เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

ธปท.ผ่อนเกณฑ์ ‘ซอฟต์โลน’ แบงก์ลุ้นรัฐดึง บสย.ช่วยค้ำ

24 มิ.ย. 2563 | 17:47น.
ธุรกิจ SMEs

ธปท.จ่อปรับเกณฑ์ปล่อยกู้ซอฟต์โลน หลังเพิ่งอนุมัติไปได้แค่ 8 หมื่นล้านบาท แบงก์ลุ้นรัฐดึง บสย.ช่วยค้ำประกันหลังปีที่ 2 เป็นต้นไป/ค้ำวงเงินส่วนเกินจาก 20% ชี้หากไม่ปรับเงื่อนไขความเสี่ยงน่าจะมีแบงก์ใช้ซอฟต์โลนไม่เกิน 1-2 แสนล้านบาท

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ธปท.จะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์กระบวนการ และวิธีปฏิบัติ เพื่อให้การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงินรวม 5 แสนล้านบาท ทำได้ง่ายและคล่องตัวขึ้น หลังจากที่ผ่านมายังปล่อยสินเชื่อได้ค่อนข้างช้า ล่าสุด เว็บไซต์ ธปท. รายงาน ณ วันที่ 15 มิ.ย. 2563 มีการอนุมัติสินเชื่อไป 82,701 ล้านบาท เป็นจำนวนผู้ได้รับซอฟต์โลน 51,991 ราย

นอกจากนี้ ในกรณีที่ธุรกิจเอสเอ็มอีที่พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งมาตรการจะครบในเดือน ต.ค. 2563 นี้ ธปท.ได้ให้แบงก์พูดคุยเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้เป็นรายกรณี

“เรามีการยกดอกยกต้น 6 เดือน จนถึงสิ้นเดือน ต.ค. ก็ทำให้ลูกหนี้กลุ่มเอสเอ็มอียังมีฐานะจัดชั้นปกติอยู่ แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ สถานการณ์เหล่านั้นต้องดูให้ชัด ในเรื่องของ stress test ลูกหนี้กลุ่มนี้ ว่าหลังจากพักต้นพักดอกเบี้ยครบ 6 เดือนแล้ว แต่ละสถาบันการเงินก็ต้องไปคุยกับลูกหนี้เป็นรายตัว ซึ่งเราได้มีการหารือกับฝ่ายจัดการของสถาบันการเงินในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว” นายรณดลกล่าว

ขณะที่ล่าสุด ธปท.ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพิ่มเติมระยะที่ 2 ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่องจากมาตรการขั้นต่ำ และมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 1 ที่จะทยอยครบกำหนดตั้งแต่สิ้นเดือน มิ.ย.นี้ โดยชุดใหม่นี้จะคำนึงผลกระทบลูกหนี้เป็นตัวตั้ง

“มาตรการเฟส 2 นี้ จะให้ลูกหนี้มีทางเลือกว่า จะใช้มาตรการช่วยเหลือระดับใด บางกลุ่มไม่กระทบอาจเลือกจ่ายปกติ บางกลุ่มกระทบชั่วคราว สามารถพักชำระหนี้ได้ หรืออีกกลุ่มที่ไปไม่ไหว คือ เร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้ลูกหนี้ ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่ไม่ได้ดูลูกหนี้เป็นตัวตั้ง และสิ่งที่เน้น คือ ธนาคารจะต้องจัดทำทางเลือกให้เหมาะสมกับสินเชื่อแต่ละประเภท โดยจะต้องมีข้อมูลเปรียบเทียบภาระชำระหนี้ใหม่และภาระเก่าให้ลูกหนี้ได้ตัดสินใจได้”

นายรณดลกล่าวว่า หากลูกค้าเข้าร่วมโครงการระยะที่ 2 แล้วยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ ธนาคารจะต้องเร่งปรับโครงสร้างหนี้ โดยเพื่อให้การปรับโครงสร้างหนี้เป็นรูปธรรมจับต้องได้มากขึ้น ธปท.ได้ให้ธนาคารรายงานความคืบหน้าการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ลูกค้า ภายในเดือน ก.ค.นี้

“มาตรการเฟส 1 และ 2 เป็นเพียงการเยียวยาชั่วคราว เพื่อดูแลสภาพคล่องระยะถัดไป ธปท. และ แบงก์ จะต้องหามาตรการฟื้นฟูช่วยเหลือเสริมรายได้ เป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้การชำระหนี้สอดรับกับรายได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ หลังจากมาตรการเยียวยาจบลง” นายรณดลกล่าว

ทั้งนี้ มาตรการระยะที่ 2 จะเปิดให้ลูกหนี้สามารถแสดงความจำนงเข้าร่วมมาตรการได้ระหว่างวันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2563 ซึ่งมีรายละเอียด ได้แก่ 1.การปรับลดดอกเบี้ย 2-4% เป็นการทั่วไป โดยบัตรเครดิตจาก 18% เหลือ 16% สินเชื่อส่วนบุคคล จาก 28% กรณีบัตรกดเงินสดเหลือ 25% และกรณีสินเชื่อผ่อนชำระเหลือ 25% และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเหลือ 24% และ 2.การเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลให้กับลูกค้าที่มีประวัติชำระดี ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท จากเดิม 1.5 เท่า เป็น 2 เท่าของรายได้เป็นการชั่วคราวไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564

และ 3.มาตรการขั้นต่ำเพิ่มเติม เช่น กรณีการแปลงหนี้บัตรเครดิตเป็นสินเชื่อระยะยาว 48 เดือน ให้คิดดอกเบี้ยที่ 12% ส่วนบัตรกดเงินสดที่แปลงเป็นสินเชื่อระยะยาว ให้คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 22% สินเชื่อที่ชำระเป็นงวดและจำนำทะเบียน ให้ลดค่างวด 30% คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 22% และสินเชื่อเช่าซื้อไม่จำกัดวงเงิน ให้เลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้อีก 3 เดือน หรือปรับลดค่างวดขยายเวลาชำระหนี้

นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่เดิมกำหนดบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ปรับใหม่เป็นไม่จำกัดราคาบ้าน โดยจะมี 3 แนวทางให้ลูกหนี้เลือก ได้แก่ 1.เลื่อนการชำระเงินต้น-ดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 เดือน 2.เลื่อนชำระเงินต้น 3 เดือนและลดดอกเบี้ยตามความเหมาะสม และ 3.ลดค่างวดและขยายเวลาการชำระหนี้

นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธปท. กล่าวว่า ธปท.ได้มีการหารือกับธนาคารพาณิชย์ให้มีการช่วยเหลือลูกหนี้ดี ที่มีประวัติชำระดีต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงจูงใจ กระตุ้นให้เป็นลูกหนี้ดีต่อไปในระยะข้างหน้า อาทิ การลดดอกเบี้ย การให้รางวัลเป็นบัตรกำนัล (voucher) การให้เงินคืนกลับเข้าบัญชี (cashback) เป็นต้น ซึ่งไม่ได้เป็นมาตรการบังคับ แต่ให้พิจารณาตามความเหมาะสมกับลูกหนี้ของธนาคารแต่ละแห่ง

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินกล่าวว่าแบงก์ได้เสนอให้ ธปท.ปรับเงื่อนไขซอฟต์โลน โดยเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่ปล่อยสินเชื่อแล้วเกิดความเสียหาย ด้วยการดึงบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกันช่วงหลังจากพ้น 2 ปีไปแล้ว หรือค้ำประกันวงเงินส่วนที่เกินกว่า 20% เป็นต้น เพื่อช่วยลดข้อกังวลของแบงก์

“ตอนนี้แบงก์กลัวความเสี่ยง โดยเฉพาะลูกค้ารายย่อย อย่างเช่น ลูกค้ามียอดสินเชื่อคงค้างอยู่กับธนาคาร 2 แสนบาท แต่ปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ไป 20% ก็เป็นวงเงิน 4 หมื่นบาท แค่นี้ลูกค้าไม่น่าจะอยู่รอดได้ ทั้งนี้ หากไม่มีการปรับเงื่อนไขที่ว่าไป คาดว่าซอฟต์โลนของ ธปท.จะมีแบงก์ใช้บริการอย่างมากแค่ 1-2 แสนล้านบาท” แหล่งข่าวกล่าว