เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

“เทรดวอร์” ทุบธุรกิจไทย เอฟเฟ็กต์ลูกค้าจีนหยุดซื้อ “อสังหา-ท่องเที่ยว” สะเทือน

27 พ.ค. 2562 | 09:45น.

“สงครามการค้า” ระเบิดเวลาลูกใหม่ เริ่มออกฤทธิ์ฟาดหางเศรษฐกิจไทย “อสังหาฯ-ค้าปลีก-ท่องเที่ยว” ทรุดยกแผง ชี้ไทยพึ่งพากำลังซื้อจีนสูง สมาคมคอนโดฯเผยจีน “หยุดซื้อ-ยื้อโอน” แอล.พี.เอ็น.ฯดิ้นช่วยยืดเวลาผ่อน เผยไตรมาสแรก “นักท่องเที่ยวจีน” วูบ 1.72% สมาคมท่องเที่ยวฯเตือนผู้ประกอบการไทยอย่าขยับลงทุน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าผลกระทบจาก “สงครามการค้า” ระหว่างสองมหาอำนาจ “สหรัฐและจีน” ที่มีมาตรการตอบโต้รุนแรงมากขึ้น สารพัดรูปแบบจนทำให้ลุกลามเป็น “สงครามเทคโนโลยี” (Tech War) รวมไปถึงที่หลายฝ่ายกังวลว่า จีนเปิดศึก “สงครามค่าเงิน” เพื่อต่อกรกับสหรัฐ สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการค้าโลกชะลอตัว และทำให้ตัวเลขส่งออกของไทยเดือน เม.ย.ติดลบ 2.6% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองจากเดือนมีนาคม 2562 ติดลบ 4.6% และนอกจากภาคส่งออกแล้ว ภาคธุรกิจในประเทศไทยหลายเซ็กเตอร์ก็ต้องเผชิญปัญหากำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าจีนที่เข้ามาท่องเที่ยว รวมทั้งเข้ามาลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์หดหายไป และกำลังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปในหลาย ๆ ธุรกิจเนื่องจากปัจจุบันธุรกิจในประเทศพึ่งพากำลังซื้อจากชาวจีนค่อนข้างมาก

ทุบส่งออกรถยนต์ต่ำสุดรอบ 2 ปี

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขการค้าระหว่างประเทศใน 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) 2562 มูลค่า 80,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 1.9% ที่น่าห่วงคือสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งมีน้ำหนักถึง 79.5% ของการส่งออก ติดลบ 2.15% โดยสินค้าน่าห่วงที่สุด คือ กลุ่มรถยนต์และส่วนประกอบ -5.72% อิเล็กทรอนิกส์ -11.35% อัญมณีและเครื่องประดับ -8.33% พลาสติก -3.90% เครื่องจักรกล -12.22% และสิ่งทอ -1.43% เป็นต้น โดยส่งออกเดือน เม.ย.ติดลบ 2.6% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง จากเดือนมีนาคม 2562 ติดลบ 4.6%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนเมษายน 2562 มีจำนวน 67,114 คัน ต่ำสุดในรอบ 24 เดือน โดยลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 7.52% โดยการส่งออกลดลงทุกตลาด เว้นตลาดออสเตรเลียและตะวันออกกลาง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนส่งผลให้ 4 เดือนแรกปีนี้มียอดส่งออกรวม 366,955 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.23%

สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนเมษายนอยู่ที่ 86,076 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 8.7% เนื่องจากมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ยอดจำหน่าย 4 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 349,625 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.5%

ขณะที่นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าเรื่องเทรดวอร์พูดมาตลอด ตั้งแต่ต้นปี 2562 ว่า แนวโน้มสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนมีความผันผวนสูงมาก ขณะที่ปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศก็เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ซึ่ง ธปท.คงจะต้องติดตามและประเมินสถานการณ์ต่อเนื่องต่อไป

จีนหยุดซื้อคอนโดฯ-ยื้อโอน

ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ลูกค้าชาวจีนที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย กลุ่มที่จ่ายเงินดาวน์แล้ว 30% ยังคงมีการโอนกรรมสิทธิ์ เพียงแต่การโอนเงินอาจล่าช้ากว่ากำหนด ถือเป็นเรื่องปกติ เมื่อมีสถานการณ์ที่กระทบต่อความรู้สึกลูกค้าก็อยากจะเก็บเงินติดตัวไว้ก่อน ซึ่งคาดว่าจะทำให้การโอนกรรมสิทธิ์ล่าช้ากว่าปกติประมาณ 3-4 เดือน

