จากกรณีที่นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ออกมาเปิดผยถึงกรณีการก่อสร้าง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ ของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งสร้างริมถนนบางนา-ตราด และอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ในเขตแนวร่อนที่เป็นเขตปลอดภัยสนามบิน เกรงว่าอาจจะกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินอากาศ
จึงได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ว่าโครงการดังกล่าวดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การกำหนดความสูงของอาคาร ประเภทกิจกรรมที่จะดำเนินการเป็นอุปสรรคปัญหาต่อนักบินและระบบสื่อสารและการจัดระเบียบเส้นทางการบิน เป็นต้น
โดยนายนิตินัยยกตัวอย่างเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เคยมีกรณีสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ที่อยู่ใกล้สนามบิน โดยทอท.ได้รับแจ้งจากนักบินว่าแสงไฟจากสนามกอล์ฟดังกล่าว ทำให้กระทบต่อการมองเห็นนักบิน เนื่องจากสร้างความสับสนในการลงจอดเครื่องบิน ระหว่างไฟรันเวย์กับไฟสนามกอล์ฟ ซึ่ง ทอท.ได้ประสานสนามกอล์ฟให้ปรับทิศทางแสงไฟไม่ให้รับกวน ดังนั้นการที่มีโครงการขนาดใหญ่สร้างใกล้สนามบิน อาจจะมีกิจกรรมที่ประดับไฟ มีแสงเซอร์ จะกระทบต่อนักบินก็ได้ และในระยะยาว ทอท.มีแผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิบริเวณทิศใต้จะมีอาคารผู้โดยสาร อาจจะมีผลกระทบจากปัญหาจราจรทางถนนเข้าสู่สนามบินอีกด้วย
ล่าสุดนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท. เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ จะลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างศูนย์การค้า เซ็นทรัลวิลเลจ ว่าดำเนินการตามแบบที่ขออนุญาตก่อสร้างไว้เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2561 ตามที่กพท.ได้ออกอนุญาตไปหรือไม่ ทั้งนี้ทางโครงการได้ขออนุญาตตาม พ.ร.บ.ทางเดินอากาศ 2497 แล้ว โดยทางโครงการยื่นขออนุญาติในนามบริษัท สวรรค์วิถี จำกัด ซึ่งจากการดูแบบเป็นอาคารก่อสร้างมีความสูง 23 เมตร ไม่เกินจากที่กฎหมายกำหนดไว้ 36 เมตร และที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากสนามบิน 2 กิโลเมตร ก็สามารถดำเนินการได้ ซึ่ง กพท.จะทำหนังสือชี้แจงไปยัง ทอท.ในเร็วๆ นี้
ด้านบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ทำเอกสารชี้แจงว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนของโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้ยื่นขออนุญาต จากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการ การก่อสร้างได้รับใบอนุญาตและมีความปลอดภัยตามมาตรฐานความปลอดภัยในเขตการบิน ปัจจุบัน ไม่มีพื้นที่ใดๆ ของโครงการรุกล้ำที่ดินของภาครัฐ
โดยบริษัทคำนึงถึงความปลอดภัย การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การพัฒนาชุมชนร่วมกันต่อไปในอนาคต อีกทั้งบริษัทได้รับฟังความคิดเห็น และได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดีจากประชาชนใน ต.บางโฉลง อ.บางพลี รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อร่วมกัน พัฒนาชุมชนย่านสนามบินสุวรรณภูมิ
โดยบริษัทขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่อาจมีการเข้าใจผิดในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้
1.เซ็นทรัล วิลเลจ ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องตัวอาคารแต่ละหลังมีขนาดพื้นที่ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร และมีความสูงไม่เกิน 23 เมตร บนที่ดิน ที่ซื้อมาจากเอกชนอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่ได้ตั้งอยู่บนหรือรุกล้ำพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และ/หรือ ที่ดินของภาครัฐใดๆ
2.โครงการนี้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศบริเวณใกล้เคียงสนามบินสุวรรณภูมิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรมเพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียม ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เป็นลักชูรี่เอาท์เล็ตในระดับสากล (International Luxury Outlet) จากฝีมือคนไทยเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการชอปปิงระดับโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาท้องถิ่น ให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ใกล้เคียง ให้ย่านสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่โดยรอบเป็นเมืองสนามบินที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก
อนึงโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ สร้างบนพื้นที่ 100 ไร่ มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ภายในโครงการมีพื้นที่ค้าปลีกรวม 100 ตารางเมตร พื้นที่สำนักงานรวม 40,000 ตารางเมตร และมีโรงแรมขนาด 200 ห้อง
โดยชูไทยเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช้อปปิ้งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยร้านค้ากว่า 235 ร้านค้า ทั้งแบรนด์ชั้นนำระดับโลกและแบรนด์ไทย ด้วยส่วนลด 35-70% ทุกวันตลอดปี
โครงการออกแบบในสไตล์ไทยโมเดิร์นผสมผสานความร่มรื่นของธรรมชาติ จับเซ็กเมนต์ใหม่กลุ่ม Young Affluent ที่เป็นนักช้อปแบรนด์เนมในเอเชีย หวังดึงดูดนักช้อปแบรนด์เนมชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ครบครันทั้งร้านอาหาร โรงแรม จุดบริการนักท่องเที่ยว ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย