ลุ้น “เลือกตั้ง-ค้าปลีก-รถยนต์” ปีหมูที่ไม่หมู…ธุรกิจอีเวนต์
คอลัมน์ จับกระแสตลาด
กลายเป็นปีหมูที่ไม่หมูสำหรับธุรกิจ “อีเวนต์” แม้จะมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งและการลงทุนจากรัฐบาลที่ทยอยอัดฉีดงบประมาณต่าง ๆ เข้าสู่ระบบตั้งแต่ปลายปี 2561
“เกรียงไกร กาญจนะโภคิน” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2562 คาดว่าธุรกิจอีเวนต์โดยรวมจะเป็นบวก ซึ่งเป็นผลมาจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ประกอบกับรัฐบาลเองก็ได้ทยอยอัดงบประมาณเข้าสู่ระบบอย่างชัดเจนผ่านนโยบายต่าง ๆ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น มาตั้งแต่ปลายปี 2561 ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมของปี”62 ให้ดีขึ้นด้วย
“ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขของตลาดอีเวนต์ได้ว่าจะโตแค่ไหน เนื่องจากยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า หลังเลือกตั้งแล้วเสร็จ สถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร ซึ่งการเมืองหลังเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจยังกังวลอยู่ เพราะต้องดูว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาทุกฝ่ายจะยอมรับได้แค่ไหน ซึ่งถ้าไม่ก็จะเกิดเอฟเฟ็กต์ต่อเศรษฐกิจในประเทศ และกระทบต่อธุรกิจอีเวนต์ด้วย อีกปัจจัยที่ต้องจับตามองใกล้ชิดคือ สงครามการค้าระหว่างอเมริกาและจีนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหลายประเทศ รวมถึงไทยด้วย”
ขณะที่เทรนด์อีเวนต์ปี 2562 “เกรียงไกร” บอกว่า ไอเดียต้องแรง เปี่ยมด้วยอารมณ์ และทำให้เกิดความรู้สึกในทันที เพราะอีเวนต์มีเวลาในการสร้างอารมณ์ไม่มากเมื่อเทียบกับเครื่องมือทางการตลาดอื่น ๆ ดังนั้น อีเวนต์ต้องปังในทันที พร้อมกับส่งให้ผู้บริโภครู้สึกมีส่วนร่วมและเชื่อมความรู้สึกของผู้บริโภคกับแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้เกิดกระแสและผลลัพธ์ที่ดี
ทั้งนี้ เชื่อว่าปี”62 นักการตลาดและแบรนด์จะหันกลับมาใช้อีเวนต์เป็นเครื่องมือในการทำตลาดมากขึ้น จากเดิมที่มองว่า อีเวนต์เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำตลาดเท่านั้น โดยคาดว่าปี”62 กลุ่มค้าปลีกก็น่าจะกลับมาใช้อีเวนต์กระตุ้นตลาดมากขึ้นด้วย
“ไอคอนสยาม ถือเป็นอีเวนต์ใหญ่ที่จุดให้นักการตลาด สินค้า หันกลับมาให้ความสนใจกับการทำอีเวนต์มากขึ้น และไม่ได้มองอีเวนต์เป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำตลาดเหมือนที่ผ่านมา แต่อีเวนต์คือ คอนเทนต์ที่สามารถเชื่อมอารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภคกับแบรนด์ได้”
เช่นเดียวกับ “เสริมคุณ คุณาวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 กลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์โตขึ้น แต่อาจจะไม่ได้มากนัก เนื่องจากสถานการณ์หลังเลือกตั้งยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่มองภาพรวมของปี”62 ทั้งปีก็ต้องยอมรับว่า อาจจะไม่มีอีเวนต์ใหญ่เหมือนปี 2561 ที่กระจายอยู่ทั้งปี ทั้งการแข่งขันฟุตบอลโลก เอเชียนเกมส์ เป็นต้น
ขณะเดียวกัน คาดการณ์ว่า ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ปี”62 จะโตจากการใช้งบฯของกลุ่มค้าปลีกและรถยนต์ รวมถึงธุรกิจไมซ์ (MICE) ประกอบไปด้วยธุรกิจการจัดประชุม (meeting) การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (incentive) ธุรกิจการจัดประชุมนานาชาติ (convention) และธุรกิจการจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ (exhibition) ที่กำลังเติบโต

“แม้ปี 2561 มีอีเวนต์ใหญ่กระจายตัวแต่โดยภาพรวมก็ไม่ได้คึกคักมาก แต่ก็ถือว่าดีกว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ส่วนปี 2562 ต้องรอดูตัวแปรสำคัญอย่างการเลือกตั้งว่า ก่อนและหลังการเลือกตั้งบรรยากาศจะเป็นอย่างไร”
“เสริมคุณ” ขยายความว่า เมื่อมีค้าปลีกกลุ่มใหม่ ๆ เกิดขึ้น อย่างไอคอนสยาม ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2561 ก็ทำให้ค้าปลีกกลุ่มอื่น ๆ ต้องเร่งทำอีเวนต์มากขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด รักษาพื้นที่ของตัวเองไว้ รวมถึงแบรนด์ดังจากต่างประเทศที่เข้ามาเปิดช็อปในไทยมากขึ้น เช่น หลุยส์วิตตอง เป็นต้น ซึ่งแบรนด์เหล่านี้ก็ใช้เม็ดเงินกับอีเวนต์ค่อนข้างสูงและถี่ขึ้น เพื่อสร้างภาพลักษณ์และประสบการณ์ที่ดีให้แก่แบรนด์ด้วย
“ยุคนี้แบรนด์ไม่ได้ขายสินค้าได้ด้วยตัวเองเท่านั้น แต่แบรนด์ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าด้วย ซึ่งอีเวนต์ก็ตอบโจทย์เรื่องนี้ เพราะหน้าที่ของอีเวนต์ตอนนี้ไม่ใช่แค่ดึงให้ผู้บริโภคออกมานอกบ้าน แต่ต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้ากลุ่มหลักที่มีความภักดีต่อแบรนด์ พร้อม ๆ กับช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นด้วย”
“เสริมคุณ” กล่าวต่อว่า ขณะที่ปัจจัยที่ยังน่ากังวลและคาดว่าอาจจะส่งผลต่อธุรกิจอีเวนต์ทางอ้อมคือ สงครามการค้าระหว่างจีนและอเมริกา ซึ่งอาจจะมีผลต่อการส่งออกของไทย และส่งผลต่อเนื่องถึงภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศด้วย
เท่ากับว่าปี 2562 แม้จะไม่มีอีเวนต์ใหญ่ที่กระจายอยู่ทั้งปี แต่ภาคธุรกิจอย่างค้าปลีก รถยนต์ ก็จะเป็นสองหัวจักรหลักในการผลักดันให้ธุรกิจอีเวนต์เติบโต