ฝุ่น PM 10 โรงงานอยู่ในค่ามาตรฐาน
กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ พบฝุ่นละอองที่ออกมาจากเขม่าโรงงานส่วนใหญ่เป็นฝุ่นขนาด PM 10 โดย นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวถึงผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ เขม่าควันจากปล่องทุกโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยเครื่องมือตรวจวัดอากาศผ่านปล่องระบาย (continuous emission monitoring) หรือเครื่อง CEM โดยกรมโรงงานฯจะวัดปริมาณฝุ่นละอองและควันทุกขนาดที่ปล่อยออกมา ทั้ง PM 2.5 กับ PM 10 รวมไปถึง PM 100 ผลการตรวจวัดฝุ่นละอองของโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยออกมามีขนาด 10 ไมครอน หรือ PM 10 และอยู่ในค่ามาตรฐานของโรงงานอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ค่ามาตรฐานส่วนที่ใช้ตรวจวัดเชื้อเพลิงน้ำมันเตาจะอยู่ที่ 240 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน-ชีวมวล-ก๊าซธรรมชาติหรืออื่น ๆ อยู่ที่ 320 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร จะมีขนาดฝุ่นละอองขนาด 10 ไมครอน (PM 10) เท่านั้น “ฝุ่นละอองไม่ได้เล็กขนาดถึง PM 2.5” นายทองชัยกล่าว
ขณะที่ทางคณะกรรมการบริหารการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน : PM 2.5 และศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงาน ยังคงลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานเสี่ยงและเฝ้าระวังที่จะก่อมลพิษทางอากาศในพื้นเสี่ยงทั่วประเทศ
โดยรายงานไปยัง นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เรียบร้อยแล้ว ผลการลงพื้นที่ตรวจสอบจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 2,095 โรง “ไม่พบ” โรงงานที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) แต่พบการกระทำผิดในส่วนอื่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการปล่อยฝุ่นละออง PM 2.5 จำนวน 45 โรงงาน ดังนั้น ทางกรมโรงงานฯจึงได้สั่งการให้โรงงานเหล่านั้นแก้ไขปรับปรุงตามมาตรา 37 ความผิดเล็กน้อย จำนวน 35 โรง ในกรอบระยะเวลา 15 วัน ไม่เกิน 30 วัน และได้สั่งให้หยุดประกอบกิจการจำนวน 3 โรง จากหลายสาเหตุ เช่น มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือสาเหตุมาจากความไม่ปลอดภัยภายในกระบวนการทำงาน เป็นต้น จึงต้องมีการสั่งปิดเพื่อให้แก้ไขก่อน เมื่อแก้ไขเสร็จจะเปิดให้ดำเนินการ แต่หากไม่แก้ไขจะถูกสั่งระงับและเพิกถอนใบอนุญาตตามกระบวนการลงโทษตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ หากพบโรงงานอุตสาหกรรมใดมีฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 จะถูกลงโทษ ขั้นแรกสั่งปรับปรุงและปรับไม่เกิน 200,000 บาท จากนั้นหากยังไม่ปรับปรุงจะถูกหยุดดำเนินการชั่วคราว จนกว่าจะมีการแก้ไขปรับปรุง แต่หากในกรณีที่พบว่า โรงงานใดมีฝุ่นละอองหรือมลพิษด้านอื่นทั้งทางน้ำ อากาศ เสียง จนส่งผลกระทบต่อชุมชนรุนแรง จะถูกสั่งปิดตามแผนระยะสั้น
สำหรับการดูแลเรื่องฝุ่นละอองที่ออกจากโรงงานอุตสาหกรรม 3 ระดับ คือ กลุ่มโรงงานทั่วไป ให้ติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก ติดเครื่องดักฝุ่นแบบผ้ากรอง ติดไซโคลนดักฝุ่น ติดเครื่องดักฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต, กลุ่มโรงงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องมีผู้ควบคุมเฉพาะที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ต้องมีคุณวุฒิและประสบการณ์ในการควบคุมระบบบำบัด และกลุ่มโรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษสูง เช่น โรงงานไฟฟ้ากำลังการผลิตตั้งแต่ 29 เมกะวัตต์ (MW) ขึ้นไป โรงงานที่มีหม้อน้ำขนาด 30 ตันไอน้ำต่อชั่วโมงขึ้นไป โรงงานผลิตซีเมนต์ ปูนขาว เป็นต้น ต้องติดตั้งเครื่องตรวจวัดความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศจากปล่องที่แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศแบบอัตโนมัติต่อเนื่อง (CEMS) ออนไลน์ 24 ชั่วโมง มายังกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ล่าสุด นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ผลการประชุมหารือบริษัทรถยนต์ 9 ยี่ห้อ ได้แก่ BMW, GM, Isuzu, Mazda, Mercedes-Benz, Mitsubishi, MG, Suzuki และ Toyota ได้ตอบรับกำหนดเวลาบังคับใช้มาตรฐานมลพิษระดับ Euro 5 ในรถยนต์ใหม่ทุกรุ่น ทุกคัน ภายในปี 2564 เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM 2.5
ส่วน นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด (TSMC) กล่าวว่า ทางโรงงานน้ำตาลทรายได้ยื่นหนังสือถึงสำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ขอสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่โรงงานสำหรับจัดซื้อรถตัดอ้อยเพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวผลผลิต หลังชาวไร่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในไร่อย่างหนัก ส่งผลให้ชาวไร่เลือกใช้วิธีเผาอ้อยก่อนตัดแทน จึงกลายเป็นปัญหาผลพวงที่ทำให้เกิดมลพิษฝุ่นละออง โดยรถตัดอ้อย 1 คัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 20,000-25,000 ตันอ้อยต่อปี
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
