ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/2) ที่ระดับ 31.13/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (20/2) ที่ระดับ 31.07/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากความหวังของนักลงทุนที่คาดว่าการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ณ กรุงวอชิงตัน มีแนวโน้มที่จะคลี่คลาย โดยการเจรจาได้เริ่มต้นในวันนี้ (21/2) และจะเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ (22/2) ทั้งนี้สื่อต่างประเทศได้รายงานว่าคณะผู้แทนของสหรัฐและจีนกำลังร่าง (MOU) จำนวน 6 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเชิงโครงสร้าง ซึ่งได้แก่ การโอนถ่ายเทคโนโลยีและการโจรกรรมทางไซเบอร์ สิทธิในการครอบครองทรัพย์สินทางปัญญา การบริการ ค่าเงิน การเกษตร และกำแพงการค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากร ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่การยุติสงครามการค้าที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานถึง 7 เดือน
อย่างไรก็ตามเมื่อคืนวาน (20/2) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 29-30 มกราคม 2562 โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่เห็นพ้องกับแนวทางที่ว่าเฟดควรใช้ความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อไป ซึ่งแนวทางดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนที่เหมาะสมในการจัดการกับความเสี่ยงและรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน อีกทั้งเฟดยังระบุว่า กรรมการเฟดได้หารือกันเกี่ยวกับการยุติการปรับลดงบดุลของเฟดก่อนสิ้นปี 2562 โดยกรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า เฟดควรประกาศแผนยุติการปรับลดการถือครองพันธบัตรให้สาธารณชนได้รับทราบก่อนสิ้นปีนี้ ก่อนที่การดำเนินการจะยืดเยื้อนานเกินไป ซึ่งการประกาศแผนดังกล่าวนั้น จะช่วยให้กระบวนการปรับลดงบดุลของเฟดกลับสู่ภาวะปกติและมีความแน่นอนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.10-31.22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.17/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/2) ที่ระดับ 1.1333/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/2) ที่ระดับ 1.1346/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เงินยูโรอ่อนค่าสวนทางกับเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังเมื่อวาน (20/2) การประชุมระหว่างนายฌอง-คล็อต ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) และนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในการหาทางแก้ภาวะชะงักงานเกี่ยวกับกระบวนการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยนายยุงเกอร์และนางเมย์ได้ยืนยันที่จะเจรจากันอีกครั้งก่อนสิ้นเดือนนี้ อย่างไรก็ดีคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้เปิดเผยเมื่อวานนี้ (20/2) ว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยูโรโซนปรับตัวขึ้น 0.5 จุด มาอยู่ที่ระดับ -7.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งดีกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ -7.7 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.131-1.1363 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1331/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/2) ที่ระดับ 110.67/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/2) ที่ระดับ 110.79/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าเมื่อวานนี้ (20/2) มีรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของญี่ปุ่นออกมาอยู่ที่ระดับ 48.5 ซึ่งต่ำกว่าระดับที่ีนักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 50.4 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.58-110.87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.67/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ เดือนธันวาคม (21/2) ดัชนีการผลิตเดือนกุมภาพันธ์จากเฟดฟิลาเดลเฟีย (21/2) ดัชนีผู้จัดการฝายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนกุมภาพันธ์จากมาร์กิต (21/2) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนกุมภาพันธ์จากมาร์กิต (21/2) และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมกราคมของสหภาพยุโรป (22/2)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.90/-1.70 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.0/0.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