เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล จ่อขยาย 1 ปี มาตรการ ‘บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน’ ถึง 31 ธ.ค. 70
Politics รัฐบาล จ่อขยาย 1 ปี มาตรการ ‘บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน’ ถึง 31 ธ.ค. 70
อนุทิน ลั่น ตปท.ลงทุน ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ชี้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าอาเซียน 700 ล้านคน
Politics อนุทิน ลั่น ตปท.ลงทุน ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ชี้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าอาเซียน 700 ล้านคน
ราคาทองวันนี้ (25 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 64,900 บาท
การเมืองฝรั่งเศสระอุ! 4 แสนคนลงถนนระลอกใหม่ ท้าทาย ‘มาครง’ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง
World การเมืองฝรั่งเศสระอุ! 4 แสนคนลงถนนระลอกใหม่ ท้าทาย ‘มาครง’ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง
‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
HR ‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ต.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 80,796 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ต.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 80,796 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

3 เหตุผลของ ‘พอล ครุกแมน’ ทำไมทรัมป์กำลังแพ้ ‘เทรดวอร์’

11 ก.ค. 2562 | 11:52น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

พอล ครุกแมน นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ เมื่อปี 2008 จากผลงานด้านการค้าระหว่างประเทศและภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ เขียนคอลัมน์แสดงความคิดเห็นในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ให้กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เป็นประจำทุกสัปดาห์มาตั้งแต่ปี 2000 นอกเหนือจากการทำหน้าที่สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยแล้ว

ข้อเขียนของครุกแมนตีพิมพ์เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาน่าสนใจเป็นพิเศษ เมื่อครุกแมนเขียนถึง “สงครามการค้า” ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพ่ายแพ้ในสงครามที่เคยประกาศเอาไว้อย่างอหังการในตอนต้นว่าเป็น “เรื่องดี ที่เอาชนะได้ง่ายมาก”

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่เพียงแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเอาชนะได้เท่านั้น หากกำลังจะพ่ายแพ้ในสงครามการค้าอีกต่างหาก

แน่นอน กำแพงภาษีที่ทรัมป์ประกาศใช้นั้นทำให้จีนและประเทศอื่น ๆ เจ็บปวดทางเศรษฐกิจไม่น้อย แต่สหรัฐอเมริกาก็เจ็บตัวตามไปด้วยเช่นเดียวกัน ครุกแมนชี้ว่าธนาคารกลางของสหรัฐสาขานิวยอร์กถึงกับประเมินไว้ว่า คนอเมริกันจะลงเอยต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึงกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี เพราะกำแพงภาษีของทรัมป์

โดยที่ยังไม่มีวี่แววว่า ทรัมป์จะประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้คือ การลดการขาดดุลการค้าของประเทศลงและกดดัน บีบบังคับให้ชาติอื่นเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างมีนัยสำคัญได้แต่อย่างใด

ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจนั้นเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ แต่การบีบบังคับให้ชาติอื่นทำตามความต้องการนั้นยังไม่เป็นผล ครุกแมนยกตัวอย่างไว้ชัด ๆ 2 กรณี หนึ่งคือ เรื่องการโยนข้อตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) ของเดิมทิ้งไปเพื่อเปิดเจรจากับเม็กซิโกและแคนาดาเสียใหม่

ลงเอยด้วยการได้ความตกลงนาฟตาใหม่ที่แทบเหมือนของเดิมทุกอย่าง ชนิดที่ต้องใช้แว่นขยายส่องถึงมองเห็นความแตกต่าง แถมยังมีโอกาสที่ข้อตกลงใหม่นี้จะไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาอีกต่างหาก

อีกตัวอย่างคือ การไป “สงบศึกชั่วคราว” กับจีนในที่ประชุมจี 20 โดยที่ไม่มีอะไรตอบแทนกลับมา นอกจากคำว่ากล่าวคลุมเครือเพียงไม่กี่คำ

ครุกแมนให้เหตุผลไว้ 3 ประการว่าคือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทำสงครามการค้าของทรัมป์ล้มเหลวและกำลังจะพ่ายแพ้

