เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1.114 พันล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1.114 พันล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
Finance กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
Economic เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
Economic เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
Economic ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
Finance XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทกลับเข้าสู่สภาวะแข็งค่า หลัง S&P ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ

12 ธ.ค. 2562 | 18:12น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (12/12) ที่ระดับ 30.20/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (11/12) ที่ระดับ 30.31/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังคณะกรรมการกำำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 1.50-1.75% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้งในปีนี้ นอกจากนี้ เฟดยังได้ส่งสัญญาณไม่มีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยตลอดทั้งปี 2563 ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำ

แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า นโยบายการเงินในปัจจุบันมีความเหมาะสมสำหรับการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้ออยู่ใกล้ระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของเฟด สำหรับปัจจัยภายในประเทศนั้น S&P Global Ratings ได้ปรับทบทวนแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยสู่ เชิงบวก จากเดิม มีเสถียรภาพ โดย S&P มองว่าการมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งตอบสนองความคิดเห็นของประชาชนมากกว่านั้น ถือป็นการสนับสนุนเสถียรภาพทางการเมือง ขณะเดียวกันก็ระบุว่า เศรษฐกิจที่เปิดกว้างของไทยกำลังเผชิญกับแรงต้าน (headwinds) เนื่องจากความต้องการที่อ่อนแอในต่างประเทศ และเงินบาทที่แข็งค่า อย่างไรก็ดี ปัจจัยลบดังกล่าวได้รับการชดเชยด้วยตัวชี้วัดทางการคลังที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.17-30.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.18/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (12/12) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1030/31 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (11/12) ที่ระดับ 1.1083/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ยูโรแข็งค่าตามการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันนี้ (12/12) โดยคาดการณ์ว่า อีซีบีจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% นอกจากนี้ ECB ระบุว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไป หรือปรับลดลง จนกว่าจะมีสัญญาณบ่งชี้การปรับตัวขึ้นของราคา ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1070-1.1145 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.129/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (12/12) เปิดตลาดที่ระดับ 108.50/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (11/12) ที่ระดับ 108.69/70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ เส้นตายการปรับขึ้นภาษีสินค้าจีนในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ซึ่งยังไม่ถูกเลื่อนออกไป ณ ขณะนี้ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการถือครองสกุลเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.46-108.77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 108.65/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (12/12), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน พ.ย. (12/12), ยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. (13/12), ราคานำเข้าและส่งออกเดือน พ.ย. (13/12), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน ต.ค. (13/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศ อยู่ที่ -2.5/-2.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +0.14/+0.84 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