นายสำเริง แสงภู่วงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ภาพรวมทั้งประเทศ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของพายุโพดุล ณ วันที่ 2 ก.ย. 2562 รวม 3,244 ล้านลบ.ม. และคาดว่าปริมาณน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำระหว่างวันที่ 3-5 ก.ย. 62 เพิ่มอีก 2,027 ล้านลบ.ม. ซึ่งจะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากพายุโพดุลรวมทั้งสิ้น 5,271 ล้านลบ.ม.
“ฝนที่ตกทั้งประเทศ คาดการณ์ว่า ณ วันที 1พ.ย.2562 จะมีปริมาณน้ำใช้การได้ 30,000 ล้านลบ.ม. เทียบกับช่วงเดียวกันปี 61ที่มี 34,000 ล้านลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยาคือเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ณ วันที่ 1 พ.ย.นี้ จะมีน้ำใช้การได้ เฉลี่ย 9,005 ล้านลบ.ม.เทียบกับช่วงเดียวกันปี 61ที่ 12,840 ล้านลบ.ม. แต่มากกว่าปี 58 ที่มี 4,149 ล้านลบ.ม.”
ขณะเดียวกันให้จับตาดูพายุโซนร้อนเหล็งเหล็งจะยกระดับเป็นพายุไต้ฝุ่นที่อยู่ฟิลิปปินส์ที่จะขึ้นฝั่งที่ฮ่องกง จะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มมากขึ้นและฝนตกหนักบางแห่ง คาดว่าวันที่ 3-7 ก.ย. 2562 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง จากอิทธิพลพายุลูกใหม่ จะดึงให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากทะเลอันดามันพัดเข้าไทยแรงขึ้น จังหวัดพังงา กระบี่จะมีฝนตกหนัก