เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

สทนช.ขีดไกด์ไลน์ “ค่าน้ำ” ยึดโครงสร้างต้นทุน-มุ่งใช้คุ้มค่า

17 ต.ค. 2562 | 11:42น.

การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ถือเป็นนโยบายที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกภาคส่วน ไทยเพิ่งประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ยังมี “หมวด 4 การจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ” ซึ่งมีกำหนดจะบังคับใช้ในอีก 1.5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2564

ภายใต้บทบัญญัตินี้จะจัดลำดับความสำคัญการจัดสรรน้ำ การแบ่งประเภทการใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะ และการออกใบอนุญาตการใช้น้ำ และการจัดเก็บค่าน้ำสาธารณะ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

ประเภทที่ 1 การใช้ทรัพยากรน้ำเพื่อการดำรงชีพ การอุปโภคบริโภคในครัวเรือน การเกษตรหรือการเลี้ยงสัตว์เพื่อการยังชีพ การอุตสาหกรรมในครัวเรือน การรักษาระบบนิเวศ จารีตประเพณี การบรรเทาสาธารณภัย การคมนาคม และการใช้น้ำปริมาณน้อย

ประเภทที่ 2 การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาและกิจการอื่น

ประเภทที่ 3 การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อกิจการขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำปริมาณมาก ซึ่งนายกรัฐมนตรี โดยคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะกรรมการลุ่มน้ำ จะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การกำหนดค่าน้ำและผู้รับผิดชอบ ซึ่งทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มอบให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ศึกษาหลักเกณฑ์ภายใต้บทบัญญัติดังกล่าว คาดว่าอีก 6-7 เดือนข้างหน้าจึงจะแล้วเสร็จ

จุฬาฯไม่ศึกษา “ค่าน้ำ”
นายสราวุธ ชีวะประเสริฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์น้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ขอบเขตการศึกษาของ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” จะเน้นศึกษาเรื่องวิธีการ การขออนุญาตทำอย่างไร การจัดสรรน้ำทำอย่างไร แต่ไม่ได้คำนวณ “อัตราค่าน้ำ”

เพราะเรื่องนี้คณะกรรมการลุ่มน้ำ 22 ลุ่มน้ำ จะเสนอ กนช. แต่ไม่ว่าอัตราค่าน้ำที่เก็บจะเป็นอย่างไร สทนช.คงต้องออกแนวปฏิบัติ (ไกด์ไลน์) ว่า น้ำที่ประกอบกิจกรรมภาคธุรกิจมีมูลค่าเท่าไร เช่น มูลค่าน้ำภาคการเกษตรที่บอกว่าค่าน้ำ 1 หน่วย ได้ผลผลิตมาไม่ถึง 10 บาท ถ้าเก็บเขา 5 บาท เกษตรกรจะไม่สามารถอยู่ได้ เพราะราคาผลผลิตที่ขายได้ไม่คุ้มค่าน้ำ ฉะนั้น หลักการต้องดูว่าธุรกิจอะไรเอาน้ำไปใช้ “ได้มูลค่าเพิ่ม” เท่าไร คือ ดูโครงสร้างต้นทุน และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ มาตรานี้ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะการเก็บค่าน้ำใน 3 ประเภทกิจกรรม เช่น ประเภที่ 1 ใช้เพื่อความจำเป็นพื้นฐาน ในการทำการเกษตรเพื่อยังชีพรายย่อยที่มีพื้นที่น้อยกว่า 20% ซึ่งจะไม่เก็บค่าน้ำแน่นอน ประเภท 2 อาจเก็บก็ได้ หรือไม่เก็บก็ได้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะกรรมการลุ่มน้ำจะพิจารณาอีกครั้ง และประเภทที่ 3 อาจเก็บก็ได้ หรือไม่เก็บก็ได้ แต่จะ “ต้อง” ขออนุญาตใช้น้ำ จากเดิมถ้าเป็นน้ำที่ใช้จากแหล่งน้ำสาธารณะไม่เคยต้องขออนุญาต เพียงแต่แจ้งให้ทราบ ซึ่งจากนี้จะเก็บหรือไม่เก็บค่าน้ำก็ได้ เป็นไปตามข้อเสนอทางคณะกรรมการลุ่มน้ำ ที่จะเสนอ กนช. เช่นกัน อนึ่ง ขณะนี้มีการเก็บ 2 ประเภทน้ำ คือ น้ำที่ประกาศเป็นแหล่งน้ำชลประทาน กับน้ำบาดาล

