เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
ดูทั้งหมด

19 พรรคตรึงกำลัง โหวตนายก “บิ๊กตู่” หวัง 254 เสียง เข็นรัฐบาลปริ่มน้ำ

02 มิ.ย. 2562 | 10:25น.

รายงานพิเศษ

 

การจัดตั้งรัฐบาลผสม 19 พรรค มีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นแกนกลาง – “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี-หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯอีกสมัย เส้นทางไม่ได้ปูพรมแดง-ระหว่างบรรทัดเต็มไปด้วยพงหนาม

การต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี “กระทรวงเกรดเอ” ที่มี พปชร. เป็นพรรคแกนนำเทียบเชิญ “พรรคร่วมรัฐบาล” ทั้งในที่ลับ-ที่แจ้ง ยืดเยื้อนานกว่า 2 เดือน ถึงวันนี้ยัง “ไม่ได้ข้อสรุป”

จากทุบโต๊ะ-กอด 4 เก้าอี้ “กระทรวงเกรดทอง” โควตาของ “พล.อ.ประยุทธ์” ในทำเนียบ และ “ผู้มีบารมีนอกพรรค” ถึงการยื่น “คำขาด-ขอคุม” โควตารัฐมนตรี-สแกนชื่อ “เจ้ากระทรวง” ด้วยตัวเอง ในฐานะ “ว่าที่นายกฯลำดับที่ 30”

ทำให้การประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.กับกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) วงแตก-เลื่อนลง “มติพรรค” ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) “ดีดตัว” ออกจากสมการ “นายกฯเสียงข้างน้อย” เล่นเกมตามน้ำพรรคเก่าแก่

ชิงโหวตนายกฯ

ยิ่งการออกมาให้สัมภาษณ์ของ “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รองหัวหน้า พปชร. จนกลายเป็นพาดหัวข่าว-กินความไปถึงการ “ชิงโหวตนายกฯ” เป็นสัญญาณ “ดีลล่ม” ตอกย้ำการเจรจาต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกับ “พรรคเก่า” ไม่ลงตัว

การต้องกลับไปนับ 1 กันใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะกับ ปชป. เป็นการ “เล่นเกมเสี่ยง” ในช่วง 7 วันอันตราย ก่อนถึงวันสุก-ดิบ โหวตเลือกนายกฯลำดับที่ 30

เพราะหาก ปชป.- ภท. พร้อมใจกัน “กอดอก” ไม่ยกมือโหวตส่ง พล.อ.ประยุทธ์ เข้าทำเนียบอีกคำรบ จนต้องอาศัย “บริการเสริม” จาก ส.ว. 250 คน จะกลายเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ทันที

ตามไทม์ไลน์ ภายหลังโปรดเกล้าฯ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา-ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ “ชวน หลีกภัย” จะนัดสมาชิกรัฐสภาล่วงหน้า 3 วัน เพื่อลงมติเลือกนายก ฯ โดยการลงคะแนนแบบขานชื่อ-เปิดเผย

บันได 4 ขั้นโหวตนายกฯ 

โดยขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ 2560 และบทเฉพาะกาลนั้น เป็นไปตามมาตรา 159 คือ 1.ให้เลือกบุคคลที่เป็นนายกฯในบัญชีของพรรคการเมือง ที่มี ส.ส.ในสภาไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของสภา (พรรคที่มี ส.ส. 25 คนขึ้นไป) และต้องมี ส.ส.รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสภา หรือ 50 คน

2.มติที่สภาเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลให้เป็นนายกฯ ต้องลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่รัฐสภา (ส.ส.+ส.ว.) คือ 376 เสียงขึ้นไป

3.ถ้าโหวตเลือกนายกฯ ในบัญชีพรรคการเมืองไม่ได้ ต้องนำมาสู่การเลือกนายกฯคนนอกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 โดยให้สมาชิกทั้งสองสภาเข้าชื่อรวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง 376 เสียง เพื่อยื่นญัตติงดเว้นไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯจากบัญชีพรรคการเมือง และต้องใช้เสียง 500 เสียง จากทั้ง 2 สภา เพื่ออนุมัติให้เลือกนายกฯคนนอกได้

4.เข้าสู่การโหวตนายกฯ ตามมาตรา 159 โดยลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่รัฐสภา (ส.ส.+ส.ว.) คือ 376 เสียงขึ้นไป

