รัฐเก็บรายได้สุทธิ 4 เดือนกว่า 8 แสนล้านบาท สูงเกินคาดกว่า 4 พันล้าน สศค.ชี้ทุกหน่วยงานยังเก็บรายได้ตามคาด ยกเว้นกรมศุลฯต่ำกว่าคาดโหมเบิกจ่ายเดือน ม.ค.ภาพรวมทะลุ 1.2 ล้านล้านบาท ส่งผลเงินคงคลังฮวบเกือบแสนล้านบาท ฟาก ธปท.ชี้ระดับเงินคงคลังยังสูงแม้ลดลงในเดือน ม.ค. ระบุช่วง 2 ปีที่ผ่านมารัฐดำรงเงินคงคลังระดับสูงตลอด ด้านผู้เชี่ยวชาญการคลังชี้สาเหตุมาจากรัฐบาลทำ “งบฯกลางปี” กู้เพิ่มตลอด
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเก็บรายได้ช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2562 (ต.ค. 2561-ม.ค. 2562) ที่ 809,249 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 68,416 ล้านบาท หรือ 9.2% ซึ่งเกือบทุกหน่วยงานสามารถจัดเก็บรายได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยกรมสรรพากรเก็บรายได้ 556,386 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 47,916 ล้านบาท หรือ 9.4% และสูงกว่าคาดการณ์ 4,462 ล้านบาท หรือ 0.8%
ขณะที่กรมสรรพสามิตเก็บรายได้ 185,399 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 14,458 ล้านบาท หรือ 8.5% และสูงกว่าคาดการณ์ 3,715 ล้านบาท ส่วนกรมศุลกากรเก็บรายได้ 38,233 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 539 ล้านบาท หรือ 1.4% แต่ต่ำกว่าคาดการณ์ 553 ล้านบาท
ส่วนรัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้แล้ว 71,401 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนถึง 20,755 ล้านบาท หรือ 41% และสูงกว่าคาดการณ์ 999 ล้านบาท ขณะที่ส่วนราชการอื่นนำส่งรายได้แล้ว 89,998 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 4,632 ล้านบาท หรือ 5.4% และสูงกว่าคาดการณ์ 4,415 ล้านบาท หรือ 5.2%
“ช่วง 4 เดือนแรกการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิยังสูงกว่าคาดการณ์ 17,813 ล้านบาท หรือ 2.3% โดยทุกหน่วยงานยังเก็บรายได้ตามที่คาดการณ์ไว้ ยกเว้นกรมศุลกากรที่ต่ำกว่าคาดการณ์ไปเล็กน้อย แต่ยังคงสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 3,533 ล้านบาท หรือ 10.2%” นายลวรณกล่าว
นายลวรณกล่าวอีกว่า สำหรับฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 4 เดือนแรกดังกล่าว รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 824,567 ล้านบาท ขณะที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ 1,268,621 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 145,800 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 281,377 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 92,642 ล้านบาท หรือ 49.1%
อย่างไรก็ดี ระดับเงินคงคลังดังกล่าวลดลง 98,521 ล้านบาท จากสิ้นเดือน ธ.ค. 2561 ที่อยู่ 379,898 ล้านบาท
ขณะที่นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในเดือน ม.ค. 2562 การใช้จ่ายลงทุนภาครัฐขยายตัวถึง 19.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ถือว่าการเบิกจ่ายรัฐดีขึ้นหลังจากในเดือน ธ.ค. 2561 ที่ตัวเลขการใช้จ่ายลงทุนภาครัฐหดตัวจนฉุดภาพรวมการลงทุนรัฐทั้งไตรมาส 4/2561 หดตัวไปด้วย ซึ่งการที่การใช้จ่ายลงทุนรัฐกลับมาขยายตัวได้ดี เนื่องจากเริ่มกลับสู่ภาวะปกติหลังจากช่วงไตรมาส 4/2561 ต้องมีการปรับปรุงงบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ขณะที่รายได้รัฐเดือน ม.ค.ก็ขยายตัวดีเพราะมีการนำส่งรายได้จากการประมูลคลื่น 4G เข้ามา
ทั้งนี้ ในเดือน ม.ค.รัฐบาลขาดดุลงบประมาณค่อนข้างสูง ทำให้เงินคงคลังหายไปเกือบ 1 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี ระดับเงินคงคลัง ณ สิ้น ม.ค.ยังอยู่ระดับสูงที่กว่า 2.8 แสนล้านบาท ซึ่งในช่วง 2 ปีนี้ถือว่าระดับเงินคงคลังอยู่ระดับสูงมาตลอด
“รัฐบาลยังคงมีระดับเงินคงคลังที่สูง แม้จะลดลงค่อนข้างมากจากเดือน ธ.ค. 2561 แต่ถ้าเทียบกับในอดีตแล้วถือว่าสูงกว่ามาก” นายดอนกล่าว
แหล่งข่าวจากผู้เชี่ยวชาญด้านการคลังกล่าวว่า ระดับเงินคงคลังที่สูงในช่วงหลายปีนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของงบประมาณรายจ่ายที่โตขึ้นทุกปี ขณะที่อีกปัจจัยที่สำคัญก็คือรัฐบาลทำงบประมาณเพิ่มเติมหรืองบฯกลางปีมาตลอด ทำให้มีเงินที่ต้องเบิกเหลื่อมปีค่อนข้างมาก เพราะกว่างบฯเพิ่มเติมจะเริ่มทำก็กลางปี และต้องใช้เวลาในการจัดซื้อจัดจ้างอีกจึงต้องเบิกเหลื่อมปี อย่างไรก็ดี หลังจากมีการแก้ไขกฎหมายให้สามารถกู้ชดเชยการขาดดุลเหลื่อมปีได้ รวมถึงไม่ต้องเร่งออกตั๋วเงินคลังช่วงปลายปีอีกก็จะทำให้แนวโน้มระยะข้างหน้าระดับเงินคงคลังปลายงวดจะมีความเหมาะสมมากขึ้นไม่สูงจนเกินไป
“ตอนนี้มีเครื่องมือใหม่ในการบริหารเงินคงคลังแล้ว ก็จะทำให้ระยะข้างหน้าระดับเงินคงคลังปลายงวดมีความเหมาะสมมากขึ้นไม่เกินความจำเป็น เพราะการมีเกินความจำเป็นก็เป็นต้นทุน เนื่องจากส่วนใหญ่เงินคงคลังก็เป็นเงินที่กู้มา” แหล่งข่าวกล่าว
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