โรงงานหวั่น “ค่าน้ำแพง”

ต่อประเด็นนี้ ภาคอุตสาหกรรมอาจกังวลว่าแล้ว “อัตราค่าน้ำ” ที่จะเรียกเก็บเป็นเท่าไร ยืนยันได้ไม่ต้องห่วงว่าประกาศนี้จะทำให้ต้องจ่ายค่าน้ำสูงขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากหลักการเก็บค่าน้ำแต่ละประเภทมีอยู่แล้ว โดย 1) น้ำนอกเขตชลประทาน ทางกรมทรัพยากรน้ำจะเป็นผู้จัดเก็บ 2) ทางน้ำชลประทาน มีกรมชลประทานเป็นผู้จัดเก็บ และ 3) น้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำเป็นผู้จัดเก็บ

หากกรมทรัพยากรน้ำพิจารณาว่าจะเก็บค่าน้ำคิวละ 1 บาท ซึ่งตอนนี้กรมชลประทานเก็บคิวละ 50 สตางค์ ก็จะต้องปรับขึ้นเป็น 2 บาท เพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงในการจัดหา ส่วนอัตราค่าน้ำบาดาลอาจไม่เก็บเพิ่ม เพราะราคาสูงอยู่แล้วโดยเฉพาะในเขตบังคับการอนุรักษ์น้ำบาดาลสูงกว่าปกติ 2 เท่า จากการเป็นทรัพยากรของชาติ และเพื่ออนุรักษ์น้ำบาดาล ในพื้นที่เสื่อมโทรมก็ต้องเก็บเพิ่ม

ส่วนของกรมชลประทานนั้นหลักการเก็บค่าน้ำสะท้อนค่าบำรุงรักษา ดังนั้นมี 2 แนวคิด คือ เก็บในฐานะเป็นทรัพยากร ซึ่งก็คงต้องเก็บทั้งปี เพราะถือเป็นทรัพยากรของประเทศ หรือเก็บเพื่อสะท้อนการใช้น้ำในช่วงที่หาน้ำยาก (หน้าแล้ง) เพื่อสะท้อนว่าน้ำที่ได้มาเป็นส่วนที่รัฐลงทุน อาจเก็บเฉพาะฤดูแล้ง

กนช.เคาะเก็บช่วงแล้งหรือทั้งปี

“การเก็บค่าน้ำเฉพาะหน้าแล้งเป็นหนึ่งแนวคิด เพราะมองว่าน้ำและอากาศเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความเสียหาย ขณะที่อากาศสามารถหาได้ทุกที่ เทียบกับน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติเหมือนกัน แต่ไม่ได้หาได้ทุกที่ บางช่วงเยอะบางช่วงน้อย เราจึงคิดว่ามาเก็บช่วงที่น้ำน้อย เพื่อให้เกิดการใช้อย่างมีประสิทธิภาพได้ไหม แล้วเอาส่วนที่เก็บไปพัฒนาเป็นกองทุนพัฒนาด้านน้ำต่อ

“การพิจารณาว่าจะเก็บหน้าแล้งหรือเก็บทั้งปีแต่อัตราต่ำ ยังต้องหาข้อสรุปกันก่อน การเก็บทั้งปีง่ายต่อการคำนวณ เพราะหลักการมองว่าน้ำเป็นทรัพยากรชาติ แต่หากอีกด้านมองว่าน้ำเป็นการลงทุนของรัฐ ถ้าคุณใช้น้ำที่รัฐลงทุนก็ควรต้องจ่ายเงินใช่ไหม ฉะนั้น ถ้าคิดอย่างนี้หน้าฝนไม่เก็บ ท้ายที่สุด กนช.จะเคาะโดยความเห็นของคณะกรรมการลุ่มน้ำ”

