ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (วันที่ 26 กันยายน 2560) สำนักงานวัฒนธรรม จ.เชียงราย กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดโครงการส่งเสริมสุนทรียทัศน์ภาครัฐและประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เชียงรายเมืองศิลปะ โดยมีนายศักดิ์ชาย วงศ์กนิษฐ์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานและนำกล่าวแถลงการณ์เชียงรายเป็นเมืองศิลปะ และมี ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม นายอมร กิตติกวางทอง วัฒนธรรม จ.เชียงราย นำศิลปินชาวเชียงราย นำโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงรายผู้สร้างวัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย ผู้มีชื่อเสียงเข้าร่วม รวมทั้งมีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และพระภิกษุสงฆ์ใน จ.เชียงราย เข้าร่วมด้วย

โดยกิจกรรมมีการนำผลงานภาพวาดที่สวยงามของศิลปินและการเสวนาเรื่อง “คนเชียงรายกับเมืองศิลปะ” โดยมีพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) พระนักเทศน์ชื่อดังชาวเชียงราย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และ ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ร่วมเสวนา โดยมี ดร.ภัททิรา วิภวภิญโญ จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ดำเนินรายการ ซึ่งตลอดรายการอาจารย์เฉลิมชัยพยายามใช้การพูดด้วยถ้อยคำที่สุภาพและกล่าวติดตลกเกี่ยวกับการใช้คำพูดในอดีตว่าจะพยายามระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ สำหรับเนื้อหาการเสวนาคือการสร้างเชียงรายให้เป็นเมืองศิลปะตามนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมที่มีการคัดเลือกจังหวัดเพื่อดำเนินการ 3 จังหวัด คือ เชียงราย นครราชสีมา และกระบี่

ดร.วิมลลักษณ์ กล่าวว่า เชียงรายมีศิลปินจำนวนมากและมีผลงานมากมาย ทำให้เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เดินทางไปดูพื้นที่เชียงรายเพื่อการพัฒนาตามนโยบายดังกล่าวแล้ว ซึ่งพบว่านอกจากศิลปินเชียงรายจะมีผลงานแล้ว ยังร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง ล่าสุดร่วมกับจังหวัดเตรียมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่ จ.เชียงราย จะเป็นเจ้าภาพโดยใช้ศิลปะในการออกแบบด้านต่างๆ เช่น มาสคอต ส่วนในพื้นที่ก็มีวัดโบราณกว่า 750 แห่ง มีวัฒนธรรมประเพณีล้านนาด้วย ในปัจจุบันจึงกำลังรวบรวมรายชื่อทำเนียบศิลปิน จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวศิลปะต่อไป

ด้านอาจารย์เฉลิมชัยกล่าวว่า ศิลปินชาวเชียงรายรวมตัวกันกว่า 300 คน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศ ที่ผ่านมามีศิลปินที่ยิ่งใหญ่อย่างอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ผู้สร้างบ้านดำ ต.นางแล อ.เมือง ซึ่งล่วงลับไปแล้ว และยังมีตน ซึ่งมีชีวิตอยู่ที่ได้สร้างศิลปะวัดร่องขุ่น โดยมีแรงจูงใจร่วมกับอาจารย์ถวัลย์ว่าจะดึงคนทั่วโลกให้ไปเยือนเชียงรายเราให้ได้ เราจึงร่วมกับศิลปินวางแผนให้เชียงรายเป็นเมืองศิลปะด้วยแผน 10 ปี เพื่อให้ถนนหนทาง สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ทั่วจังหวัดเป็นศิลปะที่สวยงาม ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ เรียกว่านำศิลปะมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพราะเราจะไปสู้ประเทศอื่น ๆ ด้วยเทคโนโลยี อาวุธ ยานพาหนะไม่ได้เลย แต่เรามีศิลปะที่เหนือกว่าที่ใด ๆ และปัจจุบันประเทศจีนและสิงคโปร์กำลังทำสิ่งนี้อยู่ เราจึงต้องดึงนักท่องเที่ยวเพื่อแข่งขันกับเขาให้ได้

อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเมื่อมองการจัดงานวันนี้แล้ว ผมท้อใจเพราะคนในพื้นที่ไม่ให้ความสนใจ เพราะในการเชิญผู้เข้าร่วมนั้นตนหวังจะให้พระภิกษุจากวัดต่าง ๆ ผู้บริหารท้องถิ่นทั่วจังหวัดเข้าร่วม เพื่อผมจะได้บอกถึงความสำคัญของศิลปะและการก่อสร้างหรือรื้อถอนสิ่งต่างๆ ให้มีความสุนทรียภาพและงดงาม โดยเฉพาะวัดต่างๆ ที่มีการก่อสร้างกันมาก แต่ปรากฏว่าวันนี้มีพระภิกษุมาร่วมแค่ 9 รูป และมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไปร่วมแค่ 1 คน ที่เหลือเป็นตัวแทน ทั้งๆ ที่โครงการนี้สำคัญมาก เพราะหากทุกที่ให้ความสำคัญกับศิลปะ นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนก็จะแวะเวียนไปทุกที่ ไม่ใช่ไปเที่ยววัดร่องขุ่นของผมเพียงจุดเดียวอีกต่อไป

“แตกต่างจากโคราชและกระบี่ที่เขาตื่นตัวเรื่องนี้มาก โดยกระบี่นั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเขาเคยพานายก อปท.ส่วนท้องถิ่น ภาครัฐและเอกชนเดินทางมาศึกษาดูงานที่เชียงราย และแม้เขาจะไม่มีศิลปินก็ไปหาจากจังหวัดอื่นไปร่วม แต่เมื่อหันมามองเชียงรายแล้วผมรู้สึกท้อใจและเสียใจ คิดไปบ้างว่าถ้าศิลปินเชียงรายเราแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองให้ร่ำรวย ไม่ต้องคิดถึงส่วนรวมก็ได้ แต่พวกเรากลับมาเสียสละแต่กลับไม่มีคนสนใจ ผมจึงขอประกาศอย่างเป็นทางการกับบรรดาพี่น้องศิลปินทั้งหมดว่าเราจะไม่ทำงานกับคนที่เขาไม่ร่วมมือกับเรา ถ้าไม่ดีขึ้นเราจะพากันยกขบวนไปช่วยสร้างศิลปะที่โคราชและและกระบี่แทน เพราะคนเขาเห็นถึงคุณค่าและก็เป็นประเทศไทยของเราเหมือนกัน” อาจารย์เฉลิมชัยกล่าว และว่า หากจะทำโครงการนี้ต้องจัดใหม่อีกครั้งหรือหากพระภิกษุหรือ อปท.แห่งใดในเชียงรายยังสนใจผมก็ยังพร้อมสนับสนุน โดยพากันเดินทางไปวัดร่องขุ่นได้โดยมีที่นั่งรองรับไม่น้อยกว่า 50 ที่นั่ง ผมจะได้ถวายเพลทำบุญด้วยและจะได้ร่วมกันทำให้เชียงรายเป็นเมืองศิลปะอย่างแท้จริงต่อไป