เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (9 ก.ย. 69) ขึ้นราคา ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สต.
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (9 ก.ย. 69) ขึ้นราคา ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สต.
เปิดกำหนดการ งาน “รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร” ภาคเมือง 12 – 13 ก.ย. 2569 ณ หอศิลปกรุงเทพฯ
SD เปิดกำหนดการ งาน “รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร” ภาคเมือง 12 – 13 ก.ย. 2569 ณ หอศิลปกรุงเทพฯ
ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งไม่หยุด กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 83,000 ล้านบาท
Economic ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งไม่หยุด กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 83,000 ล้านบาท
สทนช.เตือน 9-13 ก.ย. ฝนหนักหลายภาค เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่ง
Economic สทนช.เตือน 9-13 ก.ย. ฝนหนักหลายภาค เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่ง
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
ดูทั้งหมด

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ ถึงเวลาการเมืองแบน ‘พาราควอต’

23 ต.ค. 2562 | 09:47น.

สัมภาษณ์

ท่ามกลางความกดดันทั้งจากฝ่ายที่สนับสนุนให้ “แบน” 3 สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตราย “พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส” กับฝ่ายที่สนับสนุนให้มีการใช้ต่อ จากความจำเป็นที่ยังไม่มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชชนิดใดที่มีประสิทธิภาพและราคาใกล้เคียงกับสารเคมีทั้ง 3 ชนิด จนบานปลายกลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ต่อสู้กันอยู่ในขณะนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เจ้าของมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติว่าด้วยความปลอดภัยทางอาหาร

Q : จุดยืน สช.ต่อการแบน 3 สารเคมี

ใน พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 5 เขียนไว้ว่า “บุคคลมีสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ…” อันนี้ชัดเจนว่าการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยถือเป็น “สิทธิของประชาชน” พอเป็นสิทธิของประชาชนมันก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาดูแลและรับรองสิทธินี้ ตรงนี้จึงเป็นแม่บทในกรณีของสารเคมีทางการเกษตร พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส ซึ่งมีข้อมูลทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศเป็นข้อยุติตรงกันว่า เป็นสารเคมีที่มีอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นหน้าที่ของ สช.ในการป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนจากสารเคมีทางการเกษตร

ผมคิดว่าบทบาทของ สช.เกี่ยวกับเรื่องนี้มันมีการกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ชัดเจน นอกจากนี้ จากข้อเท็จจริงที่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เป็นแหล่งอาหารโลก เกิดการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ ประกอบกับทิศทางอาหารโลกจะไปสู่สินค้าพรีเมี่ยมมากขึ้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นในเรื่องของความปลอดภัยของอาหาร ที่ผ่านมามีการศึกษาทางวิชาการมากมายสนับสนุนถึงอันตรายอย่างร้ายแรงของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด มีประเทศทั้งที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาได้ยกเลิกการใช้ แม้กระทั่งประเทศข้างเคียงไทยก็ยกเลิกการใช้ไปแล้วนั้น จึงเห็นว่าทิศทางเป็นไปในทางนี้ทั้งนั้น สช.จึงมีความจำเป็นต้องผลักดันและขับเคลื่อนตามมาตรการ “ลด-ละ-เลิก” การใช้พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส

Q : การทำงานของ สช.

ที่ผ่านมาบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการถึงอันตรายที่ร้ายแรงของสารเคมีทั้ง 3 ชนิดร่วมกับภาคประชาสังคม เราได้จัดทำข้อเสนอผ่านทางกระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ และเสนอต่อ ครม.ให้ความเห็นชอบโดยมีเป้าหมายอยู่ที่เกษตรและอาหารปลอดภัยสำหรับคนไทยผ่านทางการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ 11 ครั้งที่ผ่านมาเฉพาะประเด็น “เกษตรและอาหารปลอดภัย” ได้เข้าสู่การพิจารณาและมีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติรองรับถึง 4 มติ คือ มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2551 เรื่องเกษตรและอาหารในยุควิกฤต มติครั้งที่ 5 เรื่องความปลอดภัยทางอาหาร การแก้ไขปัญหาจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และมติครั้งที่ 8 พ.ศ. 2558 เรื่องสุขภาวะชาวนา การสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายองค์กรชาวนา

โดยมติสมัชชาสุขภาพครั้งที่สำคัญที่สุดก็คือ ครั้งที่ 5 (20 ธันวาคม 2555) ว่าด้วยความปลอดภัยทางอาหาร การแก้ไขปัญหาจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เขียนไว้ชัดเจนให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “ทบทวน” การอนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อผลักดันเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4