ตรึงค่าน้ำยาวถึงปี”64

ต่อประเด็นคำถามที่ว่า ระหว่างการศึกษาและกำหนดอัตราค่าน้ำนั้น ภาคเอกชนจะขอปรับค่าน้ำได้หรือไม่ คำตอบคือ “ไม่ได้” และหากจะขึ้นราคาโดยอ้างว่าเป็นค่าบำรุงรักษาจำเป็นต้องตอบให้ได้ว่าค่าบำรุงรักษาเท่าไร ส่วนที่จะอ้างเหตุผลว่ารัฐเก็บค่าน้ำ จึงต้องปรับค่าน้ำทำไม่ได้ เพราะตอนนี้เรายังไม่ได้เก็บ อย่างเร็วก็อีก 2 ปี คือ 2564

จัดสรรน้ำ 6 ภารกิจตามสัดส่วน

ส่วนข้อเสนอเบื้องต้นว่าด้วย “การจัดสรรน้ำ” กำหนดว่าจะไม่ลดการใช้น้ำใน 6 ประเภทกิจกรรม คือ เกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ ท่องเที่ยว คมนาคม และพลังงาน ถ้าเกิดกรณีมีน้ำปริมาณน้อยจะลดเป็นสัดส่วนตามลำดับประเภทกิจกรรม แต่อันดับท้าย ๆ อาจลดลงสัดส่วนมากกว่า

แต่หากจะลด “ยังต้อง” ตกลงกันก่อนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งประเด็นนี้อยู่ในหมวดการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต และต้องมีรายละเอียดภายใต้กฤษฎีกาอีกครั้ง ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้ยังมีบทบัญญัติเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินว่าสามารถดึงน้ำจากภาคเอกชนมาใช้ได้ แต่รัฐต้อง “คืนรายได้” ค่าน้ำให้กับเอกชนเจ้าของน้ำด้วย

มุ่งอนุรักษ์แหล่งน้ำสาธารณะ

นอกจากนี้ อีกมาตราที่ไม่ค่อยมีการพูดถึงากนัก คือ “หมวด 6 การอนุรักษ์และการพัฒนาแหล่งน้ำสาธารณะ” ซึ่งเดิมมีช่องว่างในกฎหมายผังเมือง โดยกฎหมายกำหนดให้การใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะที่จะมีผลกระทบต่อการใช้แหล่งน้ำสาธารณะในกรณีที่จำเป็นอนุญาตให้กระทรวงมหาดไทยสามารถไปออกกฎระเบียบผังเมืองเรื่องเหล่านั้นได้ เช่น อาจจะไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่เสี่ยงจะก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ หรือต้องตั้งห่างไม่น้อยกว่า 1 กม. หรือ 500 เมตร

หรือแนวทางที่ 2 อาจอาศัยอำนาจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะออกระเบียบว่า โรงงานอุตสาหกรรมประเภทใดที่ไม่อนุญาตให้ตั้งอยู่เหนือแหล่งน้ำสำคัญ หรืออ่างเก็บน้ำ เพราะป้องกันเรื่องการตกค้างของมลพิษในแหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งประเด็นนี้ในอดีตเราจะเห็นว่า หลายนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำ เพราะในสมัยก่อนไม่มีกฎหมายบังคับด้านนี้

อย่างไรก็ตาม 2 จุดนี้ยังไม่กำหนดรายละเอียดของการดำเนินการ เพียงระบุว่า “ถ้าจำเป็น” ให้ 2 กระทรวงสามารถออกระเบียบ และรัฐอาจเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้ที่ทำให้เกิดมลพิษตามมาตราความไม่ชอบทางแพ่งด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าน้ำ ทรัพยากรน้ำ สทนช.