Skip to content

“ชยาวุธ จันทร” ผู้ว่าฯราชบุรี ชี้ทิศทาง 5 ปี “เมืองที่อยู่อาศัย”

30 ม.ค. 2562 | 07:45น.
“ชยาวุธ จันทร” ผู้ว่าฯราชบุรี ชี้ทิศทาง 5 ปี “เมืองที่อยู่อาศัย”

“ราชบุรี” เป็น 1 ใน 12 เมืองต้องห้ามพลาดที่ได้รับการคัดเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกำลังถูกพัฒนารอบด้านอย่างต่อเนื่อง “ชยาวุธ จันทร” ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงภาพรวมเศรษฐกิจ จ.ราชบุรี ว่า ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจมาจากภาคเกษตรเพียง 15% แม้ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร แต่สินค้าเกษตรกลับมีมูลค่าน้อย ส่วนอีก 85% มาจากนอกภาคเกษตร

โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ประเมินมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ราชบุรีปี 2559 อยู่ที่ 173,567 ล้านบาท มาจากภาคพลังงานก๊าซ-ไฟฟ้ามากที่สุด ตามด้วยภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร

คาดปี’62 เศรษฐกิจโต 7%

ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีกล่าวว่า ปี 2561 เศรษฐกิจราชบุรีขยายตัว 3.9% ขณะที่ปี 2562 คาดว่าขยายตัวต่อเนื่อง 7% ปัจจัยหลักมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ทำให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ภาคเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว จากจำนวนทุนจดทะเบียนโรงงานที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว มาตรการของภาครัฐในการช่วยเหลือส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน และภาคบริการ ทั้งธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก และปริมาณการใช้ไฟฟ้าของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่งผลต่อภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจในจังหวัด

ปีนี้ขับเคลื่อนแผนพัฒนา 4 ด้าน

สำหรับปี 2562 จังหวัดกำหนดการพัฒนาสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1.ขับเคลื่อนจังหวัดสู่เมืองเกษตรสีเขียวต้นแบบที่ดีระดับประเทศ ให้เป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรระดับ product champion เช่น มะพร้าว กล้วยไม้ สับปะรด มะม่วง กล้วยหอม ปลาสวยงาม และเกษตรแปรรูป 2.สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มุ่งเน้นเป็นพื้นที่เศรษฐกิจฐานอุตสาหกรรมเพิ่มมูลค่าจากการค้า การบริการ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ-สุขภาพ 3.พัฒนาจังหวัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ รองรับการเติบโตในอนาคต 4.สร้างฐานทรัพยากรรองรับการเกษตร จัดการทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ และพัฒนาเป็นเมืองน่าอยู่ (smart city)

อีกทั้งได้รับงบประมาณพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด 279 ล้านบาท ดำเนินการ 17 โครงการ แบ่งเป็นด้านการพัฒนาด้านสังคม 5 โครงการ 30 ล้านบาท ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3 โครงการ 53 ล้านบาท ด้านการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม การค้าและการลงทุน 2 โครงการ 45 ล้านบาท การพัฒนาด้านเกษตร 3 โครงการ 15 ล้านบาท และการพัฒนาด้านท่องเที่ยวและบริการ 4 โครงการ 135 ล้านบาท

มุ่งสร้างมาตรฐานฟาร์มสุกร

ขณะเดียวกันราชบุรีมีโรงฆ่าสัตว์ขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในทวีปเอเชีย มีปริมาณการเลี้ยงหมูที่อยู่ในระบบกว่า 1.7 ล้านตัว หากรวมหมูที่ไม่อยู่ในระบบคาดว่ามีอยู่ประมาณ 3 ล้านตัว ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาเรื่องราคาและการส่งออกไปจีน โดยจังหวัดยื่นเรื่องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมปศุสัตว์ และกระทรวงพาณิชย์ที่กำลังเร่งหาตลาด

เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาหมูราคาดี เกษตรกรหันมาเลี้ยงหมูเป็นจำนวนมาก เพราะสามารถส่งออกได้ในรูปแบบสีเทา เอาไปสวมโสร่งที่เมียนมา นุ่งซิ่นที่ สปป.ลาว ลงเรือย้อนแม่น้ำโขงขึ้นไปขายที่จีน กระทั่งมีมาตรการคุมเข้มสัตว์เข้าไปในตลาดจีนเพื่อป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยทำให้ราคาตก มีฟาร์มระบบปิดประมาณ 10 ฟาร์ม ที่ปลอดโรคและสามารถส่งออกไปจีนได้ แต่ส่วนใหญ่อยู่ภาคตะวันออก ขณะที่ราชบุรียังไม่ใช่เขตปลอดโรค ทำให้ผู้เลี้ยงหมูได้รับผลกระทบจำนวนมาก ดังนั้นปีนี้จึงมีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพและสร้างมาตรฐานในฟาร์มสุกรรายย่อย

