เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

สธ.ห่วง โควิด-19 ทำคนเครียด เสี่ยงเรื้อรัง-ฆ่าตัวตาย

22 เม.ย. 2563 | 15:56น.

วันที่ 22 เม.ย. 2563 ในการแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลง แต่ขอให้คนไทยทุกคนอย่าประมาท เพราะตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ควรมีวินัยในการรักษามาตรการเว้นระยะห่างในสังคมอย่างตัวเนื่อง

แต่สิ่งที่น่าห่วงคือสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลให้คนไทยเกิดความเครียด มีปัญหาสุขภาพจิต แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ถูกกักกันผู้ติดเชื้อโควิด-19 2.กลุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพจิต 3.บุคลากรทางการแพทย์ ที่ปฏิบัติการทางด้านติดเชื้อ 4.ประชาชนทั่วไป ที่ติดตามสถานการณ์จนเกิดภาวะเครียด หรือเครียดจากได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ โดยทั้ง 4 กลุ่มนี้มีโอกาสเครียดเรื้อรังในระยะต่อไป อาจนำไปไปสู่โรคซึมเศร้า และเกิดการฆ่าตัวตายในที่สุด แนะนำให้ประชาชนรับคำปรึกษากับกรมสุขภาพจิต เมื่อรู้สึกว่าเกิดความเครียด ผ่านสายด่วน 1323 ซึ่งปกติเปิดให้บริการ 10 คู่สาย ปัจจุบันเปิดเพิ่มอีก 20 คู่สายให้บริการประชาชนโดยเฉพาะ

จากการสำรวจข้อมูลให้บริการสายด่วน 1323 พบว่าในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2563 มีผู้โทรเข้ามารับคำปรึกษาเพียงเดือนละ 20 สาย แต่ในเดือน มี.ค.ที่เกิดโควิด-19 แพร่ระบาดหนักขึ้นมีการโทรรับคำปรึกษามากกว่า 600 สาย เพิ่มขึ้น 15 เท่า และเดือน เม.ย.ครึ่งเดือนโทรปรึกษาแล้ว 315 สาย โดย 3 อันดับแรกที่มีการปรึกษา คือ เครียดวิตกกังวล 51.85% ผู้ป่วยจิตเวชเดิม 37.99% และสอบถามข้อมูลทั่วไป 6.57%

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากวิกฤตโควิดหมดไปในอีกประมาณ 1-2 เดือน ประชาชนบางส่วนอาจเกิดปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องปัญหาด้านจิตใจ โรคทางจิตเวช รวมทั้งปัญหาที่มากับเศรษฐกิจทำให้เกิดภาวะ Burnout หรือภาวะหมดไฟ ที่เป็นความเหนื่อยล้าของคนทำงาน หลังเผชิญความเครียดเป็นระยะเวลายาวนาน

เนื่องมาจากมาตรการที่ใช้ในการควบคุมโควิด-19 ทั้งมาตรการบุคคล สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง หรือมาตรการทางสังคม ไม่มีอีเวนต์ทางสังคมเกิดขึ้น งดการเดินทาง ปิดกิจการ ล็อกดาวน์ เป็นต้น จึงส่งผลให้คนเกิดความเครียดกดดันเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติมาก เสี่ยงเครียดเรื้อรัง

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวอีกว่า ระยะต่อไปคนทั้งประเทศต้องหันมาดูแลเรื่องจิตใจกันและกัน ทั้งผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19, คนทั่วไป และบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ สิ่งที่น่ากังวลที่จะทำให้เกิดความเครียดมากขึ้นคือ “Stigma” หรือการตีตราทางสังคม เช่น ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาหายแล้วกลับไปรักษาตัวที่บ้าน คนในชุมชนไม่ให้การต้อนรับ เพราะกลัวติดเชื้อ ฯลฯ

“ความเครียดทำให้หวั่นกลัวว่าจะกระทบกับอัตราฆ่าตัวตาย เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ประเทศไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 8.59 ต่อแสนประชากร จากภาวะปกติที่มีอัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6.31 ต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ 2 ต่อแสนประชากร หรือเพิ่มขึ้น 2 คนต่อวัน และในวิกฤตโควิดจะต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อทำให้อัตราฆ่าตัวตายของคนไทยไม่ให้เพิ่มขึ้นหรือเพิ่มขึ้นไม่ให้เกิน 1 ต่อแสนประชากร เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ประชาชนเฝ้าระวังและประเมินสุขภาพจิตตัวเองเป็นเบื้องต้น”

อย่างไรก็ตามกรมฯ ได้วางมาตรการในการดูแลสุขภาพจิตของประชาชนโดยมีเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ 1.ลดผลกระทบสุขภาพจิตในระดับบุคคล คือต้องเข้าถึงบริการ ได้รับการดูแล อาจจะมี อสม. เคาะประตูบ้านของกลุ่มคนที่เสี่ยง มีความเกี่ยวข้องกับโควิด-19 เพื่อประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น รวมถึงปฏิบัติเชิงรุก เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพจิตจะโทรศัพท์หา หากพบท่าทางกังวล ก็จะขออนุญาตประเมินสุขภาพจิต และแนะนำให้เข้าถึงบริการ ส่วนคนที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงสามารถประเมินสุขภาพจิตตนเองผ่านแอปพลิเคชั่น “mental health check up” เปิดให้ตรวจสอบสุขภาพจิต 6 ด้าน คือ ความเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะสมองเสื่อม ดัชนีวัดความสุข พลังสุขภาพจิต และความฉลาดทางอารมณ์ เมื่อประเมินแล้วจะมีคำแนะนำเบื้องต้น ถ้าพบความเสี่ยงสูง ก็สามาถเข้าปรึกษาเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ได้ที่สายด่วน 1323 จะได้มีการดูแลตนเองได้เบื้องต้นระดับหนึ่งหรือรับบริการในโรงพยาบาล

และ 2.เพิ่มศักยภาพของครอบครัวและขุมชนมาช่วยดูแลสุขภาพจิต โดยทำให้ครอบครัวเข้มแข็ง จัดทำ “วัคซีนใจ” ใช้หลักพื้นฐานคือ 1. ทำให้สงบ คนในครอบรัวมีสติ รับรู้ข่าวสารที่ถูกต้อง ไม่เชื่อข่าวปลอมและมีความรู้ป้องกันตนเอง 2. ทำให้คนในบ้านปลอดภัยทุกคน ในการดูแลสุขอนามัยส่วนตน มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ เมื่อเข้าบ้านไม่เอาเชื้อเข้าบ้าน เช่น ถอดรองเท้าหน้าบ้าน ถอดเสื้อที่จะซักไว้นอกบ้าน ฯลฯ 3.ทำให้มีความหวัง ช่วงที่อยู่บ้านต้องวางแผนอย่างมีความหวังว่าเมื่อไหร่สามารถออกไปนอกบ้านได้ และ 4.มีการสื่อสารกันสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้อยู่ใกล้กัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงสาธารณสุข โควิด-19