เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
Business ‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
ออริจิ้น ร่วมทุน Hotel101 พัฒนาโรงแรม 4 ดาว Hotel 101 ย่านพหลโยธิน ใกล้รถไฟฟ้า
Real Estate ออริจิ้น ร่วมทุน Hotel101 พัฒนาโรงแรม 4 ดาว Hotel 101 ย่านพหลโยธิน ใกล้รถไฟฟ้า
กยศ. แจงผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงิน ยอดหนี้ไม่ลดทันที ยันเงินไม่หาย
Finance กยศ. แจงผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงิน ยอดหนี้ไม่ลดทันที ยันเงินไม่หาย
ป.ป.ส. ยืนยัน ไทยไม่ใช่ฐานการผลิตเฮโรอีน หยุดแชร์ข้อมูลขยายความเข้าใจผิด
News ป.ป.ส. ยืนยัน ไทยไม่ใช่ฐานการผลิตเฮโรอีน หยุดแชร์ข้อมูลขยายความเข้าใจผิด
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
‘โนเบิล’ เปิดดีลใหญ่ หั่นราคาแรงแห่งปี ลดสูงสุด 16 ล้าน คอนโดหรูทองหล่อเหลือแค่ 4.9 ล้าน
Real Estate ‘โนเบิล’ เปิดดีลใหญ่ หั่นราคาแรงแห่งปี ลดสูงสุด 16 ล้าน คอนโดหรูทองหล่อเหลือแค่ 4.9 ล้าน
GULF ปิดดีลแบงก์ต่างชาติแห่ปล่อยกู้ 600 ล้านดอลลาร์ หนุนแผนขยายธุรกิจพลังงาน-ดิจิทัล
Economic GULF ปิดดีลแบงก์ต่างชาติแห่ปล่อยกู้ 600 ล้านดอลลาร์ หนุนแผนขยายธุรกิจพลังงาน-ดิจิทัล
บางจากได้ฤกษ์เปิดปั๊ม ‘Bangchak Hong Kong’ รุกตลาดเอเชียเหนือ คงแบรนด์ Caltex ชั่วคราว
Economic บางจากได้ฤกษ์เปิดปั๊ม ‘Bangchak Hong Kong’ รุกตลาดเอเชียเหนือ คงแบรนด์ Caltex ชั่วคราว
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี’70 ได้งบฯแค่ 4.2 หมื่นล้าน ปลัดคลังชี้ไม่พอต้องขอจากงบฯกลาง
Finance บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี’70 ได้งบฯแค่ 4.2 หมื่นล้าน ปลัดคลังชี้ไม่พอต้องขอจากงบฯกลาง
เศรษฐีไต้หวัน แห่ย้ายสินทรัพย์ ซบ ‘สิงคโปร์’ แชร์ความเสี่ยง เลี่ยงแรงกดดันจีน
World เศรษฐีไต้หวัน แห่ย้ายสินทรัพย์ ซบ ‘สิงคโปร์’ แชร์ความเสี่ยง เลี่ยงแรงกดดันจีน
ดูทั้งหมด

วัดบารมีการเมือง สุเทพ-ยิ่งลักษณ์ เกมล้มคณะไต่สวนคดีทุจริต ป.ป.ช.

13 ก.ย. 2560 | 20:25น.

แข่งเรือ แข่งพาย แข่งกันได้ แต่จะแข่งบุญวาสนานั้นอาจเป็นเรื่องยาก เช่นเดียวกับต้นทุนบารมีทางการเมืองของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กับ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี

เพราะหลังจากที่ “สุเทพ” เป็นหนึ่งในตัวละครที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาทุจริตโครงการสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2558 ว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อ สตช.และทางราชการอย่างร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ทว่า… เวลาล่วงมา 2 ปีเศษ คดียังอยู่ในชั้นอนุกรรมการไต่สวน และ “วิชา มหาคุณ” กรรมการ ป.ป.ช.เวลานั้น และเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการไต่สวน แม้บัดนี้เกษียณอายุ แต่ก็ยังได้ไปเป็นอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตจัดสร้างโรงพักดังกล่าว

8 ก.พ. 2560 “สุเทพ” จึงมีหนังสือถึง “พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ” ประธาน ป.ป.ช. เพื่อขอความเป็นธรรมให้เปลี่ยนคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยมีใจความว่า “วิชา” มี “อคติ” กับตน

“ตนสังเกตเห็นท่าทีแสดงออกเหมือนไม่ใส่ใจต่อคำชี้แจงของตน ทำให้วิตกว่าอาจมีความเห็นที่เป็น “อคติ” เพราะในอดีต นายวิชาเคยไม่พอใจตนเรื่อง มติ ก.ตร. ต่อกรณี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ไม่สอดคล้องกับมติ ป.ป.ช. ซึ่งชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง ในคดีสลายการชุมนุมของพันธมิตรฯ เมื่อ 7 ตุลาคม 2551 โดยนายวิชาเข้าใจว่าตนมีส่วนสำคัญในมติดังกล่าว ในฐานะประธาน ก.ตร.ขณะนั้น จึงเกรงว่านายวิชายังอาจมี “อคติ” ต่อตนอยู่ จึงขอเรียกร้อง 2 ประการ ดังนี้”