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีลูกค้าชาวจีนประมาณ 50% เริ่มดึงการจ่ายเงิน แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ยกเลิกการโอน ส่วนการขายใหม่ตอนนี้สะดุดอยู่แล้ว เนื่องจากชาวจีน wait and see ดูสถานการณ์ว่าจะยึดเยื้อ หรือรุนแรงมากขึ้นแค่ไหน ซึ่งตอนนี้อยู่ที่สายป่านเจ้าของโครงการว่าสายป่านยาวแค่ไหน หากลูกค้าจีนดึงการโอนช้าลง ถ้าสายป่านยาว กระแสเงินสดเงินหมุนเวียนดี ก็ยังพอเลี้ยงตัวเองได้ไม่กระทบ

“อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คอนโดมิเนียมทุกโครงการจะขายลูกค้าต่างชาติได้ คนจีนจะเลือกซื้อเฉพาะจุดที่เขารู้จัก โดยเมื่อโครงการขายได้ก็จะมีสัดส่วนลูกค้าจีนประมาณ 20-40% แต่จากสถานการณ์สงครามการค้าส่งผลให้ตอนนี้ลูกค้าจีนลดลงโดยอัตโนมัติ ปัจจุบันโครงการที่เปิดขายใหม่ สัดส่วนลูกค้าชาวจีนลดลงเกือบเป็น 0% ช่วงนี้คนจีนหยุดซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย ถ้าสหรัฐกับจีนเลิกทะเลาะกันเมื่อไหร่ มันจะดีขึ้นเอง” ดร.อาภากล่าว

LPN ยืดผ่อนลูกค้าจีน

นายสุรวุฒิ สุขเจริญสิน เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิ”ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อชาวจีนที่จะเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยอย่างแน่นอน ทั้งในแง่ของเงินหยวนที่อ่อนค่าลง ดังนั้น ลูกค้าที่เคยทำสัญญาซื้อขายไว้แล้วมาโอนในตอนนี้ ก็เสมือนซื้อสินค้าแพงขึ้นมา 5-10% จากค่าเงินที่อ่อนตัวลง

อีกประเด็นคือรัฐบาลจีนคุมเข้มการนำเงินออกนอกประเทศ หากสงครามทางการค้ายิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เงินหยวนอาจจะอ่อนตัวลงอีก ฉะนั้น ด้วย 2 ประเด็นนี้ ลูกค้าจีนยังไงก็น่าจะมีแนวโน้มที่จะโอนช้าลง ซึ่งถ้าแย่ที่สุดเขาอาจจะทิ้งโอน

“ในระยะสั้นต้องหาวิธีช่วยยืดหยุ่นที่จะให้ลูกค้าชาวจีนโอนได้ง่ายที่สุด เช่น อาจจะต้องยืดระยะเวลาการผ่อน ส่วนลูกค้าใหม่ต้องปรับเปลี่ยนสัดส่วนลูกค้าต่างชาติไปที่ชาติอื่นมากขึ้น”

“เชียงใหม่-ภูเก็ต” จีนหยุดลงทุน

ด้านนายวโรดม ปิฎกานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หากสงครามการค้ายืดเยื้อจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจอสังหาฯของเชียงใหม่ เนื่องจากชาวจีนเป็นทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ซื้อคอนโดมิเนียมและบ้านกลุ่มหลักของเชียงใหม่ มองว่าผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยวจะไม่มากเท่ากับธุรกิจอสังหาฯ เนื่องจากชาวจีนที่มาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี แต่การจะหาผู้ซื้อคอนโดฯและบ้านมาทดแทนชาวจีนค่อนข้างยาก ผู้ประกอบการต้องติดตามสถานการณ์ และเตรียมแผนสำรองรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ อาทิ กระจายการพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวจีน หรือทำสัญญาทางธุรกิจกับนักลงทุนหรือผู้ซื้อจากจีนด้วยความระมัดระวังและเคร่งครัด

นายพัทธนันท์ วิสุทธิ์วิมล ผู้บริหารบริษัท แคปส์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เปิดเผยว่า การลงทุนอสังหาฯในภูเก็ตมีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากนักลงทุนชาวจีนตัดสินใจชะลอการลงทุนไปก่อน จนกว่าสถานการณ์สงครามการค้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ต้นทุนในการซื้อบ้านหรือคอนโดฯสูงขึ้นด้วย รวมทั้งนโยบายป้องกันการนำเงินออกนอกประเทศของจีน ทำให้การโอนเงินเพื่อซื้ออสังหาฯในภูเก็ตมีความยุ่งยากมากขึ้นด้วย

แอตต้าเตือนเอกชนชะลอลงทุน

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า กล่าวว่า ข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วง ม.ค.-มี.ค. 2562 มีจำนวน 3.12 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.72% ขณะที่สร้างรายได้รวม 1.72 แสนล้านบาท ลดลง 1.82% ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากเหตุเรือล่มในช่วงปลายปี 2561 ทำให้เครื่องบินแบบชาร์เตอร์ไฟลต์บางส่วนเปลี่ยนเส้นทางไปประเทศอื่น

“ตลาดจีนตอนนี้เราต้องมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด เพราะมีปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาเป็นตัวแปรส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสงครามการค้า ค่าเงิน รวมถึงเรื่องของเทคโนโลยี บวกกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและตลาดโดยรวมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้แอตต้าจึงส่งสัญญาณให้สมาชิกและผู้ประกอบการไทยประเมินสถานการณ์ให้ดี และอย่าเพิ่งขยับการลงทุนเพิ่มมากนัก แต่ควรดูประเด็นด้านการปรับตัวและตั้งรับให้ดี” นายวิชิตกล่าว

หากประเมินจากจำนวนและรายได้ของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี ไม่ได้น่าตกใจนัก เนื่องจากฐานตลาดเดิมที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่จึงไม่สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด 8-10% ได้อีกต่อไป ขณะเดียวกันช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของโรงแรม ร้านอาหาร รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ขยายตัวในสัดส่วนที่สอดรับกับซัพพลายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการอาจรู้สึกว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยและตลาดจีนไม่ดีอย่างที่คาดการณ์ไว้

ห่วงลากกำลังซื้อทรุดทั้งระบบ

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ยักษ์ธุรกิจอีเวนต์กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบโดยตรงที่จะเกิดกับคนจีน ซึ่งประเทศไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับต้น ๆ ของจีดีพี ขณะที่คนจีนเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ดังนั้นเศรษฐกิจไทยก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย หากนักท่องเที่ยวจีนมีปัญหา ไม่ออกมาใช้จ่าย ก็จะลามไปยังธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร สินค้าและบริการต่าง ๆ

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมแผนรองรับ เนื่องจากเซ็ปเป้มีสัดส่วนยอดขายที่ส่งออก 60% ที่ต้องจับตาคือสงครามการค้าครั้งนี้จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกมากแค่ไหน เพราะหากสถานการณ์ยืดเยื้อก็จะกระทบกับกำลังซื้อของคนทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

ยักษ์ค้าปลีกโดนหางเลข

นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจค้าปลีกอย่างเดอะมอลล์ก็ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าเช่นกัน เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นกลุ่มกำลังซื้อสำคัญของศูนย์การค้า ผลจากสงครามการค้าทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปด้วย

ด้านนายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK กล่าวว่า สำหรับในส่วนของธนาคารกสิกรฯที่อยู่ในประเทศจีน ก็ได้รับผลกระทบในแง่สินเชื่อเทรดไฟแนนซ์ลดลง ตามปริมาณการค้าที่ลดลง และความต้องการใช้เงินของลูกค้าในจีนที่ลดลง ซึ่งเคแบงก์ก็ระมัดระวังเพิ่มขึ้น ลูกค้ามาขอใช้วงเงินก็จะต้องถามข้อมูลมากขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยง เช่น ส่งออกประเภทไหน ซัพพลายเออร์เจ้าไหน อย่างไรก็ตาม กสิกรฯถือว่าเล็กมากในตลาดจีน ดังนั้นจึงยังสามารถปรับไปหากลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบ

“สถานการณ์ขณะนี้ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะส่งผลกระทบออกไปมากน้อยเพียงใด สิ่งที่จะต้องติดตามคือเหตุการณ์จะรุนแรงไปถึงขั้นไหน ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร”

ห่วงเกิดสงครามค่าเงิน

นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) กล่าวว่า สงครามการค้าจีน-สหรัฐที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามอง และคาดว่าจะไม่สามารถหาข้อยุติได้ในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากมีประเด็นอื่น ๆ ที่นอกเหนือสงครามการค้าซ่อนอยู่ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ตลาดการเงินมีความผันผวน โดยเฉพาะแถบเอเชียเหนือ อย่างเกาหลีใต้ ไต้หวัน ที่ค่าเงินตกต่ำลง ขณะที่ประเทศไทย ซึ่งนักลงทุนมองว่ามีความปลอดภัย (safe haven) เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ และสวนทางกับภูมิภาคที่อ่อนค่าลง

กรณีของสงครามค่าเงินระหว่างจีนและสหรัฐจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น นายศรัณย์กล่าวว่า “ต้องดูว่าสหรัฐจะหยุดขึ้นภาษีหรือไม่ แต่หากสหรัฐยังคงปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนจากเดิมที่ 2 แสนล้าน เป็น 3 แสนล้าน สิ่งที่จีนจะทำได้ง่ายที่สุดคือการทำให้ของราคาถูกลง โดยปรับลดค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าลง ซึ่งหากจีนตอบโต้โดยการลดค่าเงินหยวนก็จะส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคอ่อนค่าลงตามค่าเงินหยวนไปด้วย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้า