ปิดฉากไปเรียบร้อยแล้วสำหรับงานสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของประชาชาติธุรกิจ กับเวทีอาหารสมองแห่งปี “Passion to Profit : พลิกมุมคิด…สร้างธุรกิจให้ติดลม” ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่จัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2560 เวลา 13.00-19.00 น. ณ จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์เฮ้าส์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนใจเข้ารับฟังตลอดการสัมมนาเป็นจำนวนมาก
ไฮไลท์เด็ดของงานคือเหล่าวิทยากรที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ บอกเล่าเส้นทางความสำเร็จที่ไม่ได้มาง่ายๆ
“ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” พาพูดคุยกับเหล่าวิทยากร ฟังความรู้สึกหลังเวที พร้อมข้อคิดในการทำธุรกิจสำหรับคนรุ่นใหม่
เริ่มต้นด้วยนักธุรกิจหนุ่มไฟเเรง “พิชเยนทร์ (โธมัส) หงษ์ภักดี” ซีอีโอเเห่ง Smart ID Group กล่าวหลังเวทีกับเราว่า เขารู้สึกประทับใจที่ทางประชาชาติธุรกิจจัดงานสัมมนาครั้งนี้ได้ดีมาก เเละนอกจากมาเป็นวิทยากรเขาก็ยังได้รับประโยชน์จากการฟังวิทยากรท่านอื่นด้วย
“บรรยากาศในงานนี้ไม่เหมือนกับการฟังสัมมนาทั่วไป เเต่เหมือนการมานั่งเเชร์ประสบการณ์กันมากกว่า ไม่เครียดเเละคนฟังก็ดูสนุกสนานกันมากครับ”

เมื่อถามถึงการเตรียมพร้อมก่อนขึ้นเวที โธมัสบอกว่า ด้วยความที่เขาเป็นนักดนตรีอยู่เเล้ว จึงไม่ตื่นเวทีมาก เเต่สิ่งที่ทำให้ตื่นเต้นคือ คนเก่งๆที่จะมาร่วมพูดกับเรา จึงตั้งใจจะเรียนรู้เเละทำให้ผู้ฟังได้รับประโยชน์กลับไปให้มากที่สุด
“ผมเตรียมตัวนาน ในเรื่องของการใส่ความรู้สึกร่วมบนเวที เน้นว่าเราจะส่งพลังไปให้ผู้ฟังอย่างไร ดังนั้นช่วงของผมจึงมีการเเสดงดนตรีเเละมีภาพบรรยายประกอบ พร้อมบรรยากาศสบายๆ และหัวข้อ Passion to Profit ผมตั้งใจส่งพลังให้คนที่ฟังมีไฟในตัวเองที่จะก้าวออกไปทำอะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จ ”
นอกจากนี้ โธมัสทิ้งท้ายด้วยข้อคิดสำหรับ “สตาร์ตอัพรุ่นใหม่” ว่า เเม้ตอนนี้จะเหมือนยังไม่มีเเสงสว่างปลายอุโมงค์ สตาร์ตอัพยังคงต้องอยู่ด้วยคามหวัง เเต่ขอให้หวังไว้ โดยสิ่งสำคัญที่ต้องทำไปด้วยคือ “การคิดกลยุทธ์” อีกทั้งต้องเข้าไปอยู่ในวงของผู้รู้ที่ไม่ได้อยู่เเค่ในวงการสตาร์ตอัพ ขอคำเเนะนำจากผู้มีประสบการณ์ จุดไฟในตัวเอง เเละกล้าเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ส่วน “วรวิทย์ ศริพากย์” เจ้าของแบรนด์สปาชื่อก้องโลกอย่าง “ปัญญ์ปุริ” เผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีมากๆ ที่ได้ขึ้นเวทีประชาชาติฯ และได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ รวมถึงได้แรงบันดาลใจจากวิทยากรคนอื่นๆ ด้วย
ด้าน “สาธิต กาลวันตวานิช” ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ แห่ง Propaganda บอกกับเราหลังเวทีว่า งานนี้ไม่ได้เตรียมตัวมากนัก เพราะรู้ตัวเองว่าพอเตรียมตัวเเล้วจะมีข้อมูลเยอะเกินไป จึงทำใจให้สบาย เเละวันนี้เรื่องที่พูดนั้นก็ล้วนเเล้วเเต่อยู่ในหัวทั้งสิ้น ก็เลยบอกตัวเองว่าให้ “จัดไปเลยเต็มที่” จะได้ไม่เกร็งเพราะวิทยากรทุกท่านโชว์ได้ดีมากๆ
“พอพูดไปเครื่องร้อนได้ที่ เวลาก็หมดเลยครับ (หัวเราะ)”

โดยเขาฝากข้อเเนะนำถึง “การนำไอเดีย ความสร้างสรรค์มาปั้นเป็นธุรกิจ” ว่า…ถ้ามีใครดูถูกเราหรือมีคนมาห้ามไม่ให้ทำอะไร รวมไปถึงคัดกำลังใจว่าจะทำเเล้วล้มเหลว ขอให้เอาคำดูถูกต่างๆนานานั้น มาเป็นเครื่องชั้นำทาง จงตั้งใจจริงเเละเดินสวนทางคำพูดเหล่านั้น
ขณะเดียวกัน “วิโรจน์ ฉิมมี” เจ้าของ “บ้านไร่ไออรุณ” ฟาร์มสเตย์ จ.ระนอง กล่าวภายหลังจากงานสัมมนาว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มาแชร์เรื่องราวของตัวเองให้คนอื่นฟัง แล้วเขาสามารถนำเรื่องราวของเราไปเป็นแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นทำธุรกิจได้
“ที่มาในวันนี้ผมไม่ได้มาในรูปแบบนักธุรกิจ แต่มาเป็นกำลังใจให้กันในการเริ่มต้นทำธุรกิจ จากต้นทุนไม่มาก ซึ่งถ้าเราคิดสักนิด เราก็จะสามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้” เจ้าของบ้านไร่ไออรุณกล่าวและว่า
ธุรกิจจะยิ่งใหญ่มาก ถ้าสิ่งที่เราทำนั้นมันมอบความสุขให้กับคนอื่น มอบความสุขให้กับคำว่าบ้าน และครอบครัว

เจ้าของบ้านไร่ไออรุณ ยังได้ฟากทิ้งท้ายให้กับเด็กรุ่นใหม่ว่า เราจะต้องหาตัวเองให้เจอ ชอบอะไรให้ลงมือทำ ขออย่าทำตามกระแส เพราะเมื่อเราทำในสิ่งที่เรารักและมีความสุขด้วย สิ่งนี้ก็น่าจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเรา และขอให้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในเชิงสร้างสรรค์ เมื่อเรากลับไปพัฒนาบ้านเกิดเชื่อว่าชุมชนจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน
ด้าน “กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ” เจ้าของร้านขนมหวาน After You ก็รู้สึกดีใจที่ได้มาแบ่งปันเรื่องราวเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า หากจะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรต้องอย่าคิดเยอะ และห้ามท้อ เพราะทุกการกระทำของเราคือการเรียน เมื่อมีโอกาสมาให้ลงมือทำเลย โอกาสจะไม่รอเรา

“คนต้นทุนน้อยก็เริ่มต้นได้เดี๋ยวนี้มีโซเชียลมีเดียให้ลองหาแล้วต่อยอด ซึ่งถ้าทำแล้วธุรกิจที่ทำแล้วไม่ดี มันอาจจะมีอันอื่นที่ดีขึ้นมาระหว่างทำจนกลายเป็นอีกธุรกิจหนึ่งเลยก็ได้” เจ้าของร้านขนมหวาน After You กล่าว
ข้ามฝั่งมาคุยกับซีอีโอคิดต่างแห่งวงการอสังหาฯ “พีระพงศ์ จรูญเอก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า วันนี้รู้สึกดี และมองว่าหากเรื่องราวที่ได้พูดจะเป็นประโยชน์ก็ถือว่าดีมาก ซึ่งเรื่องของตนอาจจะเป็นแรงบันดาลใจนิดๆ ให้กับผู้อื่นได้ เพราะเราไม่ได้เติบโตมาจากการมีอะไร
“สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจมองว่าต้องขยันและรู้จริง รู้ในสิ่งที่ทำ ตอนแรกคงต้องเลือกก่อนว่าชอบอะไร แล้วก็ทำมันให้เต็มที่”

