เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

“ไพบูลย์ นรินทรางกูร” โพสต์เฟสบุ๊ก “วัดพลังธนาคารกลางกันอีกรอบ”

21 ส.ค. 2562 | 10:36น.

นายไพบูลย์ นรินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ ในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โพสต์เฟสบุ๊กเกี่ยวกับ “วัดพลังธนาคารกันอีกรอบ” ว่า ปีนี้ดูเหมือนน่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับนักลงทุน เพราะดอกเบี้ยทั่วโลกกลับมาสู่ขาลง ตลาดหุ้นก็ปรับขึ้นเกือบทุกตลาด และน่าจะเป็นครั้งแรกที่ตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วทั้ง 23 ประเทศปรับขึ้นทั้งหมด แต่การลงทุนกลับไม่ง่าย เพราะราคาหุ้นผันผวนสูงมากตลอดทั้งปี ยกตัวอย่าง SET Index ปรับขึ้นลงถึง 280 จุด ภายในไม่ถึงสามเดือน และไม่ใช่แค่ตลาดหุ้นไทย แต่อีกหลายตลาดก็เผชิญกับความผันผวนที่รุนแรงเช่นเดียวกัน

สาเหตุสำคัญ เป็นเพราะปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นในปีนี้ คือปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์​​ (Geopolitics) หรือแปลง่ายๆ ว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศ​ ซึ่งซับซ้อนและยากต่อการวิเคราะห์ อาทิ ปัญหาระหว่างจีนกับสหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ก็ยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะลงเอยอย่างไร ปมความขัดแย้งที่ขยายขอบเขตไปเรื่อยๆ รวมทั้งจุดยืนของสหรัฐ​ที่เปลี่ยนไปมา ยิ่งทำให้การประเมินความเสี่ยงยากขึ้น

นอกจากนั้น ยังมีเรื่อง Brexit ​ปัญหาหนี้ในอิตาลีและอาร์เจนตินา ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านและรัสเซีย​ การประท้วงในฮ่องกง ฯลฯ

ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้น เพราะนอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน ยังกดดันให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ล่าสุด IMF ลดประมาณการขยายตัวของ GDP โลกเหลือ 3.2% ซึ่งเป็นการลดประมาณการเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 7 เดือน และเป็นการขยายตัวของ GDP โลกที่ตำ่สุดในรอบ10 ปี

ในสหรัฐ​​ ถึงแม้เศรษฐกิจโดยรวมยังดูแข็งแรง แต่ Bond Yield เริ่มส่งสัญญาณว่ามีโอกาสเกิด recession ในอีก 2 ปีข้างหน้า จากการที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 2 ปี เริ่มสูงกว่าพันธบัตร 10 ปี จีนเองก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจขยายตัวตำ่สุดในรอบ 27 ปี เร็วๆ นี้เราน่าจะได้เห็นธนาคารกลางจีนลดดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ตามหลังสหรัฐ และอีก 38 ประเทศที่ทยอยลดดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางของ EU ก็มีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ยเช่นกัน และอาจทำ QE อีกรอบ

คำถามคือ การลดดอกเบี้ยพร้อมๆ กันของธนาคารกลางทั่วโลกในครั้งนี้ จะมีพลังพอที่จะหยุดการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเหมือนที่เคยทำได้เมื่อ 10 ปีที่แล้วหรือไม่?

ถ้าจำกันได้ หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2008 ธนาคารกลางเกือบทุกประเทศ​​ ได้พร้อมใจกันลดดอกเบี้ยในเวลาใกล้เคียงกัน บางธนาคารกลางอย่าง สหรัฐ​ EU และ ญี่ปุ่น ยังใช้นโยบาย QE เสริมอีกด้วย และอย่างที่ทราบกันดี หลังจากนั้นไม่นานเศรษฐกิจโลกก็กลับมาขยายตัว ส่วนตลาดหุ้นก็ได้อานิสงส์ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก และเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดหุ้นกระทิงที่ยาวนานที่สุดในสหรัฐ

ผมเชื่อว่า Impact จากการลดดอกเบี้ยในรอบนี้จะไม่มากเท่าเดิม เพราะช่องว่างในการลดดอกเบี้ยมีน้อย ปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายของเกือบทุกประเทศยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ย้อนกลับไปในช่วงนั้น Fed สามารถลดดอกเบี้ยลงมากกว่า 10 ครั้ง จาก 5.25 % เหลือ 0.25% และถ้าเอา “จำนวนครั้ง” ของการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางทุกแห่งมารวมกัน จะพบว่ามีการลดดอกเบี้ยถึง 92 ครั้งในปี 2008 และอีก 207 ครั้งในปี 2009 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล อานุภาพของการลดดอกเบี้ยรอบนั้นจึงสูงมาก

อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่าธนาคารกลางจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ในช่วงนี้ได้ เพราะเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังไม่ถือว่าแย่ เพราะแค่ชะลอตัว ไม่ได้ถดถอย หรืออยู่ในภาวะวิกฤตเหมือน 10 ปีที่แล้ว การลดดอกเบี้ยรอบนี้จึงเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำมากเท่าคราวที่แล้ว

ผมยังเชื่อว่าปัญหาระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุน น่าจะมีเริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ปีหน้าเป็นปีที่สหรัฐจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี และเป็นปกติที่รัฐบาลสหรัฐจะต้องพยายามทำให้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นอยู่ในขาขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะการเลือกตั้ง การดันทุรังเล่นงานจีนต่อไปเรื่อยๆ ไม่น่าขะเป็นกลยุทธ์ที่ทรัมพ์จะนำมาใช้ในปีหน้า

แน่นอนว่าความขัดแย้งระหว่างสองประเทศนี้คงไม่จบลงง่ายๆ แต่อย่างน้อยการพักรบชั่วคราวก็น่าจะช่วยทำให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมดีขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารทิสโก้