เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 68,800 บาท
ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 32.80-33.40 บาท ตลาดลุ้นผลประชุมดอกเบี้ยเฟด-บีโอเจ
Finance ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 32.80-33.40 บาท ตลาดลุ้นผลประชุมดอกเบี้ยเฟด-บีโอเจ
ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
Finance ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Politics ‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
Economic NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
คุยกับเอกราช ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
Finance หุ้นไทยวันนี้พักฐาน จับตา กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. บ่ายนี้ โบรกฯ ชูแบงก์-รพ.-สื่อสาร
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
ข่าวในพระราชสำนัก กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระโอวาท นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณปี’69
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
Politics อนุทิน คุย ‘อดีตนายกฯอังกฤษ’ ถกการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใหม่-พลังงาน​
ดูทั้งหมด

“กทม.” มหานครแห่งซ่อมสร้าง โหมตอกเข็ม “รถไฟฟ้า-ถนน-อุโมงค์” ทั่วกรุง

31 ธ.ค. 2561 | 12:50น.
“กรุงเทพมหานคร” ติดโผเป็นเมืองรถติดมากที่สุด และปี 2562 ยังคงเป็นอีกปีที่คนกรุงต้องเผชิญกับปัญหานี้ไปอีก 2-3 ปี
แม้ปีที่ผ่านมาจะมีรถไฟฟ้าโหมสร้างและเปิดหวูดไปแล้ว แต่ปีใหม่นี้ก็ยังมีโครงการใหม่ ๆ ต้องสร้างต่อเนื่อง ทั้งถนน อุโมงค์ สะพานทั้งวันทั้งคืน

 

รถไฟฟ้า 6 สายเดินเครื่องทั่วกรุง

ปัจจุบันพื้นที่ “กทม.” มีโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างอยู่ทั้งสิ้น 6 โครงการที่สร้างบนถนนสายหลัก เช่น พหลโยธิน เพชรเกษม จรัญสนิทวงศ์ เจริญกรุง เจริญนคร ติวานนท์ แจ้งวัฒนะ รามอินทรา ลาดพร้าว รามคำแหง

กำลังทยอยเสร็จ มี รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย “หมอชิต-คูคต” ระยะทาง 19 กม. วงเงิน 58,862 ล้านบาท สร้างเสร็จในปี 2562 พร้อมเปิดบริการในปี 2563

ส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน “บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค” ระยะทางรวม 27 กม. วงเงิน 82,400 ล้านบาท กำหนดเสร็จทั้งโครงการในเดือน เม.ย. 2563 แต่ในปี 2562 จะเปิดบริการช่วงหัวลำโพง-บางแค ก่อนในเดือน ส.ค. ส่วนช่วงบางซื่อ-ท่าพระ เปิดในเดือน เม.ย. 2563

สายสีชมพู “แคราย-มีนบุรี” ระยะทาง 34.5 กม. ที่กลุ่มบีทีเอสเร่งรื้อระบบสาธารณูปโภคและสร้างให้เสร็จตามกำหนดในปี 2564 เพราะหากเลยกำหนดมีสิทธิ์ถูก รฟม.ปรับ แถมยังต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มอีก เช่นเดียวกับสายสีเหลือง “ลาดพร้าว -สำโรง” ระยะทาง 30 กม. ต้องเร่งให้เสร็จในปี 2564 สายสีส้มตะวันออก “ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี” ระยะทาง 23 กม. มีทั้งงานอุโมงค์ใต้ดินและทางยกระดับ ตามแผนต้องเสร็จในปี 2566 และ สายสีทอง ช่วง “กรุงธนบุรี-ประชาธิปก” ระยะทาง 1.7 กม. ที่กลุ่มไอคอนสยามทุ่มสร้างต้องเร่งให้เสร็จในปี 2563

เปิดโผ 10 ถนนรถติดหนึบ

จากข้อมูลของกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ประเมินว่า ถนนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้ามากที่สุด คือ ลาดพร้าว รามคำแหง และพระราม 9 โดยปกติก็เป็นถนนที่มีรถหนาแน่นนับ 100,000 คันต่อวันอยู่แล้ว ยิ่งมีการปิดการจราจรยิ่งทำให้ติดหนักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแยกลำสาลี มีปิดสะพานข้ามแยกลำสาลี เพื่อก่อสร้างสถานีลำสาลีของสายสีส้ม

ยังเปิดสถิติ 10 ถนนที่รถติดมากที่สุด ได้แก่ ถนนลาดพร้าว ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน ถนนรัชดาภิเษก ถนนสุขุมวิท ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนพระราม 9 ถนนพระราม 4 ถนนสาทรเหนือ และถนนเพชรบุรี

กทม.ลุยซ่อมสร้าง 2 หมื่นล้าน

ด้าน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทุกปี กทม.มีงบประมาณสำหรับซ่อมแซมผิวถนน ทางเท้า รวมทุกสำนักและสำนักงานเขต 50 เขต ไม่น้อยกว่า 5,000-10,000 ล้านบาท มีทั้งโครงการเล็ก และโครงการขนาดใหญ่ และยังมีงบฯก่อสร้างถนนเป็นโครงการใหญ่ของสำนักการโยธา จำนวน 10 โครงการ ประมาณ 10,000 ล้านบาท จะเริ่มประมูลในเดือน ก.พ.-มี.ค. สร้างในเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2562 แล้วเสร็จในปี 2564

