นักลงทุนในประเทศพยุงตลาด ซื้อหุ้นไทย 7.4 หมื่นล้านในรอบ 1 เดือน
1 เดือนจากจุดต่ำสุดของตลาดหุ้นไทยเมื่อ 13 มี.ค.63 ดัชนีดีดตัวบวกต่อเนื่องแทบไม่ได้พักหายใจรับแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศทั้งโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ 3.3 พันล้านบาท, รายย่อย 1.6 หมื่นล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิสูงถึง 5.47 หมื่นล้านบาท หรือรวมกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท ปรับตัวขึ้นรวม 30.7% แต่ต่างชาติยังขายสุทธิ 7.4 หมื่นล้านบาท จึงยังถือเป็นความเสี่ยงที่อาจจะถูกขายทำกำไรในบางจังหวะ เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
บล.เอเซียพลัส รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยนับตั้งแต่จุดต่ำสุดของ SET Index ณ วันที่ 13 มี.ค. 63 จนถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาเรื่อยๆ แทบไม่ได้พักหายใจกว่า 30.7% ขณะที่แรงขับเคลื่อนมาจากนักลงทุนในประเทศเพียงอย่างเดียว คือ พอร์ตโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ 3.3 พันล้านบาท, รายย่อย 1.6 หมื่นล้านบาท และนักลงทุนสถาบันฯ ซื้อสุทธิสูงถึง 5.47 หมื่นล้านบาท หรือรวมกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนียังไม่ค่อยแข็งแรงนัก เนื่องจากต่างชาติยังขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ยอดขายสุทธิตั้งแต่ต้นปี 2563 ราว 3 เดือนกว่าๆ สูงถึง 1.44 แสนล้านบาท (ซึ่งเป็นระดับที่สูงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายสุทธิจากต่างชาติปี 2561 ซึ่งมากสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.82 แสนล้านบาท)
ดังนั้นยามที่ตลาดยังขาด Fund Flow หนุนถือเป็นความเสี่ยงต่อตลาดที่อาจจะถูกขายทำกำไรออกมาได้ในบางจังหวะ ดังนั้นกลยุทธ์เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว