อมูลของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยื่นข้อเสนอได้ตรงโจทย์ลูกค้าแต่ละรายมากที่สุด และในอนาคตจะปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางนี้เพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ลูกค้าเป็นผู้ยื่นคำขอสินเชื่อเองตามความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่จะมาในช่องทางปกติ อย่างไรก็ตาม ธนาคารก็จะผลักดันช่องทางดิจิทัลเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า
เอสซีบีชิมลางจับมือ “ลาซาด้า”
นางสาวจามรี เกษตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Retail Lending Products Management ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารเปิดตัว SCB EASY Digital Lending ไปเมื่อต้นปี”61 ภาพรวมได้รับการตอบรับดีมาก มีลูกค้าสนใจขอสินเชื่อผ่านช่องทางนี้เป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ไตรมาส 4/61 มีลูกค้าที่เข้ามาสมัครสินเชื่อเพิ่มขึ้น 86% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/61 ที่มียอดอนุมัติอยู่ที่ 55,326 ราย วงเงินสินเชื่อที่อนุมัติผ่านช่องทางดิจิทัล 2,247 ล้านบาท
โดยสิ้นปีที่ผ่านมา ธนาคารมีฐานลูกค้า SCB EASY ประมาณ 9 ล้านราย ซึ่งก็จะกระตุ้นให้ลูกค้าใช้ช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรม และลดต้นทุนจากการให้บริการผ่านสาขา ส่งผลให้รายได้ของธนาคารมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยจะเห็นได้จากจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการมีเพิ่มขึ้นในทุกไตรมาส ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ SCB EASY มุ่งสู่การเป็นดิจิทัลฟูลฟิลเมนต์แพลตฟอร์มอย่างแท้จริง
นอกจากนี้เมื่อเดือน มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เริ่มให้บริการสินเชื่อออนไลน์ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีร้านค้าบนแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลซของ “ลาซาด้า” โดยร้านค้าสามารถขอสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ และแบงก์จะพิจารณาสินเชื่อพร้อมอนุมัติได้ภายใน 15 นาที จากเดิมใช้เวลา 3-7 วันในการพิจารณาสินเชื่อ
ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า การจับมือกับมาร์เก็ตเพลซอย่าง Lazada ทำให้บริษัทมีฐานข้อมูลเพิ่มขึ้น
ในการสร้างเครื่องมือเพื่อปล่อยสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากเดิมที่ธนาคารใช้พฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้า รวมถึงข้อมูลยอดขายในการคิดความเสี่ยงและคำนวณดอกเบี้ย แต่ปัจจุบันสามารถใช้พฤติกรรมการค้าขายของเอสเอ็มอีมาทำให้แบงก์ปรับฟีเจอร์ และดอกเบี้ยที่เหมาะกับลูกค้าได้มากขึ้น
สำหรับยักษ์ใหญ่อย่างธนาคารกรุงเทพ นายเดชา ตุลานันท์ ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า สินเชื่อออนไลน์ของธนาคารกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา ไม่สามารถเสร็จได้ทันที โดยปี 2562 อาจได้เห็นส่วนหนึ่งออกมาก่อน