ต่างชาติกังวลการเมืองไทย กดดันฟันด์โฟลว์ไหลออก 2 หมื่นล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 17 ธ.ค.62 ว่า เรามีมุมมองเป็นกลางและคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) จะแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1,545 – 1,560 จุด แม้ว่าภาวะตลาดจะได้แรงหนุนจากข่าวสหรัฐกับจีนบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก ซึ่งคาดว่าจะลงนามข้อตกลงในช่วงต้นเดือน ม.ค.63 รวมถึงปัจจัยราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตอบรับตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน พ.ย.ของจีนที่เพิ่มขึ้น 6.2% ขณะที่ตัวเลข PMI ภาคการผลิตและบริการเดือน ธ.ค.ของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ 52.2 จุด จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานและดัชนี
อย่างไรก็ตาม กระแสเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ยังคงไหลออกต่อเนื่อง (ขายสุทธิ 2 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ต้นเดือนถึงปัจจุบัน) จากความกังวลสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่มีโอกาสชุมนุมในอนาคตเพิ่มเติม จะกดดันต่อทิศทางการลงทุนให้อ่อนตัวลง
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในกลุ่มที่อิงกับปัจจัยต่างประเทศ (Global Play) ได้แก่ PTTEP, TOP, PTTGC, IVL, KCE และ HANA อานิสงส์ข่าวจีนกับสหรัฐบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก และกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้เข้าคำนวณ SET 50 และ SET 100 รอบใหม่ ได้แก่ SET 50 คาดว่าจะเป็น VGI ส่วน SET 100 คาดว่าจะเป็น STPI, THG, TQM และ VGI รวมถึงแนะนำกลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 4/62 จะเติบโต ได้แก่ GPSC, CPF, ERW, TASCO, EPG , SAWAD, MTC, JMT, BCH และ CHG
ส่วนหุ้นเด่นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BCH (ราคาปิดล่าสุดที่ 17.30 บาท แนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท) เนื่องจากกำไรสุทธิยังเติบโตดี ระยะสั้นยังมีสตอรี่และโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้น (Upside Risk) จากประเด็นการขอปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลจากกลุ่มลูกค้าประกันสังคม โดยปกติจะมีการเจรจาเพื่อปรับค่ารักษาพยาบาลกันทุก 2 ปี (BCH ปรับขึ้นราคาครั้งสุดท้าย เมื่อเดือน ก.ค.60)
ถัดมาแนะนำ PTTEP (ปิดล่าสุด 122.50 บาท แนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 135.00 บาท) ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบกลับมาฟื้นตัว และไม่มีความเสี่ยง (Over hang) จากประเด็นการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันมากวนใจ ขณะที่แนวโน้มงบไตรมาส 4/62 จะยังเด่นสุดของกลุ่ม ปตท. เนื่องจากมีแรงหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้การผลิตจากแหล่งเมอร์ฟี่ที่ซื้อเข้ามาเต็มไตรมาส