วันนี้ (8 ก.ย.60) ที่พระในวิหารหลวง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พุทธศาสนิกชน ได้เกิดรอยร้าวที่องค์พระอัครสาวกเบื้องขวาของพระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช องค์พระประธานที่ประดิษฐานภายในพระวิหารหลวง ซึ่งพบว่าองค์พระอัครสาวกเป็นพระพุทธรูปปั้นปิดทองทรงเครื่องอายุหลายร้อยปี มีรอยแตกร้าวและมีรอยแยกบางจุดกว้างประมาณ 1 ซม.เศษ และยาวบางจุดร่วม 70 ซม.
โดยในกรณีดังกล่าวทำให้ชาวบ้านที่เข้ามาสักการะพระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช เกรงว่าจะเกิดความเสียหายอาจลุกลามไปยังองค์พระประธาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในพระอารามหลวงที่สำคัญของประเทศไทย รวมทั้งพระพุทธรูปองค์อื่นๆ ที่อยู่เรียงรายรอบองค์พระประธานที่มีรอยร้าวเช่นกัน ขณะที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการแตกร้าว แต่สันนิษฐานว่า อาจมาจากแรงสั่นสะเทือนของการจราจรบริเวณรอบวัด

และล่าสุดนายอาณัฐ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช สั่งการให้นายเชาวลิต สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช และช่างเทคนิคอนุรักษ์เข้าทำการตรวจสอบพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองคำแท้ทรงเครื่อง และมีอายุหลายร้อยปี ลักษณะพุทธศิลป์เชิงช่างแบบอยุธยา มีความงดงามอย่างมาก
โดยนายเชาวลิต สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ระบุว่า ช่างเทคนิคอนุรักษ์ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด และจะทำแผนเสนอไปยังอธิบดีกรมศิลปากรในการพิจารณาบูรณะ โดยอาจจะต้องหารือทางเทคนิคการบูรณะกับกลุ่มงานประติมากรรม เนื่องจากเป็นเทคนิคชั้นสูง มีทั้งงานปูนปั้นงานลงรักปิดทอง ส่วนสาเหตุการแตกร้าวและมีการขยายตัวนั้นต้องมีการวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง

ส่วนเรื่องงบประมาณในการซ่อมแซมบูรณะต้องทำหนังสือมายังวัดเพื่อขอใช้เงินของวัดในการบูรณะด้วย เนื่องจากเป็นเทคนิคชั้นสูง และการลงรักปิดทองคำแท้ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนั้นวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดที่มีรายได้จากช่องทางต่างๆ จำนวนมาก น่าจะสามารถนำมาทำการบูรณะซ่อมแซมได้ เพราะพระพุทธรูปที่ชำรุดเป็นปูชนียวัตถุสำคัญ และเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของประเทศไทย