Skip to content

ปี’62เอกชนแห่ออกหุ้นกู้คึกคัก “ThaiBMA” ลุ้นแตะ 1 ล้านล้านบาท

03 ก.ค. 2562 | 13:15น.
ปี’62เอกชนแห่ออกหุ้นกู้คึกคัก “ThaiBMA” ลุ้นแตะ 1 ล้านล้านบาท

ThaiBMA ลุ้นยอดออกหุ้นกู้เอกชนปี’62 แตะ 1 ล้านล้านบาท คาดทะลุเป้า 8.5 แสนล้านบาท หลังครึ่งปีแรกแห่ออกหุ้นกู้กันกว่า 5 แสนล้านบาท ชี้แนวโน้มครึ่งหลังมูลค่าระดมทุนกลุ่มแบงก์พุ่ง “กรุงไทย-ทหารไทย” ประกาศขายหุ้นกู้ตุนเงินกองทุนกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท ฟากธุรกิจรายใหญ่ “CPALL-SCC- จ่อคิวออกหุ้นกู้รีไฟแนนซ์

นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มการเสนอขายตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือหุ้นกู้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 คาดว่ามูลค่าการเสนอขายจะทะลุเป้า 8.5 แสนล้านบาท ที่สมาคมเคยตั้งเอาไว้ โดยมีความเป็นไปได้ที่มูลค่าการเสนอขายอาจจะสูงถึง 1 ล้านล้านบาท หลังตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ 26 มิ.ย. 62) ยอดการออกหุ้นกู้อยู่ที่ 5 แสนล้านบาท

โดยมาจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ อาหาร และไอซีที โดยเฉพาะการออกหุ้นกู้ของ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ที่มียอดสูงสุดที่ 5.3 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนของความต้องการหุ้นกู้ในช่วงครึ่งปีหลังที่เหลือ จะมาจาก 2 ส่วน ได้แก่ 1.การออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อนำเงินไปไถ่ถอนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระ โดยในช่วงครึ่งหลังจะมีหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอนรวม 2.65 แสนล้านบาท ซึ่งมีหุ้นกู้ของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น บมจ.ซีพี ออลล์ และ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย รวมอยู่ด้วย และ 2.การออกตราสารเงินกองทุน (Basel) ของสถาบันการเงิน เพื่อใช้เป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ของธนาคาร อาทิ ธนาคารทหารไทย ที่จะออกหุ้นกู้วงเงินรวมไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท และธนาคารกรุงไทยจะออกหุ้นกู้ วงเงินไม่เกิน 2.4 หมื่นล้านบาท

“ปัจจุบันบริษัทเอกชนมีแนวโน้มหันมาออกหุ้นกู้ระยะยาวมากขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากภาวะดอกเบี้ยขาลงที่เกิดขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีที่บริษัทเอกชนจะเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาวและกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ เพื่อล็อกต้นทุนการเงินของบริษัท นอกจากนี้ พบว่าหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จำกัดการจำหน่ายตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ให้กับกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ (high net worth) ส่งผลให้การระดมทุนผ่านตั๋วบี/อีค่อนข้างลำบาก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทเอกชนที่มีแผนลงทุนระยะยาว หันมาออกหุ้นกู้ระยะยาวทดแทนการออกตั๋วบี/อี” นายธาดากล่าว

นายธาดากล่าวอีกว่า แนวโน้มนักลงทุนยังมีความต้องการซื้อตราสารหนี้เอกชนมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ นักลงทุนจึงมองหาการลงทุนรูปแบบอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากธนาคาร ซึ่งหุ้นกู้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความต้องการขายของผู้ออกหุ้นกู้ หรือบริษัทเอกชนต่าง ๆ ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการซื้อ โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่ได้รับการจัดอันดับเรตติ้งสูงมักจะจำหน่ายหมดตั้งแต่วันแรกที่จำหน่าย หรือหมดตั้งแต่ยังไม่เปิดจำหน่าย โดยพบว่า สัดส่วนการเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่นักลงทุนในปัจจุบัน ยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายใหญ่ ประมาณ 80% และอีก 20% ที่เหลือเป็นการเสนอขายให้แก่บุคคลทั่วไป

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2562 พบว่า มูลค่าการออกตราสารหนี้ระยะยาวอยู่ที่ 4.98 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) โดยแบ่งเป็นการออกหุ้นกู้ของกลุ่มเรียลเซ็กเตอร์ 4.06 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% YOY และกลุ่มธนาคารและการเงิน (bank and finance) มูลค่าการเสนอขายรวม 9.20 หมื่นล้านบาท ลดลง 3% YOY

ขณะที่การซื้อขายตราสารหนี้ของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ 1 มิ.ย.62 – 27 มิ.ย.62 พบว่าซื้อสุทธิในตราสารสารระยะสั้น (อายุคงเหลือต่ำกว่า 1 ปี) ที่ 39,012 ล้านบาท (รวมตราสารที่หมดอายุ) ส่วนตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) ซื้อสุทธิที่ 32,995 ล้านบาท