แรกสุดคือ การที่แนวคิดนี้เป็นวิถีเอกัตนิยม ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของโลกโดยแท้ เป็นแนวนโยบายที่ยึดถือเอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าประเทศอื่น ๆ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับสหรัฐอเมริกา

สหรัฐมีวัฒนธรรมจำเพาะที่เป็นของตนเอง, มีประวัติศาสตร์ มีอัตลักษณ์ ภาคภูมิใจในความเป็นอิสระ ไม่ยินยอมต่อความรู้สึกกดดันบีบบังคับจากชาติอื่น ๆ ประเทศอื่น ๆ ก็มีคุณลักษณะเช่นนี้เหมือนกับที่สหรัฐอเมริกามี

ดังนั้น ความคิดที่ว่าจีนหรือชาติอื่น ๆ จะยินยอมทำความตกลงที่มองแล้วเหมือนเป็นการจำนนต่อสหรัฐอเมริกานั้นเป็นความคิดที่ “บ้า” ไปแล้ว

ประการที่สอง ทรัมป์กับบรรดานักตั้งกำแพงภาษีทั้งหลายในรัฐบาลสหรัฐ เหมือนมีชีวิตอยู่ในอดีตกาล ไม่เข้าใจไม่ตระหนักถึงความเป็นจริงของเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ คิดเหมือนกับที่วิลเลียม แม็คคินลีย์ ประธานาธิบดีอเมริกันเมื่อกว่า 100 ปีมาแล้วคิด ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงเปลี่ยนแปลงไปจนหมด

ในอดีตที่ผ่านมาการถามว่า “สินค้าที่ผลิตจากที่ไหน” สามารถมีคำตอบได้ง่าย ๆ ต่างจากทุกวันนี้ ที่สินค้าแต่ละชิ้นที่ประกอบในจีนใช้ส่วนประกอบจากทั้งเกาหลีหรือญี่ปุ่น

สงครามการค้าไม่ได้ทำให้การประกอบสินค้าย้ายจากจีนมายังสหรัฐอเมริกา แค่โยกไปยังประเทศในเอเชียอื่น ๆ อย่างเช่น เวียดนาม เป็นต้น

ข้อสุดท้ายก็คือ สงครามการค้าของทรัมป์ ไม่ได้เป็นที่นิยมชื่นชอบ แต่กลับกันในทางตรงกันข้าม ไม่ได้รับความนิยมและถูกต่อต้านทั้งตัวนโยบายและตัวทรัมป์ ซึ่งจะส่งผลในทางการเมืองในที่สุด

ในตอนท้าย ครุกแมนทำนายจุดจบของสงครามการค้าของทรัมป์เอาไว้ด้วย ที่ผ่านมาไม่ว่าจะในครั้งไหน ๆ สงครามการค้าไม่เคยมีผู้ชนะที่ชัดเจนเลยสักครั้ง แต่ในเวลาเดียวกันกลับทิ้งรอยแผลที่คงอยู่ยาวนานเอาไว้ให้กับเศรษฐกิจโลก

ในสงครามการค้าของทรัมป์ ที่ใหญ่โตกว่าทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา ก็คงลงเอยในทำนองเดียวกัน

ไม่ว่าทรัมป์จะบิดเบือนอย่างไร ผลลัพธ์สุดท้ายที่แท้จริงก็จะลงเอยด้วยการที่ความน่าเชื่อถือ เครดิตของประเทศที่สหรัฐสั่งสมมาได้รับความเสียหายครั้งใหญ่

ในขณะเดียวกัน ทุกคนก็จะยากจนลง และหลักการ กฎเกณฑ์ที่เคยใช้เป็นหลักสากลของนานาประเทศก็จะอ่อนแอลง

ทรัมป์อาจจะลงเอยเหมือนอดีตประธานาธิบดีแม็คคินลีย์ ที่สุดท้ายก็ต้องออกมายอมรับว่า การทำสงครามเชิงพาณิชย์นั้นหากำไรไม่ได้ และเรียกร้องหาความสัมพันธ์ทางการค้าที่ “เป็นมิตรและมีเจตนาดี” ต่อกันในที่สุด