ฟากนักธุรกิจหญิงผู้พลิกชีวิตอย่างเหลือเชื่อ “วาสนา ลาทูรัส” เจ้าของผลิตภัณฑ์นารายา กล่าวว่า ส่วนตัวร้างเวทีมานานแล้ว ก็มีตื่นเวทีนิดหน่อย แต่สิ่งที่เห็นน่าประทับใจว่าวันนี้มองไปเห็นคนฟังฟังด้วยความตั้งใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการซื้อบัตรเข้ามา ดังนั้นคิดว่าการจัดงานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ ซึ่งการจะสำเร็จได้ต้องมีเนื้อเรื่องที่ดี ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการเตรียมตัวจากการสัมภาษณ์ เพื่อที่จะได้รู้ว่าต้องพูดในประเด็นใดบ้าง
“ตอนที่มีการติดต่อไป คิดว่าเรื่องของนารายาจะมีประโยชน์เหรอ เพราะนี่ไม่ใช่การขึ้นเวทีครั้งแรก ก่อนหน้านี้เราขึ้นมาเยอะมาก อาจจะไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ปรากฏว่าธีมของงานเป็นเรื่องให้ความรู้ ซึ่งไม่ได้มีแค่ success story แต่มีประสบการณ์อื่นๆ ของการทำธุรกิจที่น่าเล่าให้เอสเอ็มอีฟัง เพราะจริงๆ แล้วธุรกิจมีแพ้ มีชนะ”

วาสนากล่าวอีกว่า การทำธุรกิจให้สำเร็จได้ เราต้องรู้จักธุรกิจนั้น รู้จักสินค้าที่เราจะทำ เราต้องรักมัน แล้วทำให้เต็มที่ เดินไปตามแผนที่เราวางไว้ แต่ก่อนจะทำต้องศึกษาเส้นทางให้ดี ดูกำลังทรัพย์ และลุยไป ซึ่งถ้าลุยแล้วชนะ ก็ถือว่าโชคดี แต่ต้องไม่ประมาท ขณะเดียวกันถ้าแพ้ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะไม่ใช่การสิ้นสุดของชีวิต ยังมีหนทางอื่นให้ไปต่อ ซึ่งไม่อยากให้ท้อ
ปิดท้ายด้วยนักดนตรีผู้มากด้วย “พรเเสวง” เเละวิชาความอดทน “หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม” เล่าว่า หลังจบงานรู้สึกโล่งอก มันมีเซอร์ไพรส์จากพี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก ซึ่งเข้าใจว่าจะมีงานร่วมกันในวันศุกร์ เรามีเวลาก่อนพูดไม่ถึง 5 นาที ต้องเเกะเพลง 2 เพลงให้เสร็จเพื่อร้องเเละเล่นบนเวที จึงทำให้ตื่นเต้นนิดๆ
“ในเรื่องของการพูด ทุกครั้งจะไม่ค่อยเตรียมตัว เราจะพูดจากเรื่องจริง “

โดยหนึ่ง-จักรวาล ได้ฝากเรื่องความอดทนต่อคนรุ่นใหม่ว่า จริงๆ ความอดทนเป็นสิ่งทำให้ประสบความสำเร็จ ตนกล้าการันตีว่าทุกอย่างที่ทำมา มันมาจากความมุ่งมั่น อดทน คนเก่งมีเยอะ เเต่คนที่มีโอกาสมีน้อยมาก ไม่รู้ว่าโอกาสจะอยู่วันไหนของชีวิต ต้องพยายามคว้าโอกาสให้มากที่สุด ตั้งใจทำมัน ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามของเรา
จบไปอย่างสวยงาม ไปรับพลังใจกลับไปเต็มๆ กับเวที “Passion to Profit : พลิกมุมคิด สร้างธุรกิจให้ติดลม”
