สองพี่น้องครอบครัว “โรจน์รุ่งรังสี” ทายาท “โอเอ ทรานสปอร์ต” ขอโอกาสจากสังคมหลังศาลขั้นต้นยกฟ้อง เผยตลอด 1 ปีเต็มที่มีปัญหาถูกยึดทรัพย์-ดำเนินคดี ได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 1 หมื่นล้าน ยันบริษัททำธุรกิจให้เช่ารถบัส-จำหน่ายสินค้าเท่านั้น ย้ำไม่ได้ทำธุรกิจทัวร์
หลังจากที่เครือข่ายบริษัท โอเอทรานสปอร์ต ถูกแจ้งข้อหาอั้งยี่กระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และฟอกเงิน เมื่อกันยายน 2559 กระทั่ง 25 สิงหาคมที่ผ่านมาศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ

ล่าสุดนางสาวสายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอยัล เจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และนายวสุวัฒน์ โรจน์รุ่งรังสี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ร่วมกัน เปิดเผยว่า กว่า 20 ปีที่ครอบครัวทำธุรกิจให้เช่ารถบัสสำหรับบริษัททัวร์และนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงธุรกิจร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยวนั้นได้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องมาโดยตลอด โดยย้ำว่าบริษัทในเครือข่ายของโอเอ ทรานสปอร์ต ไม่ได้ทำธุรกิจทัวร์ เพียงแต่เป็นธุรกิจหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย
นางสาวสายทิพย์กล่าวว่า ธุรกิจของครอบครัว ประกอบด้วย 4 บริษัทหลัก ได้แก่ 1.บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต ให้เช่ารถบัส ซึ่งก่อนที่จะเจอปัญหามีรถบัสกว่า 2,000 คัน 2.บริษัท รอยัล เจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำหน่ายเครื่องประดับและอัญมณี 3.บริษัท รอยัลไทย เฮิร์บ จำกัด จำหน่ายยาสมุนไพรไทยและสินค้าเพื่อสุขภาพ 4.บริษัท รอยัล พาราไดซ์ จำกัด เป็นร้านอาหารและบ้านขนมทองทิพย์
“ตลอด 1 ปีเต็ม ๆ ที่ผ่านมาครอบครัวเราได้รับความเสียหาย รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพราะตั้งแต่ถูกดำเนินคดี บริษัททั้งหมดต้องปิดให้บริการ ขณะที่พนักงานครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 1,000 คน อยู่ช่วยให้กำลังใจและดูแลทรัพย์สิน ทุกวันนี้ต้องไปหยิบยืมเงินคนอื่นมาช่วยประคับประคองให้อยู่ได้เดือน ๆ หนึ่งคิดเป็นมูลค่าก็กว่า 10 ล้านบาท นี่ยังไม่ได้นับรวมดอกเบี้ยที่เรากู้เงินมาลงทุน”
นางสาวสายทิพย์กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับครอบครัวโรจน์รุ่งรังสี ขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะก้าวเดินต่อไปอย่างไร เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าคดีจะจบและจะกลับมาเริ่มต้นธุรกิจอีกครั้งได้เมื่อไหร่ จึงอยากขอให้สังคมเข้าใจและให้โอกาสครอบครัวมีที่ยืนในสังคม อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันว่าหากทุกอย่างจบลงครอบครัวจะยังคงทำธุรกิจเดิมนี้ต่อไปแน่นอน