Skip to content

สิ้นสุดฤดูแล้ง 30 เม.ย.63 กรมชลฯเตือนรับมือ “ลานีญา”

29 เม.ย. 2563 | 16:04น.
สิ้นสุดฤดูแล้ง 30 เม.ย.63 กรมชลฯเตือนรับมือ “ลานีญา”

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า วันที่ 30 เมษายนนี้ คือวันสุดท้ายของแผนบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้ง คาดว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคม โดยปีนี้กรมอุตุฯคาดการณ์ว่าฝนจะตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี ที่ 5% แต่ฝนจะทิ้งช่วงปลายพฤษภาคม-มิถุนายน และเข้าสู่ ปรากฏการณ์ลานีญา ในช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม ฝนจะตกชุกในระบบปานกลาง ส่งผลให้อาจมีน้ำท่วมบ้างในบางพื้นที่ และ 1 พฤศจิกายน 2563 จะมีปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศมากกว่า ปี 2562 แต่ช่วงนี้เริ่มมีฝนตกบ้างในบางพื้นที่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน ทำให้มีน้ำไหลลงเขื่อนประมาณ 121 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)

ทั้งนี้ แม้จะมีน้ำท่วมในบางพื้นที่ที่มีฝนตก แต่กรมชลประทานยังกังวล ว่า 59 จังหวัดทั่วประเทศ ยังเสี่ยงการขาดน้ำอุปโภคบริโภค ส่วนแผนการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562-30 เมษายน 2563 โดย ข้อมูล เมื่อวันที่ 29 เมษายน ผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2562/63 ทั้งประเทศ มีแผนการจัดสรรน้ำ 17,699 ล้าน ลบ.ม. จัดสรรน้ำไปแล้ว 16,873 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 95% ของแผนฯ

สำหรับแผนและผลการเพาะปลูกข้าวนาปรังปี 2562/63 ในเขตชลประทานทั้งประเทศ มีแผนเพาะปลูกข้าวนาปรัง 2.31 ล้านไร่ เพาะปลูกแล้ว 4.21 ล้านไร่ คิดเป็น 82.11% ของแผนฯเก็บเกี่ยวแล้ว 2.79 ล้านไร่ ใน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยแผนเพาะปลูกข้าวนาปรัง หลังมีการรณรงค์งดทำนาต่อเนื่องในฤดูแล้ง ปี 2562/63 มีการเพาะปลูกแล้ว 1.98 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว 1.81 ล้านไร่

“สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศจำนวน 447 แห่ง มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 35,574 ล้าน ลบ.ม. หรือ 47% ของความจุอ่างฯ ปริมาณน้ำใช้การได้ 11,891 ล้านลบ.ม.หรือ 23% ของความจุน้ำใช้การ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30% ของความจุอ่าง จำนวน 25 แห่ง อาทิ ภูมิพล สิริกิติ์ แม่งัดสมบูรณ์ชล แม่กวงอุดมธารา กิ่วคอหมา แควน้อยบำรุงแดน แม่มอก และประแสร์ ส่วนสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักฯ ปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 8,684 ล้าน ลบ.ม. หรือ 35% ของความจุอ่างฯ เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 1,988 ล้าน ลบ.ม. หรือ 11% ของความจุน้ำใช้การ”

ทางด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่จังหวัดเชียงใหม่ มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยทั้งจังหวัดเพียง 911 มิลลิเมตร น้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึง 22 % จากค่าเฉลี่ย 1,168 มิลลิเมตร ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมไปถึงแม่น้ำสายต่างๆ มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อยกระทบต่อปริมาณน้ำดิบที่จะใช้ในการผลิตประปาหลายแห่ง

ดังนั้น กรมชลประทานได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้ง โดยใช้น้ำต้นทุนจาก 2 เขื่อนใหญ่ คือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 46.56 ล้านลูกบาศก์เมตร(ล้าน ลบ.ม.) หรือ 18% ของความจุอ่างฯ และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 60.60 ล้าน ลบ.ม. หรือ 23% ของความจุอ่างฯ รวมทั้งใช้น้ำจากอ่างขนาดกลางอีก 12 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 22 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งได้มีการวางแผนจัดสรรน้ำเฉพาะการอุปโภคบริโภคในเขตชลประทานไว้อย่างเพียงพอไปจนถึงต้นฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ภายใต้เงื่อนไขที่ทุกฝ่ายต้องร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด

สำหรับมาตรการรับมือภัยแล้ง ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ปฏิบัติตามแผน อาทิ การขอความร่วมมือจากกลุ่มผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการและแผนการใช้น้ำชลประทานอย่างเคร่งครัด การกำหนดให้มีการใช้น้ำในคลองส่งน้ำได้ตั้งแต่วันจันทร์ เวลา 09.00 น. ถึงวันศุกร์ เวลา 18.00 น. และหยุดใช้น้ำในวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าสามารถสูบน้ำได้ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ไม่เกินวันละ 10 ชั่วโมง และให้งดสูบน้ำในวันเสาร์และอาทิตย์ สถานีสูบน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคและการประปาส่วนท้องถิ่น สามารถทำการสูบน้ำได้ตามปกติตามแผนที่ได้เสนอกรมชลประทานไว้แล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมชลประทาน ฤดูแล้ง