SET ปิดบวก 12.52 จุด รีบาวนด์กลับหลังร่วงหนักวานนี้
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 มี.ค.62 ปิดตลาดที่ดัชนี 1,630.09 จุด เพิ่มขึ้น 12.52 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.77% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 36,466.29 ล้านบาท โดยดัชนีหุ้นวันนี้มีการปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ปัจจัยการเมืองในประเทศยังส่งผลให้ตลาดหุ้นแกว่งตัวค่อนข้างผัวผวน และมีปริมาณการซื้อขาย (Volume) ค่อนข้างเบาบาง จึงประเมินว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นในช่วงนี้จะยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบ
ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ปัจจัยต่างประเทศในเรื่องของการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบในช่วงสั้นๆ ต่อตลาดหุ้น เนื่องจากตลาดมีความเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับมุมมองการขึ้นดอกเบี้ย (Dot Plot) ลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเป็นแรงหนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินทรัพย์เสี่ยงในไทย โดยคาดว่าอาจเห็นแรงขายทำกำไรจากการประชุม FOMC เพิ่มเข้ามาในช่วงนี้ ส่วนปัจจัยในประเทศยังคงต้องติดตามหลังการเลือกตั้งว่าภาพของการเมืองไทยหลังเลือกตั้งจะมีเสถียรภาพหรือไม่ ซึ่งหากมีเสถียรภาพจะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดจะยังคงแกว่งตัวผันผวนและมี Volume เบาบาง โดยวันนี้เห็นการการดีดกลับ (Rebound) ของดัชนี หลังจากที่มีการปรับลดลงมาค่อนข้างหนักในเมื่อวาน (18 มี.ค.62)
ด้านกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันพรุ่งนี้ยังคงมองแนวรับไว้ที่ 1,623 จุด ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญ แม้จะเห็นการกระแทกลงมาหนัก แต่ 1,623 จุด ยังถือเป็นแนวรับสำคัญอยู่ ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 1,645 จุด ขณะที่กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ลงทุนหลังเลือกตั้งสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างต่ำ ส่วนผู้ที่รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างสูง จังหวะนี้สามารถเลือกหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงมาอยู่ในจุดที่น่าสนใจได้ ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกแนะนำ BJC HMPRO และ CPALL สามารถซื้อสะสมได้ กลุ่มโรงพยาบาลแนะนำ BCH และสุดท้ายกลุ่ม “Global Play” มองว่าช่วงนี้เป็นโอกาสในการซื้อทำกำไร แนะนำกลุ่มโรงกลั่น ได้แก่ TOP และ BCP ซึ่งราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจต่อการทยอยซื้อสะสมเช่นกัน