1. ขอเปลี่ยนคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีที่อ้างถึง เป็นอนุกรรมการชุดใหม่เข้าทำหน้าที่แทน

2. ขอโอกาสเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงในคดีโดยวาจาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เต็มคณะ ก่อนที่จะมีมติชี้มูลความผิดหรือไม่

“สุเทพ” ปิดท้ายหนังสือว่า “เพื่อความเป็นธรรมในการดำเนินกระบวนการไต่สวนคดีนี้ ขอได้โปรดอนุญาตด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง”

ต่อมาที่ประชุม ป.ป.ช.ได้มีการยกเลิกคณะอนุกรรมการไต่สวนที่ “วิชา” ร่วมเป็นกรรมการแล้ว และเปลี่ยนไปใช้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่เต็มคณะเป็นผู้ไต่สวน ตามหนังสือขอความเป็นธรรมของนายสุเทพ

อาจเรียกได้ว่าร้องครั้งเดียวก็ทำให้ ป.ป.ช.ต้องเปลี่ยนคณะผู้ไต่สวนคดี

หากเทียบ “ยิ่งลักษณ์” จากกรณีทุจริต “จำนำข้าว” เคยทำหนังสือคัดค้านบุคคลที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงในลักษณะเดียวกับ “สุเทพ” มาแล้ว 10 ครั้ง

เป็นการขอเปลี่ยนตัว “สุภา ปิยะจิตติ” ป.ป.ช.จากการเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง “ยิ่งลักษณ์” ที่มีอยู่ 6 คดี ถึง 6 ครั้ง

ครั้งแรก เมื่อ 1 มีนาคม 2559

“ยิ่งลักษณ์” อ้างว่า “สุภา” มีอคติกับตนเอง เพราะมีสาเหตุโกรธเคืองตนมาก่อน และได้ปฏิบัติต่อในทางเป็นปฏิปักษ์ เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วไป

ครั้งที่ 2 เมื่อ 22 มีนาคม 2559

“ยิ่งลักษณ์” อ้างเพิ่มเติมจากครั้งแรกว่า สาเหตุที่ “สุภา” โกรธเคืองเพราะย้ายจากรองปลัดกระทรวงการคลังที่ดูแลหนี้สินและรายจ่าย ไปเป็นรองปลัดฯ แม่บ้าน ซึ่งดูเรื่องบริหารทั่วไป โดย “สุภา” เข้าใจว่าถูกรัฐบาลลดบทบาทอันเป็นสาเหตุความโกรธเคือง และยังร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.

ครั้งที่ 3 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2559 “ยิ่งลักษณ์” สำทับอีกครั้งว่า “สุภา” มีอคติต่อตนเองจริง และยังไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง โดยจงใจหรือบกพร่องอย่างร้ายแรงให้ความลับทางราชการรั่วไหลไปยังฝ่ายค้าน

ครั้งที่ 4 เมื่อ 13 มิถุนายน 2559 “ยิ่งลักษณ์” อ้างเพิ่มเติมว่า “สุภา” ไปเป็นพยานเบิกความในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีโครงการรับจำนำข้าวซึ่งถือเป็นคู่ขัดแย้งอย่างชัดเจน

ครั้งที่ 5 เมื่อ 22 มิถุนายน 2559 “ยิ่งลักษณ์” ขอเปลี่ยนตัว “สุภา” จากการเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีจ่ายเงินเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมืองรายละ 7 ล้านบาท

ครั้งที่ 6 เมื่อ 27 มิถุนายน 2559 “ยิ่งลักษณ์” ระบุเพิ่มเติมว่า สมัยที่ “สุภา” เป็นประธานอนุกรรมการปิดบัญชี ไม่ยอมบันทึกบัญชีข้าวจำนวน 2 ล้านตันเศษจนถูกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบท้วงติง และโต้แย้งว่าข้าวไม่ได้หาย

และคัดค้าน “วิชา มหาคุณ” ออกจากการเป็นกรรมการไต่สวนคดีจำนำข้าวที่ “ยิ่งลักษณ์” เป็นผู้กล่าวหาถึง 3 ครั้ง

ครั้งแรก วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 ครั้งที่สอง วันที่ 20 มีนาคม 2557 และครั้งที่สาม วันที่ 8 เมษายน 2557

“ยิ่งลักษณ์” ร้องให้เปลี่ยนตัว สุภา-วิชา ถึง 9 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ นำไปสู่ฉากหนีการฟังคำพิพากษา 25 สิงหาคม 2560

ต้นทุน-บารมีการเมืองระหว่าง “สุเทพ” กับ “ยิ่งลักษณ์” จึงไม่เท่ากัน

ด้วยประการฉะนี้