Skip to content

“อุตตม” มอบนโยบายผู้บริหารคลังเร่งนโยบายลดเหลื่อมล้ำ-เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันประเทศ

06 ม.ค. 2563 | 13:46น.
“อุตตม” มอบนโยบายผู้บริหารคลังเร่งนโยบายลดเหลื่อมล้ำ-เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันประเทศ

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง ครั้งที่ 1/2563 ว่า การดำเนินงานในปี 2563 กระทรวงการคลังจะเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ 1.การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศ และ 2.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเป้าหมายดังกล่าวนี้ จะส่งผลต่อยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศด้วย

สำหรับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำนั้น ได้มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ร่วมกันระดมความคิดและจัดทำโมเดลต้นแบบในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก หรือเรียกว่า “การคลังเพื่อการพัฒนา” เพื่อยึดโยงทั้งในด้านการท่องเที่ยว การผลิตระดับชุมชน และการท่องเที่ยว โดยการดำเนินงานจะร่วมกับหน่วยงานคลังในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย

ส่วนด้านผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้น จะเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยการส่งเสริมให้เข้มข้นมากขึ้น โดยในวันที่ 7 ม.ค.63 นี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการเสนอมาตรการในรูปแพ็กเกจดูแลเอสเอ็มอีออกมา คาดว่าจะสามารุช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลาง เร่งศึกษาแนวทางช่วยสนับสนุนเอสเอ็มอี ในการเข้ามารับงานจากภาครัฐ ให้สามารถเข้าถึงได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ขณะที่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เร่งรัดการลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามแผนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะต้องเร่งดำเนินการตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากการลงทุนมีความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนปฏิรูปประเทศเช่นกัน

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังพยายามขับเคลื่อนไปสู่ รัฐบาลดิจิทัลมากขึ้น หรือเรียกว่า MOF GO DIGITAL ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการคลังดำเนินการเรื่อง national e-payment ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่จะต้องต่อยอดให้เกิดประโยชน์มากขึ้น นอกจากนี้จะต้องนำ big data มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะด้านกรมภาษีจะนำมาใช้ประโยชน์ในการให้บริการประชาชนได้อย่างไรบ้าง ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลัง ไปปรับคณะทำงานของ Big Data ให้ครอบคลุมถึง การพัฒนาโครงข่าย และเชื่อมโยงกับหน่วยงานในสังกัดด้วยบล็อกเชน และผลักดันไปสู่หน่วยงานอื่นด้วย