เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (9 ก.ย. 69) ขึ้นราคา ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สต.
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (9 ก.ย. 69) ขึ้นราคา ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สต.
เปิดกำหนดการ งาน “รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร” ภาคเมือง 12 – 13 ก.ย. 2569 ณ หอศิลปกรุงเทพฯ
SD เปิดกำหนดการ งาน “รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร” ภาคเมือง 12 – 13 ก.ย. 2569 ณ หอศิลปกรุงเทพฯ
ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งไม่หยุด กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 83,000 ล้านบาท
Economic ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งไม่หยุด กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 83,000 ล้านบาท
สทนช.เตือน 9-13 ก.ย. ฝนหนักหลายภาค เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่ง
Economic สทนช.เตือน 9-13 ก.ย. ฝนหนักหลายภาค เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่ง
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
ดูทั้งหมด

ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ปั้น CPF สู่ Global Firm 8 แสนล้าน

06 ก.ค. 2562 | 19:16น.

จากการจัดอันดับ ranking พบว่า CPF ถือเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์ม และอาหารแปรรูป (feed-farm-food) แบบครบวงจรอันดับ 1 ของประเทศไทยและในเอเชีย ด้วยขนาดธุรกิจมูลค่า 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 540,000 ล้านบาท บริษัทมีกำไร 15,500 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา แต่ CPF ก็ยังอยู่เป็นอันดับที่ 1,000 ของโลกรองจากบริษัท JBS สหรัฐ และ BRF ของบราซิลที่มีขนาดธุรกิจ 51,000 ล้านเหรียญ ” นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ให้ภาพรวมของ CPF ในการแสดงวิสัยทัศน์เนื่องในการเข้ารับตำแหน่งใหม่

พร้อมกับแสดงเป้าหมายของบริษัทต้องการที่จะยกระดับ CPF จาก “semiglobal firm” ไปสู่การเป็น “global firm” ซึ่งหมายถึง บริษัทระหว่างประเทศ ที่มีบุคลากรต่างชาติเข้าร่วมเป็นผู้บริหารระดับสูง แต่ก็ยังคงนโยบายการเป็น “ครัวของโลก” การผลิตอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภคและมุ่งพัฒนานวัตกรรมอาหารเพื่อตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคยุคใหม่

โดยวางกรอบการทำงานในอีก 3-5 ปีข้างหน้าด้วยการเพิ่มยอดขายให้ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 10% จาก 540,000 ล้านบาทเป็น 800,000 ล้านบาท การเพิ่มสัดส่วนฐานผลิตจากต่างประเทศ จาก 67% เป็น 75% การลดสัดส่วนฐานผลิตในประเทศจาก 33% ในปัจจุบันให้เหลือ 25%

ขณะเดียวกันจะปรับสัดส่วนธุรกิจ feed-farm-food จากเดิมสัดส่วน 42% 41% และ 17% เป็นสัดส่วนอย่างละเท่า ๆ กัน โดยจะเน้นการลงทุนอุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น ทั้งหมดนี้จะใช้งบฯลงทุนพัฒนาอุตสาหกรรมรวมถึงการซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) ไว้ปีละ 30,000 ล้านบาท

CPF มุ่งสู่ Global Firm

สิ่งที่ CPF อยากเห็นก็คือ การเป็น global firm และการเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาธุรกิจแปรรูปจากเนื้อสัตว์ไปเป็นอาหารแปรรูป โดยจะยึดวัฒนธรรมของตลาดเป็นพื้นฐาน (culture base) เช่น การทำอาหารในไทยจะมีผัดกะเพรา แต่ประเทศอื่น ๆ ก็จะแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมการบริโภคของประเทศนั้น จากออฟฟิศ CPF เต็มรูปแบบ (fully operation) อยู่ใน 17 ประเทศทั่วโลก และมีสำนักงานขาย (sales office) อยู่ใน 19 ประเทศทั่วโลก

และเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายข้างต้น CPF จะนำโมเดลระบบ value chain ของไทยไปใช้กับ 16 ประเทศทั่วโลก จากปัจจุบันที่ขายออกไปตลาดต่างประเทศ 100% ก็จะเปลี่ยนให้

กลายเป็น “global food distribution” หรือการบูรณาการกันสั่งซื้อและจำหน่ายสินค้าจากที่ไหนก็ได้ที่เลือกแล้วว่า สามารถทำให้ competitiveness ให้กับ CPF หรือจะสั่งซื้อกันเองภายในเครือ (trade inbetween cost) ก็ได้ เช่น สำนักงาน CP ที่อังกฤษสามารถสั่งซื้อสินค้าจากบราซิล ชิลี หรือโปแลนด์ก็ได้ โดยการสั่งซื้อจะต้องทำให้ CPF มีความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่ง

Advertisement

ขยายฐานจีน-เวียดนาม

สำหรับแผนการขยายฐานผลิตในต่างประเทศ CPF ตกลงที่จะวาง position ไว้ที่ประเทศจีนกับเวียดนามให้เป็นฐานการผลิตใหญ่รองจากไทย ซึ่งขณะนี้ในเวียดนามกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ครบวงจร 1 ล้านตัวเพื่อไปสู่การผลิตส่งออกในอีก 1-2 ปีข้างหน้า โดยจะเริ่มเปิดตลาดที่ญี่ปุ่นก่อน ขณะที่จีนเป็นฐานการผลิตเบอร์ 2 รองจากไทย มีกำลังผลิต 1 ล้านตัน อยู่ระหว่างการดำเนินการขยายโรงงานแปรรูป