5 พรรค 7 แคนดิเดตนายกฯ

สำหรับ “แคนดิเดตนายกฯลำดับที่ 30” ที่มีโอกาสเสนอชื่อ “เข้าชิง” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ในบัญชีพรรคการเมือง มาตรา 88 ประกอบด้วย 1.พรรคเพื่อไทย (พท.) 136 เสียง ลำดับที่ 1 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลำดับที่ 2 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และลำดับที่ 3 นายชัยเกษม นิติสิริ

2.พปชร. 116 เสียง มี “พล.อ.ประยุทธ์” ชื่อเดียว-นอนมา

3.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) 81 เสียง แม้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวขบวน จะถูกคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญระงับการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดคุณสมบัติต้องห้าม ส.ส. กรณีถือหุ้นสื่อ แต่ศักดิ์-สิทธิ์ “แคนดิเดตนายกฯ” ยังครบองค์ประกอบ

4.ปชป. 53 เสียง แม้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรคจะถือธงนำ “แพ้เลือกตั้ง” และประกาศลุกออกจากเก้าอี้หัวหน้าพรรคคนที่ 7 แต่ยังมีชื่อส่ง “เข้าประกวด”

และ 5.ภท. 51 เสียง ส่ง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นบัญชี “นายกฯตาอยู่”

“บิ๊กตู่” ตัดเชือก “ชัชชาติ”

ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เข้าใกล้เก้าอี้ประมุขฝ่ายบริหารมากที่สุด มีแต้มต่อแคนดิเดตนายกฯคนอื่นหลายช่วงตัว เพราะมีเสียงของสภาสูง 250 ส.ว.ในมือ-ไม่แตกแถว (หากไม่มีสัญญาณพิเศษ) จึงต้องการเสียงจาก “สภาล่าง” เพียง 126 เสียงเท่านั้นก็จะ “เกินกึ่งหนึ่ง” ของทั้ง 2 สภา คือ 376 ต่อ 750 เสียง

พลิกบัญชีนายกฯ ฝั่ง พท. มี 3 ชื่อ 1.คุณหญิงสุดารัตน์ 2.ชัชชาติ 3.ชัยเกษม ส่วนอนาคตใหม่มีชื่อ “ธนาธร” หัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตคนเดียว

ก่อนการโหวตนายกฯ “ธนาธร” แห่งอนาคตใหม่ แม้ประกาศตัวพร้อมเป็นนายกฯ แต่เมื่อถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.จนกว่าศาลจะมีคำสั่ง จากปมถือหุ้นสื่อ

แกนนำ พท. “หนักใจ” ว่า “ธนาธร” อยู่ใน “จุดเสี่ยง” ทางการเมืองมากเกินไป แกนนำบางคนยังทำนายว่า “ธนาธร” อาจกลายเป็นจุดศูนย์กลางความขัดแย้งรอบใหม่แทน “ทักษิณ ชินวัตร” แถมยังต้องเดิมพันคดีต่างอีก ๆ หลายคดี หวยอาจล็อกมาที่บุคคลใน พท.

สำหรับแคนดิเดตในพท. “คุณหญิงสุดารัตน์” ประกาศตัวตั้งแต่ไก่โห่ว่า จะไม่รับตำแหน่งนายกฯ ทั้งในพรรคและต่อสาธารณะ จึงขอไม่รับเป็นตัวเลือกไปแข่งในสภา เหลือแค่ “ชัชชาติ-ชัยเกษม”

อีกทั้งในการประชุมลับของแกนนำพรรคร่วม 7 พรรค ก็ยอมให้ใช้ชื่อนายกฯจากบัญชี พท.ไปแข่งในสภา

จึงมีข่าวว่า พท.ผลักดัน “ชัชชาติ” ลงแข่งนายกฯ กับ “ขั้วหนุนลุงตู่” แม้ที่สุดแล้วพันธมิตร 7 พรรคอาจแพ้โหวตในสภา แต่อาจเป็นผลดีให้ชื่อ “ชัชชาติ” ติดกระแสไปจนถึงศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นสิงหาคมนี้ ซึ่ง พท.สั่งทีม กทม.+ชัชชาติ เตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้ว

ข่าวตอนแรก “พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นผู้ชิงเก้าอี้นายกฯ ฝ่าย 7 พรรค 245 เสียง

ทว่ากลายเป็นข่าวที่โคมลอยในวงสนทนาการเมือง เพราะในรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.ในพรรคจะต้องมีอย่างน้อย 25 คนจึงจะสามารถชิงตำแหน่งนายกฯได้ ดังนั้น “พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์” จึงไม่มีคุณสมบัติตั้งแต่ต้น เพราะมี ส.ส.แค่ 10 คน

ใน 7 พรรค จึงมีแค่ 2 พรรค คือ พท.-อนค.เท่านั้น ที่มีสิทธิชิงเก้าอี้นายกฯ

เช็กกำลังพรรคหนุน-ต้านบิ๊กตู่ 

ขณะที่ขุมกำลัง-เสียงสนับสนุนจาก ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ ของ พปชร. 116 เสียง บวกกับ “พรรคร่วม” 17 พรรค ที่เป็น “ของตาย”- “ปิดดีล” ได้สำเร็จ ได้แก่ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 10 เสียง พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) 5 เสียง พรรคพลังท้องถิ่นไทย 3 เสียง

พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) 3 เสียง พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง และ “พรรคเสียงเดียว” 11 พรรค รวม 150 เสียง เมื่อรวมกับ ส.ว. 250 เสียง เพียงพอที่ พล.อ.ประยุทธ์จะคัมแบ็กเก้าอี้นายกฯ แต่จะเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” แม้จะรัดคองูเห่าได้ 30 ตัว แต่เสียงก็ยังไม่โผล่พ้นน้ำ 251 เสียง

ดังนั้นพรรคร่วมที่ยัง “จบไม่ลง”- เขี้ยวลากดิน อย่าง ปชป. 53 เสียง กับ ภท. 51 เสียง ที่ต้องต่อรอง-ซื้อใจเก้าอี้รัฐมนตรีอีกหลายยก ไม่นับ “คำถามพ่วง” จะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่

โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจที่มีเมกะโปรเจ็กต์แสนล้าน-คะแนนนิยมทางการเมืองเป็นเดิมพัน อาทิ กระทรวงเกษตรฯ พาณิชย์ คมนาคม จึงต้องวัดใจกันนัดต่อนัดกลางสภา แต่ถ้า”ปิดดีล” ได้ จะพลิกเป็น “รัฐบาลเสียงข้างมาก” 254 เสียงทันที

ฟากที่เรียกขั้วฝั่งตัวเองว่า “ฝ่ายประชาธิปไตย” 7 พรรค นำโดย พท. อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย พลังปวงชนไทย เศรษฐกิจใหม่ ประชาชาติ และเพื่อชาติก่อตัวกันแน่น 245 เสียง

แม้อาจต้องระแวง “งูเห่า” บ้าง แต่ขั้นตอนการโหวตนายกฯ ต้องโหวตด้วยการ “ขานชื่อ” ดังนั้น “ภูมิธรรม” ถึงกับออกตัวมั่นใจว่าไม่มีใครกล้าแตก “ไม่มีงูเห่า ที่นี่มีแต่พังพอน”

ขั้วตัวแปร-นายกฯคนนอก

ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับพิสดาร-อำนาจต่อรองมหาศาลตกอยู่ในกำมือพรรคขนาด 51-53 เสียง ทำให้ ปชป.-ภท. มีโอกาส “พลิกเกม” เป็น “รัฐบาลขั้วที่สาม” ได้ทุกเมื่อ

รวมถึงเดดล็อกรัฐบาลใหม่ จนไม่สามารถเลือกนายกฯ ในบัญชีพรรคการเมืองได้ จนนำไปสู่การผ่าทางตัน “นายกฯคนนอกตามรัฐธรรมนูญ” มาตรา 272 ซึ่งพร้อมที่จะถูกเขี่ยลูก-ยื่นญัตติรัฐบาลแห่งชาติกลางสภาได้ทุกเมื่อ

ไม่นับตำนาน “วีรบุรุษประชาธิปไตย” เมื่อปี 35 ที่กลับมาหลอกหลอน สลับชื่อนายกฯ จาก “พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์” เป็น “อานันท์ ปันยารชุน” ในนาทีสุดท้าย กลายเป็นแมตช์แห่งความทรงจำ

เมื่อปฏิทินการเมือง-โรดแมปรัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ภายในเดือนมิถุนายน 62 อาจ”ลากยาวออกไป” ประเมินจากเหตุการณ์สภาป่วน-ตีรวน-ดึงเกมการเลือกประธาน-รองประธานสภา

โดยมีการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีที่ยัง “ไม่สะเด็ดน้ำ”- การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น “ตัวประกัน” โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์-คสช.อยู่โยงจนกว่าจะมีนายก ฯ-รัฐบาลชุดใหม่