นอกจากนี้ตลาดกุ้งขาวแวนนาไมก็มีคู่แข่งจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินเดียที่ประกาศขยายพื้นที่เลี้ยงกว่า 1 ล้านไร่ ทำให้ราคาไม่ค่อยดีนัก กระทบต่อการส่งออกพอสมควร โดยทางจังหวัดได้หันมาสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากขึ้นซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์

ดันปลูกสับปะรด GI แก้ราคาตก

ด้านสินค้าเกษตรที่มีราคาสูงในปัจจุบันคือข้าวและมะพร้าว แต่ราชบุรีปลูกสับปะรดมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และเริ่มมีปัญหาราคาตก เพราะในตลาดยังมีผลผลิตจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไม่สามารถระบายผลผลิตได้ เทรนด์ของผู้บริโภคก็ไม่นิยมกินสับปะรดกระป๋องจากโรงงาน ซึ่งตอนนี้ทางจังหวัดช่วยดึงราคาให้กับเกษตรกรด้วยการปรับเปลี่ยนให้เป็นสับปะรด GI แต่ยังคงต้องเริ่มจับเทรนด์ตลาดพัฒนาปลูกสับปะรด GI เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่อไป ซึ่งภาพรวมของผลผลิตทางการเกษตรในปีนี้คาดว่าจะได้ผลดีตามคุณภาพของน้ำ

ดัน “โอ่ง” ขึ้นแท่นสินค้า GI

“ชยาวุธ” กล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรีได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะท่องเที่ยวชุมชน ท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี ตลาดประชารัฐ และการท่องเที่ยวชุมชนที่โดดเด่นที่สุดในปัจจุบันคือ ชุมชน 8 กลุ่มชาติพันธุ์ ที่รักษาวัฒนธรรมประเพณีเอาไว้อย่างเหนียวแน่น จนมีผ้าทอที่กลายมาเป็นเอกลัษณ์ของจังหวัด

นอกจากนี้ราชบุรียังมีสวนผึ้งที่ถูกขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แดนตะวันตก” เป็นพื้นที่ในการจัดมหกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปี เช่น การสนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ประกวดพันธุ์กล้วยไม้ ฟื้นตลาดน้ำดำเนิน ซึ่งสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน

อัตลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างคือ “โอ่งราชบุรี” ในอดีตมีโรงปั้นโอ่งอยู่ 45 แห่ง ปัจจุบันเหลือเพียง 22 แห่ง และมีเพียง 4 แห่ง ที่ยังปั้นโอ่งอยู่ ซึ่งมีราคาถูกมากกว่าราคาค่าขนส่ง และในเร็ว ๆ นี้โอ่งกำลังจะยกระดับได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของราชบุรี คาดว่าจะได้ GI ในปี 2562 นี้ และทำการตลาดเพื่อให้คนหันมาสนใจโอ่งมากขึ้น

ซึ่งจุดเด่นของการท่องเที่ยวราชบุรีคือเป็นเมืองที่สงบ ไม่มีปัญหาเรื่องขยะ เอกชนหรือพื้นที่อุตสาหกรรมมีบ่อกำจัดขยะ ในอนาคตเมื่อโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-หัวหิน ผ่านจังหวัดราชบุรีแล้วเสร็จจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวสะดวกขึ้น

“ผมคิดว่าทิศทางของราชบุรีภายใน 5 ปีข้างหน้า ภาคเกษตรอาจชะลอลง เช่น อ้อย เพราะราคาไม่จูงใจ เพราะต้องสอดคล้องกับการค้าเสรี ตลาดกุ้งขาวในประเทศยังไปได้ ต้องทำตลาดในประเทศ ทำเรื่องการแปรรูปส่งเสริมการบริโภค ไม่พึ่งพาตลาดต่างประเทศ เรื่องหมูก็ไปลำบาก โดยเฉพาะการเจรจากับประเทศจีนที่จะส่งหมูไปขายค่อนข้างยาก ต้องเพิ่มมาตรการบล็อกสินค้าหมูแปรรูปที่นำเข้ามา เช่น กุนเชียง หมูสด ส่วนมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชที่มีอนาคต กล้วยไม้เป็นตลาดใหญ่ที่สามารถสร้างมูลค่าได้ นอกจากนี้อนาคตหากมีไฮสปีดเทรนเข้ามา ราชบุรีน่าจะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดทางเลือกที่จะเป็นเมืองที่อยู่อาศัย โดยคนจะเข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯแล้วกลับมานอนที่ราชบุรี และเป็นพื้นที่ซึ่งสามารถดึงดูดนักลงทุนได้”

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สศช.