นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ในหลายประเทศทั่วโลก เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปี 2563 โดยเฉพาะภาคการค้า การผลิต ภาคการบริการ การท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องให้หยุดชะงักลง ส่งผลกระทบทางอ้อมมายังภาคธุรกิจต่างๆ ให้มีการลดการจ้างงาน/ปิดกิจการ บวกกับภัยแล้ง กำลังซื้อภาคครัวเรือนเปราะบาง
กกร.จึงพิจารณาทบทวนประมาณการเศรษฐกิจในปี 2563 อีกครั้ง โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวของ GDP ในปี 2563 จะอยู่ที่ 1.5-2.0% ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 2.0-2.5% ขณะที่ยังคงประมาณการการส่งออกไว้ที่ -2.0-0% และเงินเฟ้อไว้ตามเดิมที่ 0.8-1.5%

กกร.คาดหวังให้ภาครัฐออกมาตรการทั้งด้านการคลังและด้านการเงินอย่างเร่งด่วน เพื่อประคองเศรษฐกิจและภาคธุรกิจให้รอดพ้นจากวิกฤต COVID-19 โดยเฉพาะการลดภาระค่าใช้จ่ายและเติมสภาพคล่องให้กับธุรกิจต่างๆ และเตรียมการรับมือหากการแพร่ระบาดของโรครุนแรงขึ้น
นอกจากนี้จากการสำรวจภาคการผลิต 45 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า 12 กลุ่มอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างมากจากไวรัสครั้งนี้ อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ เคมี ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร เครื่องสำอาง เป็นต้น และที่ประชุม กกร.เห็นว่าภาครัฐควรมีการจัดประชุม กรอ.เพื่อเป็นกลไกการดำเนินงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในการผลักดันประเด็นที่เกี่ยวข้องทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ
