ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (9-15 มีนาคม 63) กระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงความคืบหน้า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ที่มีอัตราเพิ่มขึ้นมากที่สุด ตั้งแต่เริ่มมีผู้ติดเชื้อในประเทศไทย
โดยในวันที่ 15 มีนาคม วันเดียวมีผู้ติดเชื้อสูงสุดถึง 32 คน ซึ่งมีที่มาจากกิจกรรมกลุ่มในที่สาธารณะ
“ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข” ได้จัดทำรายงานเป็นลักษณะคู่มือการปฏิบัติงานของส่วนราชการทั่วประเทศ “คาดการณ์การระบาดและมาตรการในระยะที่ 3 โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019” รายงานชิ้นนี้ประเมินความเสี่ยงว่าประเทศไทยอาจเข้าสู่การระบาด ระยะที่ 3
รายงานดังกล่าว แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่ายทหาร วัดศาสนสถาน สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โรงเรียน สถานีขนส่ง เรือนจำ และทัณฑสถาน สถานประกอบการ องค์กรธุรกิจ การจัดกิจกรรมของคนหมู่มาก
“ประชาชาติธุรกิจ” จะนำเสนอ “คู่มือ” คำแนะนำและมาตรการสำหรับสถานที่ต่างๆ ในหน้าเพจนี้
ในตอนนี้จะนำเสนอ “มาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 สำหรับกิจกรรมการรวมกันของคนหมู่มาก” เพื่อให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงที่จะติดเชื้อได้
กลุ่มเป้าหมาย
หน่วยงานและองค์กรที่จะมีการจัดกิจกรรมรวมคน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการอุดมศึกษา กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกรองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างประสิทธิผลของมาตรการ
จากการทบทวนเหตุการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 15 เหตุการณ์ พบว่า สามารถลดอัตราป่วยในประชากรลงได้ถึงร้อยละ 23
1.ให้งดการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่โรค
กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และอาจควบคุมการระบาดไม่ได้หากมีผู้ป่วยเข้าไปร่วมกิจกรรม แนะนำให้งดการจัดกิจกรรมที่มีลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้
- มีจำนวนผู้เข้าร่วมเกินกว่า 300 คนขึ้นไป
- กิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมประชุมมาจากนานาชาติ
- กิจกรรมที่มีคนจากหลากหลายจังหวัดเข้าร่วม
- กิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมต้องสัมผัสคลุกคลีกัน เช่น การเข้าค่าย
- กิจกรรมที่กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรง เช่น คนสูงอายุ
- ไม่สามารถจัดสถานที่ให้สามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้ เช่น ไม่มีอ่างล้างมือพร้อมสบู่ ไม่มีพนักงานทำความสะอาดจุดที่มีคนใช้งานร่วมกันบ่อย ๆ ห้องสุขา ลิฟท์ อย่างสม่ำเสมอทุกชั่วโมง
- สถานที่มีความแออัดหรือให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องนั่งหรือยืนเบียดเสียดกัน
2.กิจกรรมอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่ำให้ดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่โรค ดังนี้
2.1 ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ดูแลการจัดกิจกรรมหรือสถานประกอบการ
- มีการลงทะเบียน ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ของผู้เข้าร่วมงาน หากจำเป็นต้องใช้ในการติดตามมารับการตรวจโรคในภายหลัง
- มีเครื่องวัดอุณหภูมิกายแบบมือถือและการคัดกรองผู้มีอาการทางเดินหายใจ เพื่อให้คำแนะนำไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรม และจัดเตรียมหน้ากากอนามัย ให้สำหรับผู้ที่มีอาการป่วย รวมทั้งอำนวยความสะอวกในการส่งกลับไปรักษาตัวที่บ้านหรือโรงพยาบาล
- จัดหาเจลล้างมือแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการใช้งานร่วมกันจำนวนมาก เช่น ห้องสุขา ประตูทางเข้างาน จุดจำหน่ายตั๋ว จุดจำหน่ายอาหาร เป็นต้น
- จัดให้มีการทำความสะอาดอุปกรณ์ และบริเวณที่มีผู้สัมผัสปริมาณมาก เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู ห้องน้ำ ด้วยน้ำผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาด และ 70% แอลกอฮอล์ อย่างสม่ำเสมอ
- ควรลดความแออัดของผู้ร่วมกิจกรรม เช่น กระจายจุดจำหน่ายบัตร มุมจำหน่ายอาหาร
- จัดหาหรือจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์คำแนะนำการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค ให้ผู้ร่วมกิจกรรมทราบข้อมูล
- หากมีการจำหน่ายหรือบริการอาหาร ควรให้ผู้ประกอบการและเสิร์ฟอาหารทุกคนใส่หน้ากากอนามัย ภาชนะใส่อาหารควรมีฝาปิดมิดชิดปิดป้องกันละอองเสมหะน้ำลาย หากเป็นไปได้ควรแจกจ่ายอาหารกล่องหรือเป็นจานส่วนบุคคล งดอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ เพื่อลดกากรสัมผัสด้านจับอาหารและอาหารที่ต้อจ้วงตักร่วมกัน
- กรณีที่มีการจัดกิจกรรมหลายวัน ให้มีระบบการติดตามอาการของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น จุดปฐมพยาบาลรับแจ้งผู้ที่มีอาการป่วย การคัดกรองอุณหภูมิและสอบถามอาการทุกวัน
- กำหนดให้มีผู้ประสานงานในการติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่หากพบผู้ป่วยสงสัย
2.2 ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม
- จัดเตรียมหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์เจลเพื่อนำไปใช้ในการ่วมกิจกรรมด้วย
- ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยล้างมือบ่อย รับประสานอาหารสุกร้อน
- หากสงสัยว่วตนเองป่วย ควรงดเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนหมู่มาก
- หากสังเกตเห็นู้ร่วมกิจกรรมมีอาการไอ จาม ผิดปกติ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้จัดกิจกรรมทราบ เพื่อขอรับหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ และแยกออกจากผู้อื่น
- หลีกเล่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้มีอาการป่วย
หมายเหตุ
1) หากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 2.1 และ 2.2 ได้ ควรงวดการจัดหรือเข้าร่วมกิจกรรม
2) หากพบผู้ที่มีอาการป่วยต้องสงสัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ต้องยอมรับการยกเลิกงานก่อนกำหนด
ทั้งนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ที่มีการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เป็นโรคติดต่ออันตราย