กรุงศรีตั้งเป้าปี 62 สินเชื่อลูกค้าธุรกิจโต 6% เชื่อสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ยังไปได้สวย
นายพรสนอง ตู้จินดา ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในปี 62 ตั้งเป้าสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ซึ่งรวมทั้งลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) มีอัตราการเติบโตที่ 6.2% หรือมาอยู่ที่ 689,000 ล้านบาท จากปี 61 อยู่ที่ 649,000 ล้านบาท หรือโต 5.6% จากปี 60 ในขณะที่ด้านเงินฝากตั้งเป้าโต 10.1% มาอยู่ที่ 287,000 ล้านบาท จากปี 61 อยู่ที่ 268,000 ล้านบาท หรือโต 2.9% จากปี 60 โดยธนาคารจะเปลี่ยนจากการเน้นให้สินเชื่อเพียงอย่างเดียว มาเป็นการให้คำแนะนำและนำเสนอบริการทางการเงินที่ครบวงจร (total solutions) เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ
นอกจากนี้ ธนาคารจะมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงานเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของกรุงศรีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละขนาด
นางเมธินี จงสฤษดิ์หวัง ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า สำหรับการเติบโตสินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ ปี 62 ตั้งเป้าโต 8% จาก 378,000 ล้านบาท ปี 61 มาอยู่ที่ 408,000 ล้านบาท ในขณะที่เงินฝากโต 19% จาก 77,000 ล้านบาท มาอยู่ที่ 91,000 ล้านบาท โดยด้านการปล่อยสินเชื่อของกลุ่มธุรกิจรายใหญ่มีทิศทางเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Hospitality เช่น โรงพยาบาลและโรงแรม ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยต่ำและสภาพคล่องที่ยังสูงอยู่ ในขณะที่ธุรกิจ SME ยังเติบโตได้ แต่ต้องเลือกธุรกิจที่ดี และมีแนวโน้มที่จะโตได้ โดยในส่วนของเงินฝาก ที่ผ่านมาธนาคารจะเน้นที่รายย่อย แต่ปัจจุบันจะหันมาเน้นที่รายใหญ่มากขึ้น เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อ
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ธนาคารมีส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ของกลุ่มธุรกิจรายใหญ่อยู่ที่ 12-13% ถ้าเทียบกับระบบธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด และด้านสัดส่วนรายได้ของธนาคารในส่วนรายได้ที่มาจากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากปัจจุบันอยู่ที่ 70:30 ตั้งเป้าภายใน 2 ปี มาเป็น 60:40
อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการให้บริการจากเดิมที่เน้นการให้สินเชื่อเป็นหลัก มาเป็นเหมือนพันธมิตรคู่คิด (Thought partner) และนำเสนอโซลูชั่นทางการเงินที่เหมาะสมให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งความร่วมมือกับ MUFG ทำให้ธนาคารสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมการเงินระดับโลกที่ทันสมัย ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลแพลตฟอร์มที่มี ตลอดจนสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ในปี 62 ธนาคารมีแนวทางในการดูแลลูกค้า 3 ด้าน คือ 1. สนับสนุนการให้สินเชื่อเพื่อการเติบโตและการขยายธุรกิจด้วยบริการครบทุกรูปแบบ 2. ให้บริการโซลูชั่นทางการเงินแบบครบวงจรเพื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจและช่วงการเติบโตของธุรกิจของลูกค้า รวมทั้งสร้างความแข็งแกร่งผ่านความร่วมมือกับ MUFG และ 3. พัฒนาบริการที่มีประสิทธิภาพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทันทีผ่านดิจิทัล แพลตฟอร์ม รวมทั้งนวัตกรรมการเงินเพื่อบริหารสภาพคล่องที่ช่วยในการดำเนินงานและบริหารความเสี่ยงให้กับลูกค้าธุรกิจ