และล่าสุด CPF ขยายการลงทุนสุกรไปยังฟิลิปปินส์ หลังจากได้รับการเชิญชวนจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ให้ไทยเข้าส่งเสริมเทคโนโลยีระดับสูงในการผลิตสุกร เพื่อใช้ในประเทศรองรับประชากร 110 ล้านคนและส่งออกไปยังต่างประเทศ ส่วนในยุโรป CPF จะมีฐานผลิตอยู่ในรัสเซียทั้งโรงงานอาหารสัตว์-ไก่-หมู แต่ยังขาดอาหารแปรรูปไส้กรอกและไข่

ส่วนในแคนาดากำลังจะเริ่มการผลิตสุกรครบวงจร หลังจากดำเนินการซื้อขายกิจการกับบริษัทไฮไลน์ เสร็จสมบูรณ์ในเดือนตุลาคมนี้

“เราได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารที่สำคัญของโลก 3 งานคือ งาน Anuga ที่เยอรมนี ซึ่ง CPF จะเข้าร่วมเป็นปีที่ 3 งานแสดงสินค้าอาหารไทยเฟกซ์และงานแสดงสินค้านานาชาติที่ประเทศจีน CIIE ในเดือนกันยายน โดยไทยจะได้อานิสงส์จากนโยบายรัฐบาลจีนที่จะมุ่งนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น” นายประสิทธิ์กล่าว

ประโยชน์ต่อ ปท.-ปชช.-CP

อย่างไรก็ตาม การนำธุรกิจของ CPF ไปสู่ความสำเร็จนั้น จะต้องใช้กลยุทธ์ที่เป็นหัวใจหลักของการทำงาน 3 ด้านคือ 1) การสร้างมูลค่าเพิ่ม (value creation) โดยยึด global market trend เช่น การผลิตอาหารปลอดภัย ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ ยกตัวอย่าง “ไก่เบญจา” ที่เลี้ยงด้วยอาหารธัญพืช การผลิตไก่โปรไบโอติก การผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ การผลิตเพื่อความต้องการเฉพาะบุคคล (personalized food) และอาหารออร์แกนิก เป็นแนวทางดำเนินงาน

2) digital transformation จะยึดเทรนด์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของโลก (IT base trend) 8 ด้านมาเป็นหลักในการพัฒนา เช่น โรโบติก ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การใช้ IOT (internet of things) และ big data ซึ่งขณะนี้ CPF ได้เริ่มนำหลายระบบมาปรับใช้ในการผลิตแล้ว เช่น ระบบเซ็นเซอร์ไซโลเพื่อบริหารจัดการการสั่งซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์ การบริหารจัดการฟาร์มแบบเรียลไทม์ ร่วมกับพันธมิตรคือ SAP การนำระบบ digital sales & ser-vices ร่วมกับบริษัท Salesforce มาใช้ในกระบวนการพิจารณารายชื่อสินค้า การอนุมัติสินเชื่อออนไลน์ การเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ และการรายงานผลแบบเรียลไทม์ ซึ่งกลยุทธ์นี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ

3) การสร้างความยั่งยืน มี 2 ส่วนที่ CPF เริ่มดำเนินการแล้ว และจะทำอย่างต่อเนื่องคือ การใช้พลังงานสะอาดคิดเป็นสัดส่วน 25% ด้วยการติดโซลาร์รูฟท็อปใน 30 โรงงาน กำลังการผลิตไฟฟ้า 40 เมกะวัตต์ กับการผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสุกร ที่ไม่เพียงจะลดต้นทุนพลังงาน แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3.22 แสนตันต่อปี หรือเปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ 1.4 ล้านต้น ซึ่งในอนาคต CPF มีแผนจะลดการใช้ถ่านหินในกระบวนการผลิตและการลดการใช้ถุงพลาสติกทุกขั้นตอนการผลิต เช่น การผลิตอาหารสัตว์ปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบรถขนส่งไซโล เลิกใช้ถุงพลาสติกได้ 620 ล้านใบต่อปี

“ที่สำคัญก็คือ เรายังเน้นแนวทางการทำงานตามวัฒนธรรม 6 อย่างของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) 1) การสร้าง 3 ประโยชน์คือ ประโยชน์ต่อประเทศ-ประชาชน-ธุรกิจที่ไปลงทุน 2) ความยุติธรรม ซื่อสัตย์-โปร่งใส-ผิดได้แต่ห้ามโกงบริษัท 3) การทำอะไรให้ง่าย-ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ 4) การสร้างนวัตกรรม 5) ประยุกต์และเปลี่ยนแปลง และ 6) ความรวดเร็วและคุณภาพที่เรายึดถือมาโดยตลอด” นายประสิทธิ์กล่าว

สู่นวัตกรรมโปรตีนทางเลือก

ส่วนการพัฒนา “นวัตกรรมอาหาร” CPF ก็จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ได้เดินหน้าโครงการไก่เบญจา ซึ่งเป็นการเลี้ยงไก่โดยใช้ธัญพืชปลอดภัยจากสารเคมี 100% คุณภาพและมีรสชาติเปรียบเสมือนกับ “วากิวออฟชิกเก้น” และสามารถเปิดตลาดสู่สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์สได้ในไตรมาส 3/2562 และเตรียมขยายสู่ห้างเหอหม่า ประเทศจีน