Skip to content

ทนาย”เหยื่อสลายม็อบ นปช.”ยังยึดยื่นป.ป.ช.ไต่สวนคดีใหม่ตามเเนวคำพิพากษาศาลฎีกา ชี้ตั้งผู้ไต่สวนอิสระทำได้ยาก

05 ก.ย. 2560 | 15:32น.
ทนาย”เหยื่อสลายม็อบ นปช.”ยังยึดยื่นป.ป.ช.ไต่สวนคดีใหม่ตามเเนวคำพิพากษาศาลฎีกา ชี้ตั้งผู้ไต่สวนอิสระทำได้ยาก

เมื่อวันที่ 5 กันยายน นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 53 ให้ความเห็นถึงช่องทางการดำเนินคดีหลังศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อายุ 53 ปี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อายุ 67 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83, 84 สืบเนื่องจากการออกคำสั่ง ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมบริเวณ ถนนราชดำเนิน และแยกราชประสงค์ จากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ชุมนุมตั้งแต่เดือนเมษายน-19 พฤษภาคม 2553 กระทั่งนายพัน คำกอง ชาว จ.ยโสธร อายุ 43 ปี คนขับแท็กซี่ และ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา อายุ 14 ปี เสียชีวิตบริเวณใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ สถานีราชปรารภ วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 และนายสมร ไหมทอง คนขับรถตู้ ถูกกระสุนยิงมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ที่รักษาการณ์ในพื้นที่ย่านราชปรารภ ที่มีการประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ว่า เเนวคิดที่จะเสนอการตั้งผู้ไต่สวนอิสระว่าเป็นการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ในเรื่องกรณีที่ ป.ป.ช.ไม่ชี้มูลผู้เสียหายมีสิทธิยื่นร้องต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระขึ้นมา เเต่ตนยังไม่เคยเห็นว่ามีการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวขึ้นมาได้ เเละในส่วนของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันไม่บทบัญญัติในเรื่องนี้ไว้ ซึ่งเรื่องการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระในรัฐธรรมนูญปัจจุบันบัญญัติว่าจะตั้งได้ในกรณีที่ความเห็นของป.ป.ช.ปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง เเละต้องให้ ส.ส.รวบรวมรายชื่อ 2 หมื่นคนที่มีสิทธิเลือกตั้งยื่นต่อประธานสภา เพื่อส่งต่อศาลฎีกาเพื่อให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระขึ้น

“ที่มีอดีตผู้พิพากษาชี้จะเป็นในรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มีปัญหาว่าเลิกบังคับใช้ไปเเล้วเเละรัฐธรรมนูญปี 2560ไม่มีบทบัญญัติในเรื่องนี้เลย ไม่เหมือนปี 2550 เเละยังต้องผ่านสภา หรือ สนช.ที่มีขั้นตอนจำนวนมากอีกถ้าเราจะไปช่องทางนั้นผมยังไม่เเน่ใจ ถึงอาจจะลองยื่นดูได้ เเต่ผลจะเป็นอย่างไร” นายโชคชัยกล่าว

เมื่อถามว่าข้อเเม้ที่จะยื่นตั้งผู้ไต่สวนอิสระได้นั้นจะต้องชี้ให้เห็นว่า ป.ป.ช.ทำหน้าที่ไม่สุจริตใช่หรือไม่ นายโชคชัยกล่าวว่า ใช่มันจะต้องเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.ทำไม่ถูก ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างยาก สิ่งที่เรียกร้องตอนนี้คือให้ ป.ป.ช.เปิดเผยสำนวนไต่สวนต่อสาธารณะให้ประชาชนได้ทราบเหตุผล ถึงเนื้อหาสาระที่ได้มีการไต่สวนไป ถ้า ป.ป.ช.ไม่เปิดเผยก็จะเป็นที่น่าสงสัยว่ามีเหตุอะไรถึงต้องปกปิดอยู่หรือไม่

เมื่อถามว่าทางทีมทนายจะเน้นปฎิบัติเเนวทางไหนระหว่างยื่น ป.ป.ช.พิจารณาใหม่เเละยื่นตั้งผู้ไต่สวนอิสระ นายโชคชัยกล่าวว่า ในส่วนนี้ที่ต้องทำก่อนคือยื่นให้ ป.ป.ช.ไต่สวนคดีใหม่ เพราะว่ายึดตามคำพิพากษาศาลฎีกาว่าข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติหน้าที่ ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนได้ เเละคดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องหลายคนที่ยังไม่ได้ไต่สวน ซึ่งจะยื่นในส่วนนี้ให้มีการไต่สวน เเละถ้า ป.ป.ช.รับเรื่องเราก็ไม่ต้องเสนอตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ส่วนจะไปยื่นวันไหนอีกยังไม่กำหนดต้องดูหลายๆ อย่าง เพราะถ้าเรายื่นครั้งนี้เเล้วต้องให้เกิดผลจริงเกิดการไต่สวนขึ้น

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. ศาลฎีกา