Advertisement

Q : ผ่านมา 7 ปีเกิดอะไรขึ้นกับมตินี้

มติสมัชชาสุขภาพ ครั้งที่ 1 เป็นเรื่องกว้าง ๆ แล้วเริ่มมีข้อมูลทางวิชาการเข้ามาสนับสนุน จริง ๆ แล้วเรื่องการแบนสารเคมีร้ายแรงเริ่มสตาร์ตอย่างจริงจังในมติสมัชชาสุขภาพ ครั้งที่ 5/2555 เรามีการสร้างกลไกรองรับเพื่อนำไปสู่อาหารปลอดภัย มีการผลักดันผ่านทางเครือข่ายประชาสังคม ขับเคลื่อนนำไปสู่สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นและสมัชชาในพื้นที่ทั้งในระดับจังหวัดและระดับตำบล เสร็จแล้วมันเกิดอะไรขึ้นใน 7 ปีที่ผ่านมาก็ยังใช้สารเคมีอันตรายร้ายแรงกันอยู่ ตรงนี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากจากการที่ไทยไม่ได้เป็น
แหล่งอาหารทางการเกษตรแบบดั้งเดิม แต่เราเป็นประเทศอุตสาหกรรมการเกษตร ดังนั้น มันจึงมีเจ้าภาพแยะ เจ้าภาพแต่ละเจ้าภาพก็มี agenda หรือจุดยืนที่แตกต่างกันไป บางเจ้าภาพก็เข้าถึงอำนาจรัฐได้ง่ายกว่าคนอื่น ๆ

ประเด็น 7 ปีนี้จึงเป็นเรื่องของผลประโยชน์และความเห็นที่แตกต่างกันไป ทั้งคนใช้-คนผลิต-คนขาย และผู้บริโภค มันผ่านกระบวนการในการเจรจาต่าง ๆ เป็นเรื่องของผลประโยชน์ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น แต่ผมเข้าใจว่าในแง่วิชาการทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันถึงอันตรายร้ายแรงที่เกิดจาก 3 สารเคมีการเกษตรตัวนี้ เพียงแต่มันยังมีข้อจำกัดอยู่แล้วก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจาและกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง

Q : เป็นประเด็นทางการเมือง

ไม่ใช่ คือ ประเด็นพวกนี้ตั้งแต่เริ่มต้นทีแรกมันก็เป็นการเมืองอยู่แล้ว เพราะมันเป็นเรื่องของ 1) ผลประโยชน์ใหญ่ของประเทศ 2) มีธุรกิจการเกษตรขนาดใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง 3) มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองจากทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน-ผู้นำเข้า ผู้ค้าสารเคมีการเกษตรมาโดยตลอด ขณะที่หน่วยงานทางวิชาการโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขก็ได้จับมือกับนักวิชาการและเคลื่อนไหวเรื่องนี้เช่นกัน ทั้งหมดนี้นำไปสู่การเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น การแบนหรือไม่แบนตอนนี้จึงเป็นเรื่องการตัดสินใจของรัฐบาล เป็นเรื่องทางการเมือง อาจเป็นเรื่องของสภาหรือทำเนียบรัฐบาล แต่เรายังมีหน้าที่ต้องติดตามขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อ ซึ่งผมคิดว่าที่ผ่านมา 1) ด้านนโยบายมันเกิดแล้ว 2) เกิดการขับเคลื่อนเรื่องอาหารปลอดภัยทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ และ 3) ข้อมูลทางวิชาการชัดเจนถึงอันตรายร้ายแรงในการใช้ 3 สารเคมี

ดังนั้น ประเด็นตอนนี้จึงอยู่ที่การตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเราได้เห็นการตัดสินใจของนักการเมืองที่ชัดเจนเกี่ยวกับ (การแบน) สารเคมีทั้ง 3 ตัวนี้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

Q : ไทยจะปลอดจากสารเคมีการเกษตร

ผมคิดว่า ตราบใดที่เรายังเป็นแหล่งอาหารโลกภายใต้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยอยู่ใน lavel ระดับกลาง ๆ แบบนี้ รายังจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีหลาย ๆ แบบ แต่เราต้องเลือกใช้ตัวที่มันมี 1) ความปลอดภัย 2) ผลกระทบน้อย และ 3) มีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ ทั้ง 3 ตัวนี้จะต้องมาหาจุดลงตัวได้อย่างไรก็อยู่ที่ว่า การเปิดเวทีรับฟังปัญหาที่กว้างให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือกัน