เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เร่งเชื่อม หนองคาย-เวียงจันทน์ บูมรถไฟความเร็วสูง ‘ไทย-ลาว-จีน’
Real Estate เร่งเชื่อม หนองคาย-เวียงจันทน์ บูมรถไฟความเร็วสูง ‘ไทย-ลาว-จีน’
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ส.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ส.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
รายงานชี้ พิษสงครามอิหร่าน เวียดนามแซงไทย ขึ้นแท่นตลาดการบินใหญ่อันดับที่ 2 ในอาเซียน
World รายงานชี้ พิษสงครามอิหร่าน เวียดนามแซงไทย ขึ้นแท่นตลาดการบินใหญ่อันดับที่ 2 ในอาเซียน
อิหร่านเผย บรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน
World อิหร่านเผย บรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน
เจนใหม่ทรานส์ฟอร์ม IROYAL รีเซต องค์กรสู่ธุรกิจวิศวกรรมอัจฉริยะ
Economic เจนใหม่ทรานส์ฟอร์ม IROYAL รีเซต องค์กรสู่ธุรกิจวิศวกรรมอัจฉริยะ
‘ดร.นิเวศน์’ เซียน VI มองปัญหาข้อมูลรั่ว ?พอใจหุ้นไทยดันพอร์ตกำไร
Finance ‘ดร.นิเวศน์’ เซียน VI มองปัญหาข้อมูลรั่ว ?พอใจหุ้นไทยดันพอร์ตกำไร
จุดพลุ ‘Quantum Club Thailand’ เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ‘ควอนตัม’ ในไทย
Tech จุดพลุ ‘Quantum Club Thailand’ เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ‘ควอนตัม’ ในไทย
พยากรณ์อากาศ (6 ส.ค.) เกือบทั่วทุกภาคมีฝนตก 60-70% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (6 ส.ค.) เกือบทั่วทุกภาคมีฝนตก 60-70% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ส.ค.) ขยับขึ้น 0.72% อยู่ที่ 64,276 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ส.ค.) ขยับขึ้น 0.72% อยู่ที่ 64,276 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

เช็กเลย”รถไฟฟ้า-รถเมล์”ขยายเวลาปิดรับเคอร์ฟิว”รถไฟ-รถทัวร์”เปิดเดินรถ18พ.ค.

16 พ.ค. 2563 | 13:34น.

หลังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. ที่มี​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้มีมติให้ปรับเวลาเคอร์ฟิว โดยห้ามออกจากเคหสถาน​ จากเดิมเวลา 22.00-04.00 น.​ เป็น 23.00-04.00 น. ล่าสุดระบบการคมนาคมขนส่งได้มีการปรับเวลาให้สอดรับเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.2563 จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

@รถไฟฟ้า-บีอาร์ทีปิด 22.30 น.

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า จากที่ศบค.ปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 23.00-04.00 น. เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที จะขยายเวลาให้บริการจากเดิมปิดเวลา 21.30 น. เปลี่ยนเป็นเวลา 22.30 น. ในทุกสถานี ทั้งสายสุขุมวิท และสายสีลม ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค. 2563 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง

โดยบีทีเอสยังคงเข้มงวด และเพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นและเช็ดทำความสะอาด ภายในขบวนรถไฟฟ้า และจุดสัมผัสร่วม ภายในสถานี และบริเวณรอบสถานีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการคัดกรองผู้มาใช้บริการ โดยตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสู่ระบบ หากมีอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่อนุญาตให้เข้าใช้บริการ และยังคงเน้นปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร

ยังมีข้อแนะนำสำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้า โปรดเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้น ต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง ตลอดเวลาที่อยู่ในระบบรถไฟฟ้า รวมถึงก่อนเข้าและออกจากระบบรถไฟฟ้า ควรล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทุกครั้ง โดยบีทีเอสได้จัดเตรียมแอลกอฮอล์ให้บริการให้ที่โต๊ะตรวจการหน้าทางเข้า – ออกทุกสถานี และในชั่วโมงเร่งด่วน ที่มีจำนวนผู้โดยสารหนาแน่น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการพูดคุยกันภายในขบวนรถ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

@MRT-สีม่วงขบวนสุดท้ายถึงปลายทาง 22.30 น.

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT พร้อมที่จะปรับเวลาการให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง ให้สอดคล้องกับมติดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน

โดยจะให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ตั้งแต่เวลา 05.30 – 22.30 น. และให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.30 น. ทั้งนี้รถขบวนสุดท้ายจะถึงสถานีปลายทางเวลา 22.30 น.

ทั้งนี้ รฟม. และ BEM ขอความร่วมมือผู้โดยสารโปรดวางแผนและเผื่อเวลาในการเดินทางมากขึ้น เนื่องจากต้องใช้เวลาในการจัดระเบียบการเข้าใช้บริการ ตามมาตรการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าเข้าระบบในแต่ละคราว (Group Release) เพื่อรักษาระยะห่างในการใช้บริการตามมาตรการ Social Distancing ต้องสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาการใช้บริการ รวมถึงให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่วัดอุณหภูมิร่างกายก่อนใช้บริการ

@แอร์พอร์ตลิงก์ขบวนสุดท้าย 4 ทุ่ม

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เปิดเผยว่า บริษัทจะปรับเปลี่ยนเวลาการให้บริการให้สอดคล้องกับมติขยายเวลาเคอร์ฟิว จากเดิมที่ให้บริการในเวลา 05.30 – 21.30 น. เป็นให้บริการในเวลา 05.30 – 22.30 น. ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.2563 เป็นต้นไป โดยรถไฟขบวนสุดท้ายจะออกจากสถานีพญาไท และสถานีสุวรรณภูมิ เวลา 22.00 น. และจะถึงสถานีปลายทางเวลา 22.30 น.

@ลานจอดหมอชิตปิดตีหนึ่ง

สำหรับอาคารและลานจอดแล้วจร ในส่วนของ รฟม. ทั้งหมด จะเปลี่ยนแปลงเวลาให้บริการเป็นตั้งแต่เวลา 05.00 ถึง 22:30 น. เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาให้บริการของรถไฟฟ้า โดยปัจจุบันมีที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน จำนวน 13 แห่ง

ได้แก่ อาคารจอดแล้วจรที่สถานีลาดพร้าว สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีหลักสอง (2 อาคาร) และลานจอดแล้วจรที่สถานีรัชดาภิเษก สถานีห้วยขวาง สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (2 ลาน) สถานีพระราม 9 สถานีเพชรบุรี สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (2 ลาน) และสถานีสามย่าน ที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้า MRT

สายสีม่วง จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ อาคารจอดแล้วจรที่สถานีคลองบางไผ่ สถานีสามแยกบางใหญ่ สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1 รวมถึงที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ จำนวน 1 แห่ง คือ ลานจอดแล้วจรที่สถานีเคหะสมุทรปราการ

สำหรับลานจอดรถ บริเวณลานจอดแล้วจร (สถานีหมอชิต) ทางบีทีเอสแจ้งว่าจะเปิดให้บริการจอดรถฟรี ตามเวลาปกติ ตั้งแต่เวลา 05.00–01.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.นี้เป็นต้นไป

@เพิ่มรถเมล์-วิ่งทุก 5-10 นาที

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2563 ขสมก.มีผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทาง กว่า 500,000 คน คาดว่าเมื่อดำเนินการตามมาตรการคลายล็อกแล้วจะส่งผลทำให้ มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น ประมาณ 100,000 คน หรือวันละประมาณ 600,000 คน จึงจัดแผนเดินรถโดยสาร ในช่วงมาตรการคลายล็อกระยะที่ 2 ดังนี้

1. เพิ่มจำนวนรถออกวิ่ง จากเดิม 90% (2,705 คัน/วัน) เป็น 95% (2,855 คัน/วัน) หรือจัดรถออกวิ่งให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา

2. ปรับเวลาการให้บริการเดินรถโดยสาร จากเวลา 05.00 – 21.00 น. (เวลา 21.00 น. คือเวลาที่รถโดยสารกลับถึงอู่จอดรถ) เป็นให้บริการ เวลา 05.00 – 22.00 น.(เวลา 22.00 น. คือเวลาที่รถโดยสารกลับถึงอู่จอดรถ)

โดยเพิ่มความถี่ในการปล่อยรถ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า (05.00 – 08.00 น.) และช่วงเวลาก่อนเคอร์ฟิว (21.00 – 22.00 น.) ให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 5 – 10 นาที

@คันสุดท้ายออกจากท่าปลายทาง 3 ทุ่ม

3. ปล่อยรถโดยสารคันสุดท้าย ออกจากท่าปลายทางประมาณ 21.00 น. เพื่อให้พนักงานสามารถนำรถกลับเข้าอู่จอดรถได้ทันเวลา 22.00 น. โดยปรับเพิ่มความถี่ในช่วงการปล่อยรถ 3 คันสุดท้าย ให้มีระยะห่างกัน 5 – 10 นาที

ซึ่งรถโดยสาร 3 คันสุดท้าย จะติดป้ายข้อความบ่งชี้บริเวณหน้ารถโดยสาร เหลือรถ 2 คันสุดท้าย เหลือรถ 1 คันสุดท้ายและรถคันสุดท้าย

และขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะใช้บริการรถโดยสาร การนั่งหรือยืนตามจุดที่กำหนด (รถโดยสาร 1 คัน อนุญาตให้ผู้ใช้บริการยืนได้ไม่เกิน 10 คน)

กรณีผู้ใช้บริการเต็มจะต้องรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป รวมทั้ง ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ เตรียมตัวกลับบ้านก่อนเวลา 19.00 น. เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้บริการบนรถโดยสารในช่วงเวลาก่อนเคอร์ฟิว ซึ่งจะทำให้การดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมบนรถโดยสาร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

@รถไฟเดินรถขบวนพิเศษ-ชานเมือง 18 พ.ค.

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า จากมาตรการคลายล็อกดาวน์ คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนมีความต้องการในการเดินทางมากขึ้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางโดยรถไฟ ทั้งการเดินทางภายในเขตเมือง ระหว่างเมือง และทางไกล ข้ามเขตพื้นที่จังหวัด

จะประกาศเปิดเดินขบวนรถโดยสารพิเศษเป็นการชั่วคราว 30 วัน ซึ่งให้บริการเฉพาะรถโดยสารชนิดพัดลมเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 1 พร้อมทั้งเปิดเดินขบวนรถโดยสารบริการสังคม (ชานเมือง) เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

สำหรับขบวนรถที่เปิดให้บริการในเส้นทางต่าง ๆ มีดังนี้

1. ขบวนรถโดยสารพิเศษ เปิดให้บริการชั่วคราว 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 17 มิถุนายน 2563 จำนวน 8 ขบวน (ไป-กลับ)

สายเหนือ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2563 เปิดให้บริการขบวนรถด่วนที่ 9051 กรุงเทพ ออกเวลา 05.30 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 18.30 น.

สายเหนือ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม – 17 มิถุนายน 2563 เปิดให้บริการขบวนรถด่วนที่ 9052 เชียงใหม่ ออกเวลา 05.30 น. ถึงกรุงเทพ เวลา 18.30 น.

สายตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2563 เปิดให้บริการบริการขบวนรถด่วนที่ 9071 กรุงเทพ ออกเวลา 06.00 น. ถึงอุบลราชธานี เวลา 14.55 น.

สายตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม – 17 มิถุนายน 2563 ประกาศให้เดินขบวนรถด่วนที่ 9072 อุบลราชธานี ออกเวลา 06.00 น. ถึงกรุงเทพ เวลา 14.50 น.

สายตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2563 ประกาศให้เดินขบวนรถด่วนที่ 9075 กรุงเทพ ออกเวลา 07.00 น. ถึงหนองคาย เวลา 16.40 น.

สายตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม – 17 มิถุนายน 2563 ประกาศให้เดินขบวนรถด่วนที่ 9076 หนองคาย ออกเวลา 07.00 น. ถึงกรุงเทพ เวลา 16.35 น.

สายใต้ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2563 ประกาศเปิดเดินขบวนรถด่วนที่ 9085 กรุงเทพ ออกเวลา 05.00 น. ถึงชุมทางหาดใหญ่ เวลา 18.45 น. (**ขบวนรถให้บริการถึงชุมทางทุ่งสง ถึงเวลา 16.04 น. เนื่องจากจังหวัดพัทลุงและสงขลายังมีล็อกดาวน์จังหวัด**)

สายใต้ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2563 ประกาศเปิดเดินขบวนรถด่วนที่ 9086 ชุมทางหาดใหญ่ ออกเวลา 05.00 น. ถึงกรุงเทพ เวลา 18.50 น. (ขบวนรถให้บริการจากชุมทางทุ่งสง ออกเวลา 07.47 น. เนื่องจากจังหวัดพัทลุงและสงขลายังมีล็อกดาวน์จังหวัด**)

2. ขบวนรถชานเมือง และขบวนรถธรรมดา และขบวนรถท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.2563 เป็นต้นไป จำนวน 34 ขบวน (ไป-กลับ)

สายเหนือ ขบวนรถชานเมือง และขบวนรถธรรมดาเมือง จำนวน 4 ขบวน

สายตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวนรถชานเมืองและขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 16 ขบวน

สายใต้ ขบวนรถธรรมดาและขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 8 ขบวน

สายตะวันออก ขบวนรถธรรมดา จำนวน 4 ขบวน

และสายแม่กลอง-บ้านแหลม ขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 2 ขบวน

ทั้งนี้ยังคงย้ำมาตรการป้องกันโควิด – 19 ให้พนักงานด้านปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ถุงมือยาง Face shield ตลอดเวลา การตรวจคัดกรองผู้โดยสารอย่างเข้มข้น การจัดให้มีแอลกอฮอล์เจลบริการทั้งบริเวณสถานีและบนขบวนรถ การรักษาระยะห่าง Social Distancing ให้มีจุดยืน/นั่ง ให้ชัดเจน

@จำกัดขายตั๋วขบวนละ 50%

ทั้งที่สถานีและขบวนรถ โดยจำกัดการจำหน่ายตั๋วโดยสารไว้ที่ร้อยละ 50 ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด เมื่อจำหน่ายเต็มตามที่ระบุแล้ว จะไม่จำหน่ายตั๋วอีกรวมทั้งตั๋วไม่มีที่นั่ง (ตั๋วยืน) การจัดเดินรถโดยสารชนิดพัดลมเพื่อให้บริการเท่านั้น และการงดจำหน่ายอาหารบนขบวนรถ หากผู้โดยสารที่เดินทางไกลเกินกว่า 3 ชั่วโมง ให้เตรียมอาหารไปรับประทานเอง

สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางข้ามเขตจังหวัด จะต้องกรอกข้อมูลคำถามสุขภาพ ตามแบบฟอร์ม ต.8/คค./รฟท. และได้รับการตรวจคัดกรองและต้องแสดงเหตุผลความจำเป็น พร้อมหลักฐานการอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรการป้องกันตามที่ทางราชการกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัสดังกล่าว

สำหรับผู้โดยสารที่ประสงค์จะเดินทางกับขบวนรถโดยสารพิเศษ สามารถจองล่วงก่อนเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.2563 เป็นต้นไป

 

@รถทัวร์ บขส.วิ่ง 16 เส้นทาง 18 พ.ค.

ด้านบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) แจ้งตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.เป็นต้นไป จะเปิดเดินรถในเส้นทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง หลังจากที่ บขส.หยุดให้บริการชั่วคราว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

โดยภาคเหนือเปิด 7 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ–เชียงใหม่, กรุงเทพฯ–เชียงราย, กรุงเทพฯ–อุตรดิตถ์, กรุงเทพฯ–สารจิต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เคอร์ฟิว โควิด-19