อย่างเช่น “ถนนต่อเชื่อมถนนวิภาวดีรังสิต กับถนนพหลโยธิน 50” จะเสร็จปี 2564 เป็นถนนตัดใหม่ 4-6 ช่องจราจร ระยะทาง 2.8 กม. ค่าก่อสร้าง 1,800 ล้านบาท “ทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง” แนวเส้นทางเริ่มจากช่วงตลาดลาดกระบัง-แยกเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทาง 3.5 กม. ค่าก่อสร้าง 1,670 ล้านบาท เสร็จปี 2565

“ถนนเลียบคลองบางเขน” ด้านหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากปัจจุบันเป็นถนนชั่วคราวจะสร้างใหม่เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมพนังกั้นน้ำริมคลอง ระยะทาง 2 กม. ค่าก่อสร้าง 375 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 540 วัน แล้วเสร็จในปี 2563

“ขยายถนนแสมดำ” จากพระราม 2-คลองสนามชัย ขนาด 2-4 ช่องจราจร ระยะทาง 3.8 กม. ค่าก่อสร้าง 300 ล้านบาท แล้วเสร็จในปี 2563 “ก่อสร้างถนนเทิดราชันเชื่อมถนนเชิดวุฒากาศ” ขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมเขื่อนริมคลองตลอดแนว ระยะทาง 1 กม. ค่าก่อสร้าง 321 ล้านบาท แล้วเสร็จปี 2563 “ขยายถนนรามคำแหง 24” พร้อมทางสะพานลอยยกระดับจากแยกถาวรธวัช-หน้ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 1 กม. ค่าก่อสร้าง 450 ล้านบาท จะเร่งให้เสร็จ 1 ปี ช่วยบรรเทาการจราจรย่านรามคำแหง

ส่วนโครงการอุโมงค์ ปีที่ผ่านมา กทม.เปิดใช้แล้วมีทางลอดกรุงเทพกรีฑาและถนนพัฒนาการ-รามคำแหง-ถาวรธวัช กำลังก่อสร้างมีสะพานข้ามแยก ณ ระนอง เป็นสะพานยกระดับ 4 ช่องจราจร ความยาว 1,950 เมตร แนวถนนพระราม 3-ถนนพระราม 4 พร้อมสะพานข้ามถนนเชื้อเพลิง 2 ช่องจราจร ความยาว 770 เมตร และแนวถนนรัชดาภิเษก-สุนทรโกษา 2 ช่องจราจร จะเสร็จต้นปี 2564 ขณะที่ต้นปี 2562 จะเปิดใช้ทางลอดจรัญสนิทวงศ์-พรานนก บริเวณแยกไฟฉาย และเริ่มสร้างอุโมงค์ทางลอดรัชดาฯ-ราชพฤกษ์ ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี

“ปี 2561 เป็นจุดที่พีกสุดแล้ว เพราะรัฐสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย แต่มีทยอยสร้างเสร็จ ปีหน้าจะเริ่มคืนผิวจราจร เช่น สายสีน้ำเงินบนถนนเพชรเกษม จรัญสนิทวงศ์ เจริญกรุง จะเสร็จบางส่วนช่วงกลางปี จะช่วยบรรเทาถนนเจริญนครที่กำลังเปิดหน้าดินสร้างสายสีทอง ส่วนถนนลาดพร้าว รามคำแหง ติดเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เมื่อรถไฟฟ้เสร็จจะทำให้ดีขึ้นแต่ต้องรอ 3 ปี”

ทั้งนี้การที่ กทม.มีโครงการก่อสร้างใหม่ ๆ มาเติมในพื้นที่อยู่เรื่อย ๆ เนื่องจากเป็นโครงการไม่ใหญ่มาก จึงไม่กระทบต่อการจราจร น่ากังวลคือ ฝุ่นละอองที่จะเพิ่มขึ้นมากกว่า

ผุดสารพัดไอเดียทะลวงปัญหา

จากปัญหารถติดที่หนัก ล่าสุด “สนข.-สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร” กำลังศึกษาโครงการจะมาช่วยบรรเทาในอนาคต โดยโฟกัสพื้นที่ 50 ทางแยกจุดวิฤกต เริ่มจากแนวถนนรัชดาภิเษก เช่น หน้าศูนย์วัฒนธรรม แยกอโศก แยกเพชรบุรี ถนนอโศกมนตรี เป็นต้น โดยรูปแบบจะสร้างเป็นอุโมงค์ทางลอดเหมือนอุโมงค์รัชโยธิน ทางด่วนใต้ดิน เป็นต้น

ขณะนี้ผลศึกษาโครงการทางด่วนใต้ดินเสร็จแล้ว รอเสนอให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณา เบื้องต้นมี 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.สำโรง (แยกบางนา)-ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 2.ถนนรามคำแหง-รัชดาภิเษก และ 3.จากแยกเกษตร-วิภาวดีรังสิต ที่พร้อมมากที่สุด คือ เส้นทางแยกบางนา-ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เพราะไม่ต้องเวนคืนมาก เป็นรูปแบบอุโมงค์ทางลอดลึก 13 เมตร มี 2 ช่องจราจร และด่านเก็บเงิน 2 จุด คือ แยกบางนา และถนนนราธิวาสราชนครินทร์

นอกจากนี้ สนข.ยังทำแผนแม่บทแก้ปัญหาจราจรกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเตรียมเสนอร่างให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาในวันที่ 6 ก.พ. 2562 เบื้องต้นแบ่งการดำเนินการ 2 ช่วง ระยะสั้น 4 ปี ตั้งแต่ 2562-2565 และระยะกลางถึงยาว 8 ปี เริ่มปี 2565-2572

แผนมีพร้อม อยู่ที่ฝ่ายนโยบายจะเซย์เยส หรือเซย์โน !

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!