เอเย่นต์ยุติทัวร์ประเทศเสี่ยง-หนุนรัฐชัตดาวน์ 1 เดือน เรียกความเชื่อมั่น
ชัตดาวน์ประเทศไทย! บริษัทนำเที่ยวเด้งรับมาตรการรัฐ ยุติบทบาทขายแพ็กเกจทัวร์เที่ยวกลุ่มประเทศเสี่ยง ยันยิ่งขายยิ่งเจ็บ แอร์ไลน์ยังไม่คืนเงินด้าน ก.การท่องเที่ยวฯ ขอชัตดาวน์1 เดือน-งดจัดอีเวนต์ใหญ่สกัดโควิดระยะ 3 ยันเตรียมดันมาตรการเยียวยา-กระตุ้นเข้า ครม. พร้อมของบฯกลาง 5 พันล้านแจกเงินผ่านแอปกระตุ้นเที่ยวในประเทศ
จากกรณีที่กองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว ได้ทำจดหมายแจ้งขอความร่วมมือไปยังสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมถึงบริษัทนำเที่ยวเพื่อขอความร่วมมืองดจัดรายการนำเที่ยวไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เพื่อเป็นการร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม ป้องกัน และลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงเพื่อความปลอดภัยของคนในชาติ
เอกชนท่องเที่ยวเด้งรับ
แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัทนำเที่ยวรายหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าบริษัทนำเที่ยวส่วนใหญ่ไม่อยากขายแพ็กเกจทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศมาสักระยะแล้ว เนื่องจากการแข่งขันที่สูงและถูกกดราคาจากผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่กี่ราย บวกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวคนไทยจำนวนมากวิตกกังวล และแห่ยกเลิกโปรแกรมการเดินทาง และแจ้งความประสงค์ขอเงินคืนจากบริษัทนำเที่ยว แต่ติดเงื่อนไขของสายการบินบางแห่งที่ไม่สามารถคืนเงินให้บริษัทนำเที่ยวได้
“ประกาศดังกล่าวนี้ถือเป็นผลดีกับบริษัทนำเที่ยว เพราะจะช่วยเป็นหลักฐานหนึ่งที่กดดันให้ผู้ประกอบการสายการบินยอมให้นักท่องเที่ยวเลื่อนการเดินทาง และยอมจ่ายเงินคืนให้กับนักท่องเที่ยวบางส่วนได้” แหล่งข่าวกล่าว
สอดรับกับนายเอนก ศรีชีวะชาติ ประธาน บริษัท ยูนิไทย แทรเวล จำกัด บริษัททัวร์เอาต์บาวนด์ (ขาออก) รายใหญ่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทได้ทำการหยุดขายแพ็กเกจทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศมาสักพักแล้ว เนื่องจากนักท่องเที่ยวคนไทยไม่อยู่ในบรรยากาศของการเดินทางท่องเที่ยว บวกกับบริษัทต้องเร่งแก้ปัญหาให้กับนักท่องเที่ยวที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์แล้วแต่ขอเลื่อนการเดินทางและบางส่วนยกเลิกการเดินทางและขอรับเงินคืน
“เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะเป็นการช่วยสร้างความเชื่อมั่นทั้งกับคนไทยในประเทศเอง และนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะยาว” นายเอนกกล่าว
ด้านธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และเจ้าของบริษัท แตงโม ทัวร์ จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในฐานะเอกชนที่ทำธุรกิจมองว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่ดี และมีความชัดเจน ช่วยลดความขัดแย้งกับลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาครัฐเองควรสร้าง
ความเข้าใจกับกลุ่มผู้ประกอบการสายการบินถึงปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยว่า ในสถานการณ์แบบนี้ทุกฝ่ายควรร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
“ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จำนวนคนไทยที่ไปเที่ยวต่างประเทศปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาลดลงไปประมาณ 30-40% และยังคงลดลงต่อเนื่องอีกกว่า 50% ในเดือนมีนาคมนี้” นายธนพลกว่าว
รัฐบาลขอชัตดาวน์ 1 เดือน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาเป็นอันดับแรก เพื่อลดโอกาสที่ไทยจะเข้าสู่ระยะที่ 3 ของการแพร่ระบาดจึงจำเป็นที่จะต้องมีการปิดกั้นการเดินทางบางส่วน หรือชัตดาวน์ประเทศเป็นเวลา 1 เดือน โดยหวังว่าทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเข้าใจและให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว
โดยที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีความเห็นให้งดเว้นและเลื่อนการจัดงานเทศกาล หรืออีเวนต์ขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ งานโมโตจีพี ออกไปก่อน รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ประกาศให้มีการกักตัวบุคคลผู้เดินทางจากประเทศในกลุ่มเสี่ยง 4 ประเทศ 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ อิหร่าน อิตาลี มาเก๊า และฮ่องกง เป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งกระทรวงคาดว่าหลังจากพ้นเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายนจะเป็นช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวไทยค่อย ๆ ทยอยฟื้นตัวตามลำดับ
เข็นมาตรการเยียวยาเข้า ครม.
นายพิพัฒน์กล่าวต่อไปว่า ระหว่างนี้ตนยังเดินหน้านำข้อเสนอของผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเยียวยาเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจ คณะรัฐมนตรี ในวันที่ 6 มีนาคม และนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 10 มีนาคมต่อไป อาทิ มาตรการหยุดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 1 ปี มาตรการเร่งหาเงินทุนหมุนเวียนเร่งด่วนรวมถึงเสนอเลื่อนเวลาการจ่ายเงินให้กับภาคส่วนต่าง ๆ ของรัฐ และของบประมาณในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
โดยกระทรวงจะขอให้รัฐสนับสนุนให้หน่วยงานออกอบรมสัมมนานอกสถานที่ และชำระค่าบริการล่วงหน้าให้กับบริษัททัวร์ พร้อมงดเว้นค่าธรรมเนียมสนามบิน 100 บาทต่อคน และขอวันหยุดในวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 เพื่อให้ในเดือนพฤษภาคมมีวันหยุดต่อเนื่องกัน 6 วัน
ขอ 5 พันล้านดันเที่ยวในประเทศ
นอกจากนี้ ยังเตรียมเสนอของบประมาณรายจ่ายงบฯกลางสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินปี 2563 วงเงิน 5,000 ล้านบาท สำหรับกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศคนละ 1,000 บาท 5 ล้านคนผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง
รวมทั้งกำหนดให้ต้องเป็นการซื้อแพ็กเกจเดินทางข้ามจังหวัดและพักแรมอย่างน้อย 1 คืนของ ททท. ที่ประสานงานร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวอย่างแท้จริง โดยคาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนประมาณ 5 รอบ หรือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ประมาณ 25,000 ล้านบาท
ยันเจ็บสั้นเพื่อรักษาชีวิต
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากสำนักงาน ททท. ประจำประเทศจีนทั้ง 5 แห่งว่า ขณะนี้ทางการจีนเริ่มมีความเคลื่อนไหวบ้างแล้ว โดยเริ่มให้บริษัททัวร์ภายในประเทศเริ่มขยับทำงานได้ภายในมณฑลและมีแนวโน้มที่จะออกเดินทางระหว่างมณฑลสู่มณฑล และเริ่มเดินทางออกนอกประเทศต่อไปในอนาคต
โดยเชื่อว่านักท่องเที่ยวจีนจะเลือกเดินทางไปในพื้นที่ที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อได้ดี ดังนั้น การช่วยกันควบคุมเชื้อไวรัสในเวลานี้จึงเป็นการยอมเจ็บระยะสั้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ในระยะยาวเอาไว้ เช่นเดียวกันกับประเทศอื่น ๆ อย่างสหราชอาณาจักร ที่มีประกาศพื้นที่ห้ามเดินทางหากไทยสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ ทางการก็จะปล่อยนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาอีกครั้งเช